บทความโตโร่

สอนเล่นหุ้นไทย โดย Toro Stock

 

ผมตัดสินใจเขียนบทความนี้เนื่องจากนักลงทุนหลายท่านยังคงสับสนว่า “หุ้นไทย” กับ หุ้นต่างประเทศ หรือ สินทรัพย์อื่นๆ ที่มีการเทรดมันแตกต่างกันอย่างไร และความเสี่ยงแลผลตอบแทนจะเหมาะสมกับแต่ละท่านหรือไม่

 

ผมจะเริ่มต้นจากสิ่งที่ไม่ใช่หุ้นไทยเสียก่อนนะครับ จะได้ทำความเข้าใจกันไม่ยาก

 

  1. FOREX ตลาดค้าเงิน หรือ การซื้อขายค่าเงิน อันนี้ถ้าดูจากมูลค่าการซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนแล้วจะสูงที่สุดในบรรดาการเทรดต่างๆ เพราะ ตลาดเงินเป็นตลาดที่ใหญ่มาก ผู้เล่นก็มีตั้งแต่สถาบันการเงิน รัฐบาล กองทุน และนักลงทุนรายย่อยทั่วโลก ตลาดเงิน หรือ forex บางคนบ้านเราออกเสียงว่า “ฟอแร็ก” ไม่ถูกต้องนะครับ จริงๆ ต้องเรียกว่า “ฟอร์เร็กซ์” การซื้อขายค่าเงินนั้นจริงๆ แล้วกฏหมายบ้านเรายังไม่รอบรอง โบรคเกอร์ที่นักลงทุนไทยไปเทรดกันส่วนใหญ่ก็จะเป็นโบรคของต่างประเทศ แต่มาเปิดบริษัทเพื่อโอนเงินเข้าบัญชีในไทย หากโบรคเกอร์เหล่านั้นเจ๊งไป จะไปฟ้องร้องลำบากมากครับ อาจจะสูญเสียเงินทั้งหมดก็ได้ หากโบรคเกอร์นั้นมีขนาดเล็ก และปิดกิจการไป และ กลต. ในไทยยังไม่มีกฏระเบียบควบคุมบริษัทเหล่านั้น เหมือนหุ้นไทยปกติที่ กลต และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจะเป็นผู้ดูแลตลาดทุน
  2. Option ตลาดอ๊อพชั่น ให้สังเกตุเลยว่าถ้ามีคนมาชวนให้ไปซื้อหุ้นต่างประเทศเช่น Apple, Amazon, IBM, and etc ให้สงสัยไว้ก่อนเลยว่าเป็นการซื้อขาย option อันนี้รวมถึงพวกตระกูล Binary Option ส่วนใหญ่ตอนคนมาชักชวนก็จะบอกว่ามันคือการซื้อขายหุ้น จริงๆ แล้วมันไม่ใช่ครับ มันเป็นสิทธิ์ในการซื้อหุ้นเฉยๆ ให้จินตนาการง่ายๆ ว่า option มันคล้ายกับใบจองซื้อคอนโด ที่คนซื้อไม่ต้องมีเงิน 5 ล้าน เพื่อที่สนใจจะซื้อคอนโด แต่ไปซื้อใบจองเพียงเงิน 10,000 บาท แต่ได้สิทธิ์ซื้อคอนโด 5,000,000 บาท สิทธิ์นี้มีวันหมดอายุ เช่นปี หรือ สองปี หากเวลาผ่านไป ราคาคอนโดในพื้นที่ขยับขึ้น นักลงทุนก็สามารถขายใบจองนั้นออกไปได้กำไรเป็นกอบเป็นกำ เป็นต้น option ในการซื้อขายหุ้นก็เหมือนกันครับ ไอเดียเดียวกันเลย ท่านจะได้สิทธิ์ ซื้อ หรือ ขาย หุ้น ณ ราคาหนึ่ง และมีวันหมดอายุ หาก option หมดอายุใบออพชั่นนั้นก็หมดค่าไป และนักลงทุนก็จะขาดทุนเท่ากับเงินที่ได้ลงทุนซื้อ option ไปในครั้งแรก ภาษาการเงินเรียกว่า Premium นั่นเอง

 

เอาหละเมื่อเข้าใจว่า Forex และ Option มันเป็นสินทรัพย์เทรดต่างประเทศนะครับ “ไม่ใช่หุ้นไทย” อย่างที่หลายคนเข้าใจ ส่วนตัวผมเองแล้วก็มีการเทรดสินทรัพย์เหล่านั้นบ้างครับ แต่ไม่ได้เน้นหนักเนื่องจากสินทรัพย์ข้างต้นเป็นสินทรัพย์ที่มีความสลับซับซ้อนพอสมควร การที่จะเทรดให้ได้กำไรสม่ำเสมอ อาจจะต้องอาศัยการวิเคราะห์ที่ลึกซึ้ง

 

ส่วนต่อไปนี้ผมจะขอพูดถึงหุ้นไทย และทางสถาบัน Toro Stock ของเราก็ได้พัฒนาหลักสูตรในการสอนเล่นหุ้นไทย สำหรับนักลงทุนมือใหม่ รวมถึงนักลงทุนมืออาชีพ ที่ต้องการจะค้ากำไรจากราคาหุ้น หรือแม้แต่จะลงทุนในระยะยาวเพื่อวางแผนเกษียณอายุ ติดต่อสถาบันที่ 082-492-7166 หรือ คลิ๊กอ่านต่อที่นี่ 

 

ตลาดหุ้นไทยเปรียบเหมือนตลาดทุนของประเทศที่เปิดโอกาสให้บริษัทที่ดำเนินธุรกิจ สามารถนำเอาบริษัทเข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) การนำบริษัทเข้ามาจดทะเบียนเราจะเรียกว่า Initial Public Offering (IPO) นั่นเอง ทุกวันนี้มีบริษัทหลากหลายบริษัทที่นักลงทุนสามารถซื้อขายหุ้นได้ ณ วันที่ผมเขียนบทความจำนวนบริษัทจดทะเบียนที่เทรดกันจริงๆ อาจจะยังไม่ถึงหนึ่งพันบริษัทตั้งแต่ก่อตั้งตลาดหลักทรัพย์มา อย่างไรก็ตามมีหลากหลายบริษัทที่มีความน่าสนใจ และทำกำไรให้กับนักลงทุนอย่างน่าทึ่ง

 

การสอนเล่นหุ้นไทย ให้มีประสิทธิภาพ หรือให้ผู้เรียนได้เข้าใจอย่างถ่องแท้ จำเป็นมากที่จะต้องรู้ถึงแหล่งการหาข้อมูลที่น่าเชื่อถือ และรู้แหล่งที่จะสามารถนำเอาความรู้ต่างๆ มาประกอบการวิเคราะห์หลักทรัพย์ หรือวิเคราะห์หุ้นก่อนการลงทุนต่อไป จากประสบการณ์ของผมในช่วงเริ่มต้นใช้เวลาในการศึกษามาก เนื่องจากไม่มีผู้ชี้แนะแนวทาง ทำให้ผมได้พัฒนาหลักสูตรการสอนเพื่อปูพื้นฐานให้กับนักลงทุนต่อไป เนื้อหาในหลักสูตรคร่าวๆ จะเป็นดังต่อไปนี้ ที่ผมอยากจะแชร์ให้กับนักลงทุน

 

  1. เปิดบัญชีหลักทรัพย์กับโบรคเกอร์ หรือ เรียกว่าเปิดพอร์ตหุ้น ผมแนะนำมือใหม่เลยว่าควรจะเดินไปที่สาขาของโบรคเกอร์ที่ท่านสนใจและขอเปิดบัญชีหลักทรัพย์ก่อนเลย เนื่องจากมันคือบันไดขั้นต้นที่จะนำท่านเข้าสู่โลกแห่งการลงทุน เพราะ ก่อนที่จะเริ่มซื้อขายหุ้นได้ท่านจะต้องมีพอร์ตลงทุนเสียก่อน สำหรับท่านใดมีพอร์ตอยู่แล้วสามารถเปิดเพิ่มเติมที่โบรคเกอร์อื่นได้ เพื่อเปิดโอกาสด้านการลงทุน เพราะ แต่ละที่ก็จะมีเครื่องไม้เครื่องมือแตกต่างกัน บทวิเคราะห์คนละแนวกัน จะเป็นประโยชน์ต่อตัวท่านเองครับ โบรคเกอร์เหล่านี้อยู่ได้ด้วยค่า commission ทุกการซื้อขายของนักลงทุน ปกติแล้วในตลาดหุ้นไทยโดยเฉลี่ยค่าคอมพ์จะอยู่ที่ 0.15% ของมูลค่าหุ้นที่จะซื้อขาย สำหรับมือใหม่ผมแนะนำ SBITO เป็นโบรคเกอร์จากญี่ปุ่นที่เสนอค่าคอมพ์ต่ำที่สุดในตลาดหุ้นไทย เนื่องจากว่าเป็นโบรคเกอร์ออนไลน์ จะไม่มีเจ้าหน้าที่การตลาดคอยดูแลแบบโบรคเกอร์อื่นๆ ทั่วไปนะครับ  ใช้เวลาไม่กี่วันก็ได้ username/password สำหรับ login เข้าระบบ
  2. ทำความเข้าใจโปรแกรม และเครื่องมือสำหรับวิเคราะห์หุ้น โดยปกติแล้วท่านจะสามารถใช้โปรแกรม Streamming Pro ที่โบรคเกอร์มีให้ในการส่งคำสั่งซื้อขายออนไลน์ Steamming Pro เองเป็นโปรแกรมที่เป็นบริษัทลูกของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยพัฒนาขึ้นเพื่อส่งเสริมการซื้อขายหุ้นออนไลน์ ดังนั้น ท่านควรจะค่อยเรียนรู้ถึง features ต่างๆ ที่โปรแกรมทำได้ จะได้ทำให้การส่งคำสั่งเป็นไปด้วยความคล่องตัวรวดเร็ว อย่างไรก็ตามโปรแกรมไม่ได้ทำให้ท่านกำไร จะกำไรหรือขาดทุนอยู่ที่การวิเคราะห์หุ้น และเลือกหุ้นเข้าลงทุนด้วยตนเอง โปรแกรมเสริมต่างๆ เช่น Aspen, Efinance Thai ที่สามารถให้ท่านดูกราฟได้ฟรี เป็นอีกตัวที่โบรคเกอร์มีไว้ให้นักลงทุนดูกราฟ ไม่ว่าจะเป็น Candle stick และ อินดิเคเตอร์ต่างๆ ท่านไม่จำเป็นจะต้องเรียนรู้ทุกตัว และ pro ถึงขนาดใช้งานโปรแกรมได้คล่อง เพราะ ไม่ได้เป็นตัวตัดสินว่าท่านจะประสบความสำเร็จด้านการลงทุน ดังนั้น อย่าไปให้ความสำคัญกับเครื่องมือเหล่านั้นมากนักครับ
  3. เลือกแนวทางด้านการลงทุนให้เหมาะกับตัวเอง จะว่าไปแนวทางเหล่านี้เป้าหมายสุดท้ายคือกำไรจากการซื้อขาย และหลักๆ ก็จะมีอยู่สองแนวทางดังนี้ 1. ลงทุนระยะยาว 2. เล่นเทรดระยะสั้น ทั้งสองแบบมีความแตกต่างกัน และความเครียดก็จะแตกต่างกันไป แบบแรกลงทุนยาว แบบนี้จะเหมาะสำหรับคนที่ไม่ได้ติดตามราคาหุ้นมากนัก เพียงแต่ศึกษาถึงตัวบริษัทว่ามีคุณสมบัติที่ดีพอสำหรับการลงทุนหรือไม่ คุณสมบัติต่างๆ ก็ต้องพิจารณาจาก business model, งบการเงิน และอัตราส่วนทางการเงิน (คอร์สเบื้องต้นของทางสถาบันจะสอนเชิงลึกต่อไป) จากนั้นก็เพียงแต่เข้าซื้อลงทุนตามกรอบเวลาที่ได้ตั้งใจเอาไว้ และติดตามผลอย่างต่อเนื่อง ความเครียดจะน้อยในแบบนี้เนื่องจากไม่ได้เฝ้าหน้าจอ แต่แบบที่สองคือการเทรดระยะสั้น อันนั้นผมต้องเรียกว่าเป็นอาชีพแล้วกันครับ จะเป็นการเทรดค้ากำไรจากราคาหุ้นอย่างจริงจัง แบบนี้จะต้องอาศัยความเชี่ยวชาญ และชำนาญเป็นพิเศษถึงจะทำกำไรได้สม่ำเสมอและเลี้ยงตัวเองได้ ต้องใช้เวลานักระยะเพื่อฝึกปรือนะครับ
  4. เริ่มซื้อขายจริง และปรับแนวทางการลงทุน ให้เหมาะสม ถ้าไม่เข้าถ่ำเสือ มีหรือจะได้ลูกเสือ ถ้าไม่เริ่มซื้อขายหุ้นสักทีมีหรือจะได้กำไรจากหุ้น หลายคนเห็นเพื่อนหรือคนใกล้ตัวได้กำไรจากหุ้นเป็นกอบเป็นกำ ตนเองได้แต่คิดว่าจะเริ่มๆ แต่ก็ยังไม่กล้าสักที แบบนี้คงต้องรอให้คนอื่นรวยไปหมดถึงจะเริ่ม อาจจะสายเกินไปเพราะเวลาไม่คอยท่า เริ่มเลยครับ! เริ่มแบบถูกต้อง เริ่มแบบค่อยเป็นค่อยไป เมื่อเวลาผ่านไปพร้อมกันการเรียนรู้ กำลังทรัพย์พร้อม กำลังความรู้ครบ ท่านจะประสบผลสำเร็จแน่นอน
เรื่องที่คุณอาจสนใจ  ค้าหุ้นเป็นอาชีพ

 

ตอนหน้าผมจะมาเล่าให้ฟังใหม่ถึงประสบการณ์ในตลาดหุ้นไทย สิ่งไหนควร สิ่งไหนไม่ควร หากท่านกำลังคิดที่จะศึกษาแล้วหละก็ ผมบอกได้เลยครับว่าท่านมาถูกทางแล้ว แค่อย่าไปซื้อหุ้นเน่า หุ้นไรอนาคต โอกาสเสี่ยงที่จะขาดทุน หรือหมดตัวไปกับหุ้นไทยก็จะลดน้อยลงไปมาก เพราะหุ้นไทยนั้นมีเสน่ห์ และรูปแบบที่แตกต่างจากหุ้นต่างประเทศมาก หลักการของต่างประเทศอาจจะใช้การไม่ได้ในหุ้นไทย ผมเจอมาหลายกรณีแล้วครับ แล้วจะกลับมาเล่าให้ฟัง