มุมมองนักวิเคราะห์ กูรู

กลยุทธ์การลงทุนยาว

การลงทุนในตลาดหุ้นมีหลากหลายกลยุทธ์ทั้งลงทุนแบบสั้นๆ กลาง ไปจนถึงยาว แต่ละระยะหรือแต่ละแบบมีระยะเวลาที่เราจะสามารถคาดหวังผลกำไรขาดทุนได้ต่างกันขึ้นอยู่กับความตั้งใจของนักลงทุนแต่ละท่าน ในตลาดหุ้นมีเซียนหรือกูรูที่คร่ำหวอดในวงการมายาวนานและท่านเหล่านั้นได้ให้แนวทางในการลงทุนในตลาดหุ้น บ้างก็มีชื่อเสียงแต่ผู้คนต่างติดตามแนวคิดทางการลงทุน และปฏิบัติตามหลักการซึ่งก็สามารถสร้างผลตอบแทนได้เป็นอย่างที่น่าพอใจ

ในวันนี้ผมจะขอพูดถึง ปีเตอร์ ลินซ ซึ่งเป็นนักลงทุนแถวหน้าในอเมริกา และผลงานที่ลินซ ได้สร้างเอาไว้ทำให้ทุกคนต้องทึ่งในความสามารถและแนวคิดด้านการลงทุนของเขา ถึงแม้หลักการต่างๆ จะมาจากข้อมูลหุ้นในอเมริกา ซึ่งมีรูปแบบธุรกิจและขนาดของบริษัทต่างจากตลาดหุ้นไทยมาก แต่ก็ยังเป็นแนวทางให้เราทำความเข้าใจและศึกษาเพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้ ในอนาคตแล้วตลาดหุ้นบ้านเราก็จะเป็นไปทิศทางของตลาดหุ้นอเมริกามากขึ้น เพราะบริษัทในตลาดหลายๆ บริษัทก็มีการขยับขยายกิจการออกไปในต่างประเทศแล้ว ทำให้เราสามารถใช้แนวคิดเดียวกันนี้ลงทุนได้

กลยุทธ์ในการลงทุนแบบปีเตอร์ ลินซ นั้นจะมองผลตอบแทนที่ระยะเวลามากกว่าสองปีขึ้นไป ส่วนใหญ่แล้วเค้าจะมองไปถึง 5 ปี ซึ่งอาจจะนานเกินไปสำหรับใครหลายๆ คนที่คิดว่าหุ้นจะทำให้รวยชั่วข้ามคืน แต่หลายๆ คนอาจจะผิดหวังกลับไปได้หากเราไม่ได้เตรียมตัวศึกษาหาความรู้ให้ดีพอ หลักของลินซ เค้าจะมองหาบริษัทที่มีการเติบโตของกำไรต่อหุ้น (EPS) ต่อเนื่องทุกปี 20-25% ขึ้นไปซึ่งลินซ จะชอบมาก (ใครอยากรู้ว่าเจ้า EPS คืออะไร ดูยังไง หาข้อมูลย้อนหลังมากจากไหน ต้องเรียนคอร์สพื้นฐานหุ้นเสียก่อน จึงจะเข้าใจในรายละเอียดและการวิเคราะห์)

ลินซ เป็นผู้จัดการกองทุนที่ลงทุนในหุ้นและได้รับการยกย่องจากวงการสื่อและวงการนักลงทุน เพราะเค้าสามารถทำผลตอบแทนให้กับกองทุน แมจเจลัน ที่เค้าบริหารอยู่ถึง 2,703% และมีรายได้สะสมเป็นผลตอบแทนต่อปีอยู่ที่ 29.2% ซึ่งไม่ธรรมดาเลยทีเดียวที่กองทุนหนึ่งจะสามารถทำผลตอบแทนได้มหาศาลขนาดนั้น ถ้าเทียบเป็นตัวเงินคือ ถ้านักลงทุนซื้อกองทุนที่ลินซบริหารโดยเริ่มลงทุนที่ 10,000 บาท เงินก้อนนั้นจะกลายเป็น 280,000 บาท ภายในเวลา 13 ปี เรียกได้ว่าความมั่งคั่งสามารถสั่งสมไปได้เรื่อยๆ แบบที่เราไม่ได้ทำธุรกิจอะไรเลย แค่นำเงินไปลงทุนในหุ้นที่ถูกต้องและถูกเวลา

คำถามถัดมาที่นักลงทุนแบบเราจะหาคำตอบ ก็คือ แล้วลินซ ใช้หลักการอะไรมาเลือกซื้อหุ้นที่ทำให้ได้กำไรแบบนั้น ผมสรุปวิธีคิดของเค้าออกมาได้ 12 วิธีด้วยกัน คือ

1. ใช้ประโยชน์จากสิ่งที่ตัวเองรู้แล้วในการลงทุน อาจจะเป็นประสบการณ์จากการทำงานของเราที่ผ่านมา หรือประสบการณ์ชีวิตที่ได้คลุกคลี กับธุรกิจบางสิ่งบางอย่างที่มีประโยชน์สำหรับเราในการวิเคราะห์บริษัท หรือหุ้นที่เราสนใจศึกษา

2. มองหาโอกาสจากองค์กร หรือบริษัทต่างๆ ที่คนอื่นมองไม่เห็น หรือรู้ไม่ถึง เช่น ความได้เปรียบต่างๆ ของบริษัทที่อยู่ในตลาดหุ้นในการทำธุรกิจของเค้า เส้นสายทางการเมืองของบริษัท ผลประโยชน์จากสัมปทาน ฯลฯ ที่คนอื่นไม่มี

3. ลงทุนในบริษัทเล็กๆ ที่ผลประกอบการยังไม่หวือหวา ให้ผลตอบแทนมากกว่าบริษัทใหญ่ๆ ที่เป็นที่รู้จักกันทั่วไป

4. บริษัทที่มีผลประกอบการเรื่อยๆ ไม่หวือหวา ให้ผลตอบแทนที่น่าประทับใจกว่าบริษัทที่มีผลประกอบการเร้าใจ แต่ขอให้บริษัทนั้นมีผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้นสม่ำเสมอทุกปี

5. บริษัทที่ผลิตสินค้าที่ไม่คิดว่าจะผลิตออกมาขาย หรือบริการที่ไม่คิดว่าจะมี แต่สามารถแก้ปัญหาให้ผู้บริโภคได้ บริษัทแบบนั้นจะทำเงินเข้าบริษัทได้เป็นกอบเป็นกำเพราะบริษัทอื่นๆ ไม่ได้มองถึงตลาดตรงนั้น

6. บริษัท หรือองค์การที่สร้างผลิตภัณฑ์ หรือบริการ จากสินค้าผลพลอยได้ หมายถึง บริษัทใช้ของเหลือจากกระบวนการผลิตสินค้าหลักในการผลิต หรือขายสิ้นค้าเหล่านั้นให้มีมูลค่าได้ เช่น หมูที่เหลือจากกระบวนการผลิตของซีพี เค้าอาจจะเอามาผลิตขายเป็นลูกชิ้นได้

7. หุ้นของบริษัท ที่องค์กรใหญ่ๆ หรือสื่อไม่ได้พูดถึง แต่มีผลประกอบการที่น่าสนใจ และสม่ำเสมอ จะสามารถสร้างผลตอบแทนให้นักลงทุนได้มากหลักจากคนอื่นๆ เห็นคุณค่าของหุ้นตัวนั้นมากขึ้น

8. บริษัทที่มีความโดดเด่นของสินค้าหรือบริการ ที่บริษัทอื่นๆ สามารถลอกเลียนแบบได้ยาก

9. บริษัทที่ผลิตสินค้าที่ถูกซื้อใช้เสมอ เช่นสินค้าของใช้ต่างๆ ที่คนต้องซื้อใช้บ่อยๆ

10. เป็นบริษัทที่ใช้เทคโนโลยีไม่ใช่บริษัทที่ผลิตเทคโนโลยี ความคิดของลินซ คือ การที่บริษัทใช้เทคโนโลยี จะสามารถลดค่าใช้จ่ายของบริษัทได้ ผมมองว่าข้อนี้อาจจะต้องพิจารณาให้ดีเพราะบริษัทเทคโนโลยีก็สามารถเติบโตได้

11. บริษัทซื้อหุ้นคืนจากตลาด การที่บริษัทประกาศซื้อหุ้นคืน จะทำให้ตัวหารกำไรของบริษัทลดลง นั่นเป็นการเพิ่มผลตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้นหรือนักลงทุน

12. เฝ้าดูและสังเกตด้วยความอดทน ผมว่าข้อนี้สำคัญมากว่านักลงทุนทุกคนบางช่วงแล้วต้องมีความอดทนสูงมาก เพราะหุ้นอาจจะไม่ได้ไปไหน หรือราคาย่ำอยู่กับที่เป็นเวลานาน หรืออาจจะลดลงในช่วงสั้นๆ

หลักการ 12 ข้อนี้ผมมองว่าเป็น Common sense ที่นักลงทุนมักจะหลงลืม หรือคิดว่ามันง่ายเกินไปสำหรับการวิเคราะห์หุ้น แต่ลินซ พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าการลงทุนของเค้าให้ผลตอบแทนน่าจะทับใจแค่ไหน เราในฐานะนักลงทุนรุ่นใหม่ก็ควรศึกษาและวิเคราะห์ดูว่าแนวคิดของเค้าสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับหุ้นบ้านเราได้หรือไม่

โชคดีกับการลงทุนครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *