QuantTechnical Analysisบทความโตโร่หลักสูตรการอบรม

เขียนโปรแกรมเทรดหุ้น

บทความเขียนโดย

 

เทรดหุ้นเป็นอาชีพในฝันของผมสมัยเรียนมหาวิทยาลัยเมื่อเกือบยี่สิบปีมาแล้ว ตอนนั้นการเทรดหุ้นในความคิดของผมเป็นอาชีพที่เท่ห์มาก เพราะ อยู่แต่หน้าจอคอมพิวเตอร์ แล้วสามารถทำเงินได้จากการเทรด ซื้อขาย หุ้น จึงเป็นจุดเริ่มต้นให้ผมเข้าสู่วงการการลงทุน การเทรด ถึงแม้ว่าจะเรียนวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ แต่หากมีเวลาว่างผมจะศึกษาด้านการเทรดหุ้น และลงทุนเสมอ ทำให้ความรู้ที่ได้สั่งสมมาได้ถูกนำออกมาใช้ในปัจจุบันนี้สำหรับการเขียนโปรแกรมเทรดหุ้น

 

ผมอยากจะเขียนแนะนำเบื้องต้นสำหรับนักลงทุนที่ต้องการเขียนโปรแกรมเทรดหุ้นด้วยตนเอง มันอาจจะยากไปสักหน่อยหากคนนั้นไม่มีพื้นฐานด้านการเขียนโปรแกรมมาก่อน เพราะ สมัยเรียนมหาวิทยาลัยผมได้เรียนรู้ถึงความยาก และ ต้องอาศัยการสอนที่ช่วยให้คิดตามและปฏิบัติได้โดยตรง

 

ก่อนอื่นเลยที่จะเริ่มเขียนโปรแกรมเทรดหุ้น ท่านจะต้องรู้ก่อนว่าจะเทรดอย่างไร นั่นคือต้องมีกลยุทธ์ในการเทรดในใจเรียบร้อยแล้ว หรืออาจจะมีไอเดียในการเทรดหุ้นมาบ้างคร่าวๆ ยกตัวอย่างเช่น จะเข้าซื้อหุ้นที่ราคาลดลงมากสุด 5 ตัวแรงของเมื่อวาน และจะขายออกไปในอีกสามวันต่อมาหลังจากซื้อแล้ว ไม่ว่าจะกำไรหรือขาดทุน เป็นต้น หากจะพูดไปกลยุทธ์ในการเทรดจะมาจากประสบการณ์ด้านการลงทุนของท่าน ใครที่ยังไม่เคยลงทุนมาก่อนเลย หรือรู้แต่แบบงูๆ ปลาๆ แนะนำไปลงทะเบียนเรียนหลักสูตรเล่นหุ้นเบื้องต้น ที่ทางสถาบันจัดขึ้นเสียก่อน ดูรายละเอียดที่นี่

 

เมื่อทราบถึงแนวทางที่จะเทรดในเบื้องต้นแล้วเช่น รู้จักอินดิเคเตอร์ทางเทคนิค อย่างเช่น Moving Average (MA), MACD, Stochastic Oscillator ฯลฯ ท่านก็จะสามารถเขียนโปรแกรมเทรดได้แล้ว อย่างไรก็ตาม ความรู้เกี่ยวกับคณิตศาสตร์และสถิติก็มีความสำคัญเช่นกัน โดยหลักการคำนวณเหล่านั้นจะถูกนำมาประยุกต์ใช้เพื่อคัดกรอก และตัดสินใจซื้อขายหุ้น นั่นเอง

 

 

วันนี้ผมจะไม่ขอพูดถึงการพัฒนากลยุทธ์การเทรด แต่จะเน้นไปที่การเขียนโปรแกรมเทรดหุ้น ว่าจะต้องทำอะไรบ้าง ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง ดังต่อไป

 

  1. Data Source แหล่งข้อมูลหุ้น อาจจะเป็นข้อมูลราคาหุ้นแบบเรียลทามน์ (Real-time) หรือ แบบสิ้นวัน (EOD) ก็ได้ขึ้นอยู่กับกลยุทธ์ในการเทรดของท่านเอง แหล่งข้อมูลเหล่านี้มีทั้งแบบฟรี และเสียตังก์ แต่ส่วนใหญ่ข้อมูลแบบ real-time จะเสียตังก์ซื้อ มีตั้งแต่หลักพัน ถึง หลักหมื่นต่อเดือนให้เลือกใช้งาน โปรแกรมที่เราเขียนจะต้องอ่านข้อมูลจากแหล่งข้อมูลเหล่านี้เข้ามาประมวลผล และตัดสินใจซื้อขายหุ้นแทนเรา
  2. Programming Language ภาษาที่จะนำมาเขียนโปรแกรม มีหลากหลายภาษาให้เลือกใช้งาน แต่ที่นิยมใช้ก็จะมี C, C++, Java, Python, R, and etc. ขึ้นอยู่กับความถนัดของแต่ละคนว่าจะเลือกใช้ตัวไหนในการเขียน หากต้องการให้โปรแกรมทำงานเร็วมีประสิทธิภาพสูงสุดก็ต้องตระกูล C, C++ หากต้องการเขียนง่ายเป็นเร็วก็ต้อง Python, R เป็นต้น ส่วนตัวผมแล้วเคยเขียนมาทุกภาษา และพบว่าไม่ว่าเราจะเลือกใช้ตัวไหนก็ขึ้นอยู่กับความถนัด และเวลาในการพัฒนาไลบรารีขึ้นมาใช้
  3. Order Execution เมื่อเรานำข้อมูลมาประมวลผลแล้ว และได้ตัดสินใจส่ง order ซื้อหรือขาย ได้เรียบร้อย แต่เราจะต้องส่งคำสั่งซื้อขายเข้าไปในตลาดหุ้น เพื่อจับคู่คำสั่งซื้อขาย ในประเทศไทยยังไม่มี API หรือโบรคไหนเปิดให้ต่อแล้วส่งคำสั่งซื้อขายด้วยการเขียนโปรแกรมเทรด แต่ทางสถาบันได้พัฒนาโปรแกรมขึ้นมาเองเพื่อส่งคำสั่งไปยังตลาด ผ่านโบรคเกอร์ที่ท่านใช้งาน ดังนั้น หากเรามีคำสั่งซื้อหรือขายหุ้นเป็นร้อย ก็สามารถส่งคำสั่งเหล่านั้นได้อย่างอัตโนมัติ
  4. Report & Performance Analysis เมื่อส่งคำสั่งซื้อขายไปแล้วทุกสิ้นวันเราก็ต้องทำรายงานการซื้อขาย และประเมินถึงกำไรและขาดทุนจากผลของการเทรด เพื่อปรับปรุง Algorithm สำหรับโปรแกรมเทรดหุ้นของเราให้ดีขึ้น

และข้างต้นเป็นเพียงภาพรวมคร่าวๆ ในการเขียนโปรแกรมเทรดหุ้นขึ้นมาใช้งานเอง มันอาจจะใช้เวลาอยู่บ้างในการศึกษาตอนเริ่มต้น แต่พอรู้และฝึกการเขียนเป็นแล้ว ระยะยาวจะส่งผลให้การเทรดหุ้นเป็นไปอย่างอัตโนมัติ เรียกว่ามีเครื่องจักรทำเงินแทนเรา หากกลยุทธ์ที่เราคิดค้นขึ้นมีการทำกำไรอย่างต่อเนื่อง

 

ท่านใดสนใจในการเขียนโปรแกรมเทรดหุ้นด้วยตนเอง สามารถติดต่อสมัครเข้าโครงการได้ที่นี่ หรือ โทรสอบถามได้ที่ 082-492-7166