สอนเล่นหุ้น มือใหม่

สอนเล่นหุ้น มือใหม่

สวัสดีครับทุกคนที่กำลังจะก้าวมาลงทุนในหุ้น หรือ คนที่กำลังมองหาข้อมูล และ เตรียมพร้อมสำหรับการเล่นหุ้น ผมเข้าใจดีว่าคนที่ต้องการเริ่มต้นเล่นหุ้น หรือ ภาษาทางการหน่อยก็คงต้องเรียกว่า “ลงทุนหุ้น” ต้องทำอย่างไรบ้าง เพราะเมื่อสิบปีที่แล้วผมเกิดคำถามเหล่านี้มากมาย และเทคโนโลยีด้านข้อมูลข่าวสารไม่ได้เพรียบพร้อมอย่างเช่นในปัจจุบัน จึงอยากจะถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์การด้านการลงทุนให้นักลงทุนที่ผมเรียกว่ามือใหม่ ได้ก้าวเร็วไม่เสียเวลาลองผิด เยอะๆ แต่เป็นลองถูกให้มาก

Start straight for business
เล่นหุ้น มือใหม่

บางคนอาจจะเริ่มต้นด้วยการถามเพื่อน หรือคนรู้จักที่ลงทุนในหุ้นอยู่แล้ว เพื่อนบางคนก็อาจจะสอนเล่นหุ้นให้ได้บ้าง แต่อย่างไรก็ตามคนที่ลงทุนมานานแล้วอาจจะไม่เข้าใจว่ามือใหม่ต้องการอะไร ไม่เข้าใจตรงจุดไหน ทำให้คนที่เพิ่งเริ่มเล่นอาจจะคิดว่าการลงทุนในหุ้นจริงๆ แล้วเป็นเรื่องยาก เป็นเรื่องไกลตัว หากท่านยอมเสียสละเวลาและตั้งใจศึกษาถึงพื้นฐานการลงทุนในหุ้นอีกนิดจะรู้เลยว่ามันไม่ได้ยากเลย

ดังนั้นวันนี้ผมเลยอยากจะเขียนบทความเพื่อให้มือใหม่เข้าใจและเห็นภาพชัดขึ้น ถึงการเล่นหุ้น หรือ การลงทุน บางคนอาจจะไม่ชอบคำว่า “เล่น” เพราะมันเหมือนไม่จริงจัง ใช้คำว่า “ลงทุน” ดูจะเหมาะสมกว่า ซึ่งผมก็เห็นด้วยและชอบใช้คำว่าลงทุนมากกว่าเล่น เพราะเราสามารถจริงจังกับการลงทุนได้

หากพูดถึงการ “สอนเล่นหุ้น สำหรับมือใหม่” อาจจะฟังดูเป็นเรื่องง่ายๆ แต่ผมกลับคิดในทางตรงกันข้าม ลองมองย้อนกลับไปตอนที่เราเป็นเด็ก การเรียนวิชาเลข หรือ วิทยาศาสตร์ อาจจะเป็นเรื่องยากสำหรับเราในขณะนั้น แต่สำหรับผู้ใหญ่หรือคนที่ผ่านมาแล้วจะคิดว่ามันเป็นเรื่องหมูๆ ทำไมเด็กหรือลูกเราไม่เข้าใจ การลงทุนก็เหมือนกัน สมัยเรียนมัธยม บางคนต้องไปเรียนพิเศษหรือหาคนติวให้ถึงจะเข้าใจ เพราะการเรียนในห้องเรียนอาจจะทำให้เราสับสนหรือจับใจความหลักไม่ได้ ดังนั้นผมเชื่อว่าบทความนี้จะเป็นเหมือนสถาบันติวเตอร์เล็กๆ เขียนในสิ่งที่อาจจะทำให้นักลงทุนที่ยังไม่เข้าใจได้ปลดปล็อคคำถาม หลายๆ คำถาม หรือคลายข้อสงสัยไปได้บ้าง

ผมแบ่งกุญแจสำคัญ สู่การทำความเข้าใจและต่อยอดศึกษาเพิ่มเติมในการเล่นหุ้นออกเป็น 5 ส่วน ดังนี้

1. อิสรภาพทางการเงิน

freedom

ผมเชื่อว่าหลายๆ คนเคยได้ยินคำว่า อิสรภาพทางการเงิน และคนรุ่นใหม่ค้นหาหลากหลายวิธีในการไปถึงจุดหมาย คำว่า “อิสรภาพทางการเงิน” จริงๆ แล้วมันก็คือ การที่เรามีรายได้เข้ามามากกว่ารายจ่ายที่จำเป็นต้องใช้ในชีวิตประจำวัน รายได้ที่เข้ามาอาจจะไม่ได้อยู่ในรูปแบบของงานประจำ หรืองานที่เราต้องทำงานเพื่อเงินแต่ทำเพราะความชอบ หรือ ถ้าจะพูดให้ชัดอาจจะต้องพูดว่าไม่ต้องทำงานประจำแต่มีรายได้สม่ำเสมอ และเพียงพอกับค่าใช้จ่ายในการดำรงชีพ ซึ่งหนทางที่จะเป็นไปได้สำหรับผมแล้วคลุกคลีในการลงทุนในหุ้นมานาน ก็จะมองเห็นช่องทางนี้ และเล็งเห็นกว่าการลงทุนในหุ้นสามารถให้อิสรภาพทางการเงินได้จริงๆ หากเพียงแต่เราต้องทำความเข้าใจถึงกลไกตลาดเงิน ตลาดทุน และใช้มันให้เป็นประโยชน์ ที่ต้องบอกว่าหุ้นทำได้ เนื่องจากทุกๆปี หากเราลงทุนในหุ้นในบริษัทที่มีกำไร เรานักลงทุนก็จะได้รับผลตอบแทนในรูปของเงินปันผลซึ่งเราแทบจะไม่ได้ออกไปทำงาน ทำธุรกิจจริงๆ เพียงแต่เราลงทุนในบริษัทนั้นๆ บางคนอาจจะแย้งว่าเป็นไปได้ยังไง? มีคนทำได้จริงๆ และมีชื่อเสียงโด่งดังระดับโลกกันหลายคนครับ เช่น Warren Buffet, Peter Lynch เขาเหล่านี้เป็นนักลงทุนที่เรียกได้ว่าเป็น Role Model สำหรับนักลงทุนทั่วโลก รวมถึงตัวผมเองด้วย

อย่างไรก็ตาม จะเห็นว่าก่อนที่เราจะลงทุนได้ก็ต้องมีเงินทุน มือใหม่ อาจจะเข้าใจว่าการเล่นหุ้นจะให้ผลตอบแทนมหาศาล โดยคิดแต่ว่าเข้ามาในตลาดหุ้นแล้วจะโกยเงินกลับขึ้นไป จนอาจจะมองข้าม จุดเริ่มต้นเล็กๆ นั่นคือ “การออมเงิน” ก่อนที่เราจะมีเงินมาลงทุนก็ต้องออมให้ได้เสียก่อน เพื่อนำเงินนั้นไปลงทุนให้ออกดอกผล หรือ ภาษาที่อาจจะเคยได้ยินเรียกกันอย่างกว้างขวาง คือ ใช้ให้เงินทำงาน ไม่ได้ทำงานเพื่อเงิน บางคนมีเงินเดือนสูงแต่ไม่เคยเก็บและใช้จ่ายโดยแทบจะไม่ได้คิดมากมาย ถ้าทำแบบนี้เราหาเงินได้มากเท่าไหร่ก็ไม่เคยพอ และเราก็ติดอยู่ในวัฏรจักรของหนูถีบจักร คือ ทำงานเพื่อเงิน หากอยากหลุดพ้นวงจรนั้น ควรจะเก็บเงินเป็นอย่างน้อย 10% ของรายได้ในแต่ละเดือน แล้วนำไปลงทุนในหุ้น ผมเชื่อว่าไม่กี่ปีท่านก็สามารถชื่นชมผลของเงินที่ทำงานแทนท่านและสามารถใช้ชีวิตในแบบที่ท่านชอบได้

กล่าวโดยสรุป คือ จุดเริ่มต้นของการลงทุน หรือ จุดเริ่มต้นของการเล่นหุ้น คือ การออม แล้วนำเงินออมที่ได้ไปลงทุน เพื่อให้เกิดอิสรภาพทางการเงิน ผมต้องบอกว่าไม่มีทางลัด เพียงแต่เราต้องก้าวเดินไปตามทางที่เราตั้งเอาไว้อย่างแน่วแน่ไม่วอกแวก ท่านอาจจะลองหาหนังสือของ Peter Lynch มาอ่านเพื่อหาไอเดีย และเข้าใจหลักการลงทุนมากขึ้น เช่น Learn to Earn, One Up on Wall Street, Beating the Street ในบ้านเรามีแปลแล้วทุกเล่ม หรือถ้าจะให้ได้อรรถรส ก็ลองหา Text Book มาอ่านดู ผมชอบหนังสือทุกเล่มของเค้า เพราะเป็นคนจุดประกายไอเดียด้านการลงทุนของผมให้เรานำมาประยุกต์ใช้ในหุ้นไทยได้

2. ออกล่าขุมทรัพย์

คนที่เพิ่งเล่นหุ้น หรือ เป็นมือใหม่ อาจจะกล้าๆ กลัวๆ ลังเล หรือ ไม่แน่ใจในอะไรหลายๆ อย่างเพราะขาดประสบการณ์ หรือขาดองค์ความรู้บางประการ ผมแนะนำว่าหากสงสัยตรงไหน หาข้อมูลโดยเริ่มจาก Google ก่อน หากไม่เข้าใจลองปรึกษาคนที่เคยลงทุนแล้ว อย่างไรก็ตามควรจะฟังหูไว้หูจนกว่าท่านจะได้พิสูจน์หรือมีข้อมูลตรวจสอบด้วยตนเองค่อยปักใจเชื่อ หรืออาจจะลองเข้าอบรมก่อนในส่วนที่คิดว่าท่านยังขาดความรู้อยู่ ผมเป็นคนหนึ่งที่ไม่ค่อยจะเชื่ออะไรง่ายๆ ต้องมีข้อมูล และศึกษาจนครบหรือจนกว่าเราจะหาข้อมูลมาเพิ่มไม่ได้ค่อยประเมินว่าสิ่งที่เรารับรู้ถูกต้องหรือไม่ หากพูดถึงเรื่องหุ้นแล้วนั่นคือส่วนในการประยุกต์ใช้ความรู้ด้านการลงทุนในการออกล่าขุมทรัพย์

treasure

ในตลาดหุ้นไทย มีหุ้นให้เราเลือกลงทุนหลายร้อยบริษัท หลากหลายธุรกิจ หลากหลายอุตสาหกรรม เราเป็นนักลงทุนเปรียบเสมือนโจรสลัด (ผมไม่แนะนำให้ออกปล้น 🙂 เพียงแต่เราต้องเปิดหูเปิดตา ออกล่าขุมทรัพย์ตามลายแทงที่เรามี ลายแทงที่เรามีคือ รายชื่อบริษัทจดทะเบียนต่างๆ เราต้องมองให้ออกว่าบริษัทไหนบ้าง มีลักษณะเป็นเหมือนทองคำ หรือ เครื่องปั้มเงิน ที่เราสามารถนำแร่ทองคำออกมาขาย หรือนำเงินที่ได้มาใช้จ่ายเพื่อประโยชน์ของเราและชุมชนต่อไป แน่นอนการค้นหาบริษัทที่เป็นของแท้ หรือเหมือนเครื่องทำเงินนั้นไม่ง่าย มีหลุมพลางมากมาย หรือข้อมูลมหาศาลให้เราต้องตรวจสอบ บางบริษัทซื้อลงทุนไปอาจจะทำให้เราขาดทุนย่อยยับ เงินที่อุตส่าห์เก็บหอมรอมริบมาด้วยความยากลำบากต้องมลายสูญหายไปเพียงเพราะความไม่รู้

มีเครื่องมือทางการเงินไม่กี่อย่างที่นักลงทุนมือใหม่ควรจะต้องศึกษาให้เข้าใจและเลือกใช้ให้ถูกต้อง ในการป้องกันความเสี่ยงจากการขาดทุนในการลงทุน ซึ่งผมจะค่อยๆ อธิบายให้เห็นภาพในส่วนถัดไป

ออกล่าสมบัติ ต้องอาศัยความกล้า และความพยายาม รวมถึงความอดทน จริงอยู่คนที่เพิ่งเริ่มต้นจะมีความกลัวที่จะเสียเงินเสียทองค่อนข้างมาก จนทำให้เราไม่กล้าที่ออกล่าขุมทรัพย์ แต่หากเราพร้อมทั้งความรู้และเงินทุนแล้วผมเชื่อว่าความเสี่ยงจะลดลงมาก ดังนั้น ลองหาหุ้นที่คุณรู้จักมาศึกษาดูเผื่อว่าบริษัทนั้นจะเป็นเหมืองทองคำก็ได้

3. ค้นหาหุ้น แนวทางปฏิบัติจริง

เราบอกว่าตอนนี้ความกล้ามี อยากออกล่าสมบัติแล้ว แต่เรือไม่พร้อม คนไม่พร้อม เสบียงอาหาร เครื่องไม้เครื่องมือ ไม่มี อันนั้นเปรียบเสมือนเรามีแต่ความกล้าบ้าบิ่น ไม่ได้เตรียมพร้อมอะไร ในส่วนนี้ผมจะบอกแนวทางในการเล่นหุ้นที่สามารถใช้งานได้จริง ที่มือใหม่สามารถนำไปปฏิบัติได้

binocular

  • เลือกหุ้นที่ท่านสนใจมา 20 ตัว อาจจะเป็นหุ้น ปันผลสูง, รายได้ หรือ กำไรเติบโต, ธุรกิจที่กำลังรุ่ง
  • จากนั้นให้ศึกษาถึงข้อมูลทางด้านผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัทให้เข้าใจ โดยอาจจะเข้าไปที่ website ของบริษัทเอง หรือ ในเว็บที่ทางตลาดหลักทรัพย์จัดเอาไว้ให้ ควรจะมีเวลาอ่านศึกษาตรงนี้วันละครึ่ง ชม.
  • เข้าใจถึงผลงานที่ผ่านมาของบริษัทว่าเป็นอย่างไรบ้าง มีการเติบโตที่สม่ำเสมอ หรือเจอวิกฤติอะไรหรือไม่ ซึ่งส่วนนี้จะสามารถรู้ได้จากงบการเงิน ซึ่งบริษัทมีหน้าที่ต้องเปิดเผยทุกๆ ไตรมาส
  • มองถึงผลงานในปีนี้ และอนาคต แน่นอนราคาหุ้นถูกผูกติดกับอนาคตของบริษัทอย่างเหนียวแน่น หากในอนาคตมีภาพที่สดใสราคาหุ้นก็จะขึ้นไปตามเช่นเดียวกัน นักลงทุนควรจะติดตามแผนงานของบริษัทว่าจะมีการลงทุนหรือได้รับงานอะไรเพิ่มเติมในอนาคตหรือไม่ โดยอาศัยติดตามจากเว็บไซต์ของบริษัท หรือ ข่าวสารตามสื่อต่างๆ ที่ออกมาเพื่อประกอบการตัดสินใจ
  • ท่านต้องทราบถึงสภาวะหนี้สินของบริษัท ไม่ควรอยู่ในระดับที่สูงมาก เนื่องจากความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นตามระดับหนี้สินที่มากขึ้นนั่นนเอง
  • จัดอันดับหุ้น 20 ตัวนั้น หลักจากท่านหาข้อมูลต่างๆ มาเป็นที่เรียบร้อยแล้วให้คะแนนจากมากไปน้อย อันดับ 1-10 คือ หุ้นที่ท่านจะซื้อลงทุน และ 10 – 20 ตัวจะอยู่ในส่วนของ Watch List คือ เฝ้าติดตามจนกว่าปัจจัยต่างๆ จะเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้น

แนวทางที่ให้ไปนั้น ต้องอาศัยความเข้าใจในหลักการอ่านงบการเงินในเบื้องต้นเสียก่อน ซึ่งผมบอกว่ามันไม่ได้ยากเลย ใช้แค่หลักในการบวกลบเลขธรรมดา และความเข้าใจในแต่ละส่วนของงบก็จะทำให้ท่านวิเคราะห์ได้อย่างง่ายดาย ซึ่งผมจะพูดถึงการวิเคราะห์งบในส่วนถัดไป

4. การอ่านงบการเงิน

เรื่องที่คุณอาจสนใจ  จัดอันดับหุ้นปันผล ประจำเดือน เม.ย. 59

ตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ งบการเงินก็เป็นเหมือนหน้าต่างของบริษัท ที่นักลงทุนใช้ส่องเข้าไปดูนิสัยใจคอและผลประกอบการณ์ ตามกฏหมายแล้วตลาดหลักทรัพย์กำหนดให้บริษัทจดทะเบียนต้องนำส่งงบการเงินทุกไตรมาส คือ ทุก 3 เดือน เพื่อให้นักลงทุนได้ตรวจสอบและติดตามผลการดำเนินงานของบริษัทได้

เพราะฉะนั้น นักลงทุนควรจะมีพื้นฐานในการดูงบเป็นด้วย เพราะถ้าดูไม่เป็นเลยก็จะเหมือนคนตาบอดที่เดินคลำทาง หากมีงบก็เหมือนท่านมีสายตาที่คมชัด เห็นว่าตรงไหนไม่ดีก็ไม่ไป หรือหุ้นไม่ดีก็ไม่ควรลงทุน นั่นจะป้องกันการขาดทุนจากการเล่นหุ้นได้เป็นอยางดีผมกล้ายืนยัน

financial

ในเบื้องต้นนั้นงบการเงินจะแบ่งออกเป็น 3 งบ

  1. งบดุล จะเป็นงบที่บอกถึงสถานะของบริษัทว่ามั่งคั่ง หรือมีสินทรัพย์อะไรบ้าง เงินทุนมาจากแหล่งใดบ้าง เพื่อให้นักลงทุนทราบถึงข้อมูลพื้นฐานของบริษัท เราจะมองถึงเงินสด, ลูกหนี้, สินค้าคงคลัง, หนี้สินต่างๆ ว่าเป็นอย่างไรบ้าง อยู่ในระดับที่ดีหรือไม่ เพราะการตรวจสอบงบตรงนี้จะบอกสัญญาณอันตรายกับนักลงทุนได้
  2. บกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จ บอกถึงการเคลื่อนไหวของรายได้ และให้นักลงทุนทราบถึงค่าใช้จ่ายต่างๆ ของบริษัท เพื่อวิเคราะห์ในเชิงลึกต่อไป งบนี้ผมจะชอบเป็นพิเศษ และเชื่อว่านักลงทุนก็ชอบเหมือนกันเพราะพูดถึงกำไรที่บริษัททำมาค้าขายได้ เราจะสามารถเจาะลึกได้ถึงจุดอ่อนจุดแข็งในการทำธุรกิจของบริษัทได้เลยทีเดียว
  3. งบกระแสเงินสด บริษัทอยู่ได้เพราะมีเงินสดหล่อเลี้ยง นักลงทุนจะต้องมองให้ออกว่าบริษัทไหนมีสุขภาพแข็งแรงก็โดยดูจากงบกระแสเงินสด อันนี้จะเป็นเหมือน Emergency Room ที่ผมจะใช้บอกว่าบริษัทอยู่ในอาการโคม่าหรือยัง เพราะหากบริษัทไหนกำไรดีมากเลย แต่ไม่มีเงินสดในการทำธุรกิจก็เจ๊งไม่เป็นท่าได้เหมือนกัน

คอร์สในการวิเคราะห์งบการเงินเหล่านี้ไม่ยากวันเดียวท่านก็สามารถมองหุ้นทะลุแล้วว่าน่าลงทุนหรือไม่ หากท่านสนใจสามารถติดต่อสอบถามเจ้าหน้าที่ได้

มือใหม่ที่กำลังจะเล่นหุ้น ควรจะศึกษาถึงพื้นฐานการอ่านงบการเงิน อ่านแบบใช้งานเป็นนะครับ ไม่ต้องถึงกับคนที่จบบัญชี เพราะเราทำความเข้าใจเพื่อใช้งาน ไม่ได้เป็นคนออกงบเอง ผมจึงคิดว่าไม่ได้เป็นงานที่ยากสำหรับนักลงทุนเลย

5. ซื้อหุ้นลงทุน

หลังจากผ่านการคัดเลือกหุ้น และตรวจสอบงบการเงินเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นักลงทุนสามารถซื้อหุ้นลงทุนได้ตามแผนที่วางเอาไว้ บางคนอาจจะลงทุนระยะสั้น หรือบางคนยาวเป็นปี ขึ้นอยู่กับเป้าหมายด้านการลงทุนของแต่ละท่านและระยะเวลาที่ท่านต้องการเป็นอิสรภาพทางการเงินจะเป็นตัวกำหนดกรอบด้านการลงทุน

buy-sell

ก่อนที่จะซื้อหุ้นนักลงทุนควรจะดูค่า P/E : Price to Earning Ratio เสียก่อน เพราะจะเป็นตัวบอกว่าหุ้นตัวนั้นถูกหรือแพงเกินไปหรือไม่สำหรับการลงทุน เพราะหุ้นพื้นฐานดีมากแต่ราคาหุ้นแพง จุดนั้นก็ทำให้นักลงทุนหลายต่อหลายคนขาดทุนมากๆ ได้เหมือนกัน ผมพบว่าการใช้งาน P/E เป็นส่งที่ง่ายและประยุกต์ใช้ได้กับหุ้นทุกตัวในตลาด รวมถึงยังช่วยให้เราประเมินราคาหุ้นที่เหมาะสมออกมาได้ด้วย คอร์สหุ้นเบื้องต้นจะเป็นประตูบานแรกที่เปิดให้ท่านเข้าใจถึง p/e และการใช้งานเป็นอย่างดี

อดีตที่ผ่านมาผมเคยซื้อหุ้น p/e ต่ำๆ หลายตัว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นพื้นฐานของบริษัทก็ต้องดีและมีอนาคตที่สดใสด้วย พบว่าเราสามารถทำกำไรกับหุ้นลักษณะนี้ได้มากและความเสี่ยงค่อนข้างต่ำ เมื่อราคาหุ้นตกต่ำลงเมื่อตลาดหุ้นผันผวนและอยู่ในสภาวะที่ไม่ดี p/e จึงเป็นเหมือนเกราะป้องกันอีกชั้นที่นักลงทุนใช้ประเมินถึงโอกาสและความเสี่ยงในการเล่นหุ้นได้

เมื่อซื้อหุ้นเข้าพอร์ตเป็นที่เรียบร้อย งานยังไม่จบเพียงแค่นั้นนะครับ นักลงทุนจะต้องตรวจสอบผลการดำเนินงานของบริษัททุกๆ 3 เดือน เพื่อทราบถึงผลกำไรและขาดทุนเพราะนั่นจะมีผลกับราคาหุ้นที่เรามีว่าจะขึ้นหรือลง จะกำไรหรือขาดทุน

อย่างไรก็ตามอันนี้เป็นแนวทางที่ผมแนะนำให้มือใหม่เริ่มต้น แต่ก็จะมีอีกหนึ่งแนวทางที่อาศัยกราฟทางเทคนิค เพื่อประกอบการตัดสินใจในการซื้อขาย หรือหาจังหวะในการซื้อขายหุ้น ซึ่งผมขออนุญาตินำเสนอในบทความถัดไปนะครับ

หากอ่านแล้วพบว่ามีประโยชน์อยากให้ท่านแชร์ให้คนรู้จัก และแบ่งปันความรู้ เพื่อให้นักลงทุนไทย ไม่ตกเป็นเหยื่อของเกมส์การเงินและรู้จักเลือกลงทุนอย่างเข้าใจนะครับ ขอบคุณครับ

เขียนโดย อ.จิรัฏฐ์ หิรัญปภาพิศุทธิ์

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *