บทความโตโร่

หุ้นไทยแพงไปหรือยัง?

ในช่วงที่ตลาดหุ้นปรับตัวลดลง มักจะเป็นช่วงเวลาแห่งความเศร้าหมองของนักลงทุนหลายคน แต่เราต้องอย่าลืมไปว่า ตลาดหุ้น “มีขึ้นย่อมมีลงเสมอ” เป็นของคู่กัน นักลงทุนต้องหมั่นศึกษาหาความรู้ในตลาดหุ้นเสมอ เนื่องจากยุคสมัยเปลี่ยนไป การปรับตัวของราคาหุ้นก็จะเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาด้วย ช่วงที่หุ้นลงหลายคนก็จะโยงไปว่าหุ้นแพงแล้ว … คำว่าถูก หรือแพง เค้าวัดกันยังไง?

 

ความถูกหรือแพงของหุ้นนั้น ส่วนใหญ่นักลงทุนนิยมนำเอาอัตราส่วนทางการเงินตัวหนึ่งเรียกว่า P/E หรือ Price to earning Ratio ที่นักการเงินได้คิดค้นขึ้นเพื่อให้นักลงทุนได้นำเอามาใช้วิเคราะห์ว่าหุ้นตัวนั้นถูก หรือ แพงไป ในแต่ละช่วงเวลา สูตรของ P/E มีดังนี้

P/E = Price / Earning per share

หรือ

P/E = ราคาหุ้นปัจจุบัน / กำไรสุทธิต่อหุ้น

ยกตัวอย่างการคำนวณดังนี้ เช่น หุ้น A มีราคาหุ้นซื้อขายล่าสุดอยู่ที่ 5 บาทต่อหุ้น กำไรสุทธิต่อหุ้นต่อปี ที่บริษัทหามาได้เท่ากับ 1 บาทต่อหุ้น

เราจะได้ P/E = 5/1 = 5 เท่า

 

หน่วยของ P/E จะเป็นเท่า หากเราได้ค่ายิ่งสูงเท่าไหร่ หมายความว่าราคาหุ้นเข้าขายแพงไปแล้ว สูงแค่ไหนถึงจะเรียกว่าสูง ? นักลงทุนควรจะดู P/E ย้อนหลังหลายๆ ปี หรือ เทียบเคียงกับหุ้นตัวอื่นๆ ในกลุ่มอื่นๆ เพื่อให้เราทราบว่าค่า P/E มันควรจะอยู่ในระดับไหน ซึ่งจะไม่มีกำหนดตายตัว

 

เอาหละพอเข้าใจ P/E คร่าวๆ (หากใครต้องการเรียนรู้แบบเต็มอิ่ม และเข้าใจแล้วหละก็ สามารถเข้าอบรมหลักสูตรเรียนหุ้นเบื้องต้นได้ที่นี่) ผมจะขอพูดถึง P/E ของตลาดหุ้นไทย หรือ ความถูกแพงของหุ้นไทยโดยภาพรวม วิธีการคำนวณก็จะไม่แตกต่างจากสูตรข้างต้นของ P/E มากนัก เพียงแต่ P/E ของตลาดรวมจะเป็นการนำเอาราคาหุ้นรวมในตลาด หารด้วยกำไรสุทธิ เราก็จะได้ P/E รวม หรือ “ความถูกแพง” ของตลาดหุ้นไทย

 

เอาเป็นว่าผมนำภาพ P/E ย้อนหลังของหุ้นไทยตั้งแต่ก่อตั้ง จนถึงเดือน ก.ย. ของปี 2018 มาให้ดู เพื่อให้ทุกคนทราบว่านักลงทุนไม่ว่าจะต่างชาติ กองทุน โบรคเกอร์ หรือแม้แต่รายย่อยแล้ว เคยทำการซื้อขายหุ้นไทยถูกหรือแพงระดับไหน ในแต่ละช่วงเวลา

 

จากรูปด้านล่างนี้ เราจะพบว่า หุ้นไทยเคยซื้อขายกัน P/E สูงเกือบ 30 เท่า เมือปี 1990 ช่วงนั้นราคาหุ้นพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ทำให้ P/E หรือ สภาวะหุ้นแพงตามมา หลายคนเรียกมันว่า “ฟองสบู่ตลาดหุ้น” ทำให้ในช่วงเวลาถัดมา เกือบสิบปี ตลาดได้ตกต่ำถึงขีดสุด เพราะปี 1999 P/E ลดลงไปต่ำกว่า 3 เท่า เรียกว่าขึ้นสุด ลงก็สุดเหมือนกัน ใครที่ซื้อหุ้นในปีนี้ และถือมาจนถึงปัจจุบันก็จะกลายเป็นเศรษฐีแบบไม่ต้องทำงานทำการกันไปเลย (หากเลือกหุ้นได้ถูกตัว บริษัทที่ถือไม่ได้เจ๊งไปเสียก่อน)

 

หากมองกันถึง P/E เดือนที่แล้ว ก.ย. 2561 จะเราพบว่าซื้อขายกันแถวๆ 17.33 เท่า (ดูกล่องสีส้มด้านขวา) ระดับนี้จัดว่าไม่ได้แพง เนื่องจากช่วงก่อนหน้านั้นเคยซื้อขายกันเกิน 25 เท่าด้วยซ้ำ ช่วงประมาณปี 2010-2011 ดังนัั้น หากหลายคนถามว่าตอนนี้ตลาดหุ้นไทยแพงไปหรือยัง “ก็ต้องตอบว่ายังไม่ได้แพงมาก แต่ก็ไม่ได้ถูกสุดๆ” ถ้าจะให้ถูกจริงๆ คงต้องขอให้ลงไปต่ำราวๆ 10-15 เท่าถึงจะดี น่าลงทุน ยิ่งลงต่ำกว่านี้มากๆ คงต้องรอวิกฤติตลาดหุ้นกลับมาอีกครั้ง ซึ่งรอบหนึ่งๆ อาจจะกินเวลาเป็นสิบปีตามวัฏจักรเศรษฐกิจ

 

ดังนั้น หากมองตลาดหุ้นในช่วงนี้ ปรับตัวลดลงเนื่องจากสภาวะตลาดหุ้นต่างประเทศไม่ค่อยสู้ดีนัก ทำให้นักลงทุนต่างชาติเทขายออกมาอย่างหนัก ผมอยากจะเตือนสตินักลงทุนรายย่อยนิดนึงว่า อย่าไปตกใจ เค้าจะขายก็ให้ขายเราหาจังหวะเหมาะๆ เข้าช้อนซื้อ หรือ เก็บหุ้นเพื่อลงทุนในช่วงนี้แหละ เดี๋ยวผลตอบแทนจะตามมาเองในอนาคต เพราะหากมองกราฟของ P/E แล้ว มีแนวโน้มว่าจะมีแต่สูงขึ้นๆ หากจะรอให้หุ้นไทยถูกกว่านี้อาจจะต้องรอกันนาน…หุ้นหลายตัวตอนนี้ราคาถอยลงมารอรับ P/E ต่ำๆ หลายตัว จึงไม่ต้องกลัวว่าตลาดจะพังทลายไป เล็งให้แม่น เก็งกันให้รวย ขอให้โชคดีกับการลงทุนทุกคนครับ