บทความโตโร่

การเล่นหุ้น คือการแข่งขัน

ก่อนหยุดยาววันสงกรานต์หลายวัน พอดีผมเห็นบทความเกี่ยวกับการวิ่งแข่งขัน ซึ่งเห็นว่ามีลักษณะคล้ายกับการเล่นหุ้นพอสมควร ไม่ด้านใดก็ด้านหนึ่ง ส่วนจะคล้ายยังไงมาดูกันครับ

run

 

ก่อนอื่นต้องระบุก่อนว่า คำว่า “เล่นหุ้น” ในที่นี้ผมหมายถึง การเทรดหุ้นรายวัน คือ นักลงทุนที่ซื้อหุ้นตอนเช้า และตอนเย็นขาย ไม่มีการถือหุ้นข้ามวัน แต่ก่อนอาจจะทำได้ค่อนข้างยาก แต่กับเทคโนโลยีทุกวันนี้ทุกๆ คนสามารถทำได้ แม่บ้าน พนักงานบริษัท คนทำความสะอาด หรือนักท่องเที่ยว สามารถส่งคำสั่งซื้อขายหุ้นผ่านมือถือได้ทุกที่ที่มีสัญญาณโทรศัพท์ และอินเตอร์เน็ต 3G และที่สำคัญมีพอร์ตหุ้นแบบนึงที่อนุญาตให้เราซื้อขายหุ้นแบบ Net Settlement หรือ แบบซื้อหักลบกลบหนี้ได้ แปลเป็นภาษาชาวบ้านคือ ไม่ต้องจ่ายเงินซื้อหุ้นทั้งหมด โบรคจะคิดเงินจากเราตอนสิ้นวันเท่านั้นแบบหักลบกลบหนี้ว่า สรุปวันนี้เราเล่นได้กำไร หรือขาดทุนไปเท่าไหร่ หลังหักค่าคอมมิสชั่นไปแล้ว

สมัยก่อนคนที่จะมาเล่นรายวันและยึดเป็นอาชีพนี้ต้องบอกว่ายากสุดๆ เพราะตามสถิติแล้วคนเหล่านี้ต้องม้วนเสื่อกลับบ้าน เพราะไม่มีความรู้พอที่จะทันเกมรายใหญ่ในตลาดหุ้น รายใหม่ๆ เข้ามาก็เป็นหมูในอวยให้เค้าเชือด ผมต้องบอกว่าใครจะเข้ามาเล่นในเกมส์นี้ต้องรู้ลึก และรู้จริงด้วย

ร่ายยาวออกนอกเรื่อง ผมว่าจะเปรียบเทียบว่าการเล่นหุ้นแบบเดย์เทรด หรือ ซื้อขายรายวันนี้เปรียบได้กับการวิ่งแข่งขันยังไง คือ ในตลาดหุ้น มีนักลงทุนทุกรูปแบบทุกสาขาอาชีพ ไม่ว่าจะเป็นหมอ ข้าราชการ วิศวกร พนักงานบริษัท หรือ แม้แต่แม่บ้าน และรวมถึงผู้ที่ศึกษามาทางด้านนี้โดยเฉพาะ เราจะเห็นว่าทุกคนสามารถซื้อขายหุ้นได้ในเวลาเดียวกันที่ตลาดหุ้นเปิด ไม่มีการแบ่งคลาสการแข่งขันวิ่ง อาจจะมีรุ่นเล็ก รุ่นใหญ่ วิ่งผลัด วิ่งระยะสั้น วิ่งมาราธอน ในการแข่งกีฬาเค้ามีกติกาเอาไว้คอยปกป้องผู้เข้าแข่งขัน ไม่ให้คนที่ได้เปรียบทางสรีระเอาเปรียบจึงมีการแบ่งรุ่น แต่ถ้าเรามามองตลาดหุ้น จะเห็นว่าทุกคนเข้าเล่นสนามเดียวกัน ในที่นี้ต้องรวมถึงกองทุนต่างๆ  ทั้งในประเทศและต่างประเทศ มีทั้งมือสมัครเล่น และมืออาชีพ คนเหล่านี้พร้อมจะทำทุกอย่างที่ตนเองจะมีกำไรจากการเล่น กลยุทธ์ เม็ดเด็ดพรายต่างๆ จะถูกงัดออกมาใช้ เพื่อหลอกล่อคนที่รู้ไม่เท่าทันให้ตกหลุมพราง ดังนั้น ถ้าเรายังมีความรู้ในสิ่งที่เราจะทำมากพอควรหมั่นศึกษาเพิ่มเติมให้รู้จริง

ย้อนกลับไปตอนสมัยที่เรายังเรียนหนังสือ ในห้องเรียนเราก็จะมีคนที่เรียนดีและสอบได้ที่หนึ่งเสมอ ในตลาดหุ้นก็ไม่ต่างกัน ในตลาดจะมีที่หนึ่งที่สามารถทำกำไรได้จากตลาดเสมอ อันนี้ต้องบอกความจริงข้อนี้ เพราะในธุรกิจต่างๆ ก็เหมือนกันคนที่เป็นที่หนึ่งจะสามารถครองตลาดและอยู่ได้นานตราบเท่าที่ความสามารถของเค้าพัฒนาไปตลอด

การเล่นหุ้นรายวัน ก็เหมือนการวิ่งแข่ง ที่เราจะต้องทำให้ดีที่สุดและต้องได้ที่หนึ่ง เพราะมันหมายถึงผลกำไรที่นักลงทุนจะได้ในแต่ละวันซึ่งเขาจะต้องทำกำไรพอหรือมากกว่าในการใช้จ่ายในการดำรงชีพและเลี้ยงครอบครัว ในตลาดหุ้นคนที่ชนะ คือ คนที่ได้กำไร เหมือนการวิ่งคนนั้นจะได้รับรางวัลกลับบ้านไป คนที่แพ้ จะต้องยอมรับและพัฒนาความสามารถของตนเองให้ทัดเทียมหรือเหนือกว่าคู่แข่งขัน

ผมเคยอ่านประวัติคนที่เล่นหุ้นเดย์เทรดในต่างประเทศ โดยเฉพาะที่ตลาดหุ้น WallStreet คนเหล่านี้เริ่มต้นด้วยเงิน 150000 – 300000 ดอลล่าห์ ซึ่งเป็นเงินที่ไม่ได้มากมายอะไรในอเมริกา แต่สามารถทำเงินได้เป็นพัน เป็นหมื่นล้าน ข้อสังเกต คือ เขาเหล่านั้นมักจะเจ็บตัว หรือต้องจ่ายค่าเล่าเรียนในตลาดหุ้น มากมาย หลังจากผ่านไปหนึ่งปีถึงจะค้นพบจุดแข็งและกลยุทธ์การเล่นของตนเอง แล้วทำไมเราจะทำแบบเค้าเหล่านั้นไม่ได้หละ?

สรุปทิ้งท้าย ขอให้ทุกคนตระหนักไว้เสมอว่าในตลาดหุ้น เหนือฟ้ายังมีฟ้า ทุกๆ วันจะมีนักลงทุนหน้าใหม่เข้ามาในตลาดตลอดเวลา และเขาเหล่านั้นไม่เคยที่จะหยุดคิดหาวิธีพัฒนาความรู้ตนเอง เพื่อที่จะชนะ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *