Quantบทความโตโร่

เริ่มธุรกิจ Quant Trading ของตัวเอง

Quant หรือ Quantitative อาจจะเป็นคำที่ไม่คุ้นหูนักในบ้านเรา แต่ที่อเมริกาและต่างประเทศ เป็นคำที่ใช้เรียกกลุ่มคน Quant ที่ใช้ตัวเลข และสถิติ มาใช้ในการวิเคราะห์เพื่อลงทุนในหุ้น

 

 

Quantitative Analysis มันคือ การนำเอาตัวเลขต่างๆ ที่มนุษย์เราเก็บเอาไว้ในฐานข้อมูล แล้วนำข้อมูลเหล่านั้นเข้าสู่กระบวนการ คิด และวิเคราะห์ เพื่อหาข้อมูลที่อาจจะยังไม่ถูกเปิดเผย หรือถูกเข้าใจผิด โดยคนทั่วไป พูดง่ายๆ ว่าการหาสิ่งที่ยังไม่ได้ถูกเปิดเผยจากข้อมูลที่มีมหาศาล ซึ่งมันได้ถูกนำเอามาใช้ในการลงทุนอย่างแพร่หลายในต่างประเทศ เนื่องจากว่าระบบการเทรด หรือ การส่งคำสั่งซื้อขายในต่างประเทศนั้น ล้ำหน้าไปกว่าบ้านเรามาก เพราะสามารถส่งคำสั่งซื้อขายหุ้น ผ่านโปรแกรมคอมพิวเตอร์ และยังสามารถเขียนโปรแกรมหรือตั้งโปรแกรมให้ทำการซื้อขายหุ้นได้อัตโนมัติ แบบเรียลไทม์กันเลย ตลาดหุ้นบ้านเราต้องบอกว่ายังไม่ถึงขั้นนั้น หลายๆ โบรคเกอร์ในไทยก็พยายามผลักดัน ให้ทางตลาดหลักทรัพย์เปิดทาง เพื่อให้ระบบเทรดอัตโนมัติ สามารถใช้งานอย่างแพร่หลาย แต่ก็ยังไม่ได้ถูกเข้าถึงโดยรายย่อยอย่างทั่วถึง จะมีแค่พอร์ตใหญ่ๆ หรือพอร์ตหลักหนึ่งล้านบาทขึ้นไปเท่านั้น ถึงจะมีสิทธิ์เข้าถึงระบบเทรดแบบนั้นได้

 

อย่างไรก็ตาม TORO Stock มีวิธีการที่ทำให้รายย่อย สามารถมีเครื่องมือ ที่สามารถเริ่มต้นธุรกิจเทรดของตนเองได้ ในต้นทุนที่ถูกและไม่ต้องใช้เงินทุนมากๆ แบบบริษัทขนาดใหญ่ สามารถขอคำปรึกษาได้

 

quant

Quantitative Analysis ในทางปฏิบัติแล้วจะเป็นการนำเอาข้อมูลทางด้านราคาในการซื้อขายหุ้น หรือข้อมูลทางการเงิน มาใช้เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นในการหากลยุทธ์การลงทุนที่มีกำไร ยกตัวอย่างเช่น กลยุทธ์ Trend Following คือ นักลงทุนจะซื้อหุ้นที่มีแนวโน้มว่าจะขึ้นเพื่อที่จะสามารถตามน้ำและทำกำไรไปในหุ้นที่เป็นขาขึ้นได้ Quant อาจจะใช้ Moving Average หรือ ค่าเฉลี่ยของราคาหุ้นในระยะเวลา 5 วัน เทียบกับราคาหุ้นปัจจุบัน หากราคาปัจจุบันสูงกว่าจะซื้อ และหากต่ำกว่าจะขาย ซึ่งระดับของราคาหุ้นจะเป็นตัวทริกเกอร์ หรือตัวที่ระบุให้นักลงทุนตัดสินใจ “ซื้อ” และ “ขาย” หุ้น ในทางปฏิบัติอาจจะใช้ตัวเลขอื่นๆ เพื่อใช้ในการตัดสินใจร่วมด้วย

 

จะเห็นได้ว่า Quant จะใช้ตัวเลข และกลยุทธ์ การลงทุนเพื่อตัดสินใจเป็นหลัก จะไม่ใช้อารมณ์ หรือ สิ่งอื่นใดมาตัดสินใจ หากจะพูดให้ชัดก็เหมือน มีระบบหุ่นยนต์ หรือ Robot ที่จะทำการซื้อและขายหุ้นให้เรา โดยหัวใจของมันคือ กลยุทธ์ ที่ทำกำไร (และพิสูจน์มาแล้วว่าทำกำไรจริง)

 

เอาหละท่านพอจะเข้าใจถึงสิ่งที่ผมกำลังพูดถึงแล้ว เพียงแต่บทความนี้จั่วขึ้นมาว่า “เริ่มธุรกิจ Quant Trading ของตัวเอง” หลายๆ คนอาจจะสงสัยว่าเราจะทำธุรกิจนี้ได้อย่างไร ผมจะขอพูดเป็นหัวข้อๆ ทีละขั้นตอน เพื่อให้ท่านได้ทราบว่าธุรกิจนี้ เหมาะสำหรับใคร และ มันทำเงินอย่างไร

 

ใครสามารถทำธุรกิจ Quant Trading ได้บ้าง?

โดยส่วนใหญ่แล้วน่าจะตอบว่า “ทำไม่ได้หรอก” ต้องเป็นสถาบันการเงิน หรือ โบรคเกอร์ ที่มีเครื่องไม้เครื่องมือเพรียบพร้อม ถึงจะทำได้ ผมขอ Challenge แล้วกันครับว่า “ทำได้” เพียงแต่เราต้องรู้ข้อจำกัดของเราเอง หากเทียบกับบริษัทที่มีเงินทุนมาก และบุคลากรเพรียบพร้อม

 

คุณไม่จำเป็นต้องจบการศึกษาทางด้านการเงิน หรือ ด๊อกเตอร์ เพียงแต่ท่านสามารถ บวก ลบ คูณ หาร เลขได้ พร้อมกับใจรักที่จะศึกษาเรียนรู้ คำศัพท์ใหม่ๆ ต่างๆ และระบบการเทรด ซึ่งท่านสามารถออกแบบได้เองให้เหมาะสมกับตัวท่านเอง

 

นอกเหนือจากนี้ท่านอาจจะต้องใช้คอมพิวเตอร์เก่งระดับหนึ่ง เพราะ การเริ่มธุรกิจนี้ อย่างที่บอกต้องใช้ข้อมูล มาตั้งต้น เพื่อพัฒนาระบบเทรดหรือระบบลงทุนของตัวท่านเอง จึงหนีไม่พ้นการใช้งานคอมพิวเตอร์ ส่วนใหญ่จะเป็นการเข้าเว็บไซต์ โหลดข้อมูล และนำมาวิเคราะห์ต่อด้วยโปรแกรม Microsoft Excel เป็นหลัก หากท่านเคยใช้งานโปรแกรม Mathlab จะมีความได้เปรียบกว่าเพราะสามารถจะมากกว่า Excel ในหลายด้าน แต่สำหรับการเริ่มต้นผมคิดว่าแค่ Excel ก็เอาอยู่แล้ว

 

ประโยชน์ของธุรกิจ Quant Trading 

มีหลายสิ่งที่ผมชอบเกี่ยวกับตัวธุรกิจนี้ Quant Business มันก็เหมือนกับธุรกิจอื่นๆ ที่มันจะทำให้เราตื่นเต้น และต้องอาศัยความฉลาดทางการคิดวิเคราะห์ และผลตอบแทนจะเย้ายวนมาก เราสามารถเริ่มต้นด้วยเงิน 50,000 บาท แล้วค่อยๆ ทำให้มันขยายใหญ่ขึ้น เมื่อท่านมีความรู้ความสามารถมากขึ้น และมีกลยุทธ์ที่ทำกำไรในมือมากขึ้น

 

อย่างไรก็ตามมีหลายอย่างที่ธุรกิจ Quant แตกต่างจากธุรกิจอย่างอื่น

  1. ขยายได้ไม่จำกัด ธุรกิจอย่างอื่นการที่จะขยายกิจการ หรือเติบโตได้ จะต้องมีการซื้อสินทรัพย์ในเครื่องจักรอุปกรณ์ หรือลงทุนในคนเพิ่ม แต่ Quant Trading ท่านเพียงแต่เพิ่มจำนวนเงินเข้าไปในพอร์ตก็สามารถขยายกิจการ หรือธุรกิจ ของท่านได้เลยแล้วแต่เงินทุนที่ท่านมี
  2. ไม่ต้องใช้เวลามาก ธุรกิจอื่นๆ อาจจะต้องการเวลาจากท่านมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเริ่มต้นกิจการ เพื่อวางระบบและรากฐานของธุรกิจให้แข็งแรงก่อนที่มันพร้อมจะดำเนินไปอย่างราบรื่น Quant Trading เรียกได้ว่าตรงกันข้าม มันอาจจะต้องการเวลาจากท่านเพียงแค่ช่วงเย็นหลักเลิกงานเพื่อรีวิว หรือดูผลประกอบการณ์ตอนสิ้นวัน เพราะระบบเทรดที่ท่านวางไว้จะทำงานไปได้ตลอดเวลา (หุ้นไทย อาจะต้องมีการส่งคำสั่งซื้อขายในบางวันเอง ไม่เหมือนต่างประเทศที่ทำเป็นระบบอัตโนมัติได้ทั้งหมด)
  3. ไม่ต้องทำ Marketing หรือ Selling ธุรกิจ Quant ท่านไม่ต้องปวดหัวทำการตลาด หาลูกค้า และช่องทางการขาย เหมือนธุรกิจอื่นๆ เพราะ ธุรกิจนี้จะมีกำไรหรือขาดทุน ก็จะขึ้นอยู่กับ “ราคาหุ้น” ในตลาดหุ้นเท่านั้น ดังนั้นสิ่งที่ท่านสนใจจะเป็นตลาดหุ้น ไม่ต้องมีลูกค้าให้ท่านต้องจัดการ

จะเริ่มกิจการทำอย่างไร

การเริ่มกิจการในบ้านเราอาจจะต้องมีต้นทุนในการเริ่มต้นมากกว่าในอเมริกาหน่อย เพราะว่าเราจะต้องซื้อข้อมูลการซื้อขายหุ้น และข้อมูลทางการเงิน จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในอเมริกานั้นข้อมูลเหล่านี้มีให้ดูฟรี เช่น Yahoo Finance ท่านจะสามารถดูข้อมูลหุ้นได้ทุกตัวในตลาดอเมริกา ทั้งข้อมูลการซื้อขายรายวันย้อนหลังได้หลายปี รวมถึงอัตราส่วนทางการเงินต่างๆ ของไทยนั้นจะต้องติดต่อขอซื้อข้อมูลอาจจะเป็นข้อมูล Real Time หากต้องการเทรดแบบ HFT หรือ Day Trade หรือจะเป็นข้อมูลการซื้อขายรายวัน End of Day ก็เพียงพอ ขึ้นอยู่กับกลยุทธ์ด้านการลงทุนของบริษัทท่านเอง ราคาของข้อมูลก็ขึ้นอยู่กับแหล่ง และระดับของความพร้อมของข้อมูล มีหลากหลายราคาและบริการ ในไทยก็จะมีหลายรายที่ให้บริการด้านข้อมูลหุ้น

เรื่องที่คุณอาจสนใจ  Dividend Distribution เงินปันผลของตลาดหุ้นไทย

 

เริ่มด้วยกลยุทธ์ไหน?

สิ่งที่จะบอกว่าท่านควรจะเริ่มต้นอย่างไร มี 3 ปัจจัย คือ เวลา ความรู้ทางด้านโปรแกรมมิ่ง เงินลงทุน ทั้งสามส่วนจะเป็นตัวกำหนดกลยุทธ์ที่จะเริ่มต้นของท่าน

เวลา หากท่านมีเวลามาก ท่านอาจจะเทรดเต็มเวลา หรือหากมีงานประจำ ท่านอาจจะทำแบบ part-time ได้ คือ ดูเฉพาะช่วงเย็นหลังเลิกงาน หรือตอนกลางคืน ก่อนนอน ตรงนี้จะเป็นตัวกำหนดกลยุทธ์ในการลงทุนของท่าน หากเทรดเต็มเวลาอาจจะเป็นแบบการซื้อขายรายวัน Day Trade หรือ High Frequency Trading แต่หากท่านทำงานประจำกลยุทธ์ที่เหมาะสมคือ position trade คือซื้อขายโดยใช้กราฟรายวันและถือหุ้นมากกว่าหนึ่งวันขึ้นไป

ความรู้ด้านโปรแกรมมิ่ง การเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์เป็นส่วนที่สำคัญสำหรับ Quant Business เพราะ หากท่านมีกลยุทธ์ในการเทรดแล้วสิ่งที่จะต้องทำคือการสร้างโปรแกรม ระบบเทรดของท่านออกมา เพื่อใช้งาน ทั้งนี้ทั้งนั้น งานในส่วนนี้ท่านอาจจะจ้างโปรแกรมเมอร์ให้ทำแทนท่านได้

เงินลงทุน ในส่วนนี้คือเงินลงทุนเบื้องต้น เราสามารถเริ่มต้นธุรกิจด้วยเงิน 50,000 หรือ 100,000 บาท ได้ และหากท่านมีมากกว่านั้นท่านจะสามารถเปิดพอร์ตหุ้นได้หลายแบบ และยิ่งเงินทุนยิ่งมาก ค่าคอมมิชชั่นในการเทรดก็จะลดลงด้วย

 

เป้าหมายของธุรกิจ

ผมอยากจะให้มองว่ามันเป็นธุรกิจตัวหนึ่งและเป็นธุรกิจระยะยาว อย่าหวังว่าเข้ามาลงทุนในหุ้นแล้วจะรวยข้ามวัน เพราะกลไกของตลาดแล้วท่านจะพบว่าสามารถทำได้ แต่ก็ความเสี่ยงมากเช่นเดียวกัน ดังนั้น เราควรจะทำธุรกิจแบบค่อยเป็นค่อยไป ค่อยๆ เพิ่มพูนพอร์ตการลงทุนให้เติบโตขึ้นอย่างช้าๆ และยั่งยืนมากกว่าที่จะหวือหวา และหมดตัวไปในคราวเดียว

 

ในการวัดผลตอบแทนของการลงทุน

Quant จะใช้อัตราส่วนที่เรียกว่า Sharp Ratio ซึ่งเป็นผลตอบแทนที่แตกต่างจากผลตอบแทนที่ท่านอาจจะคุ้นเคยบ้าง แต่ไม่ได้มีอะไรที่ยากเกินทำความเข้าใจ

Sharp Ratio = Average Excess Returns / Standard deviation of excess returns

กำหนดให้

Excess Returns = Portfolio Returns – Benchmark Returns

ซึ่งส่วนใหญ่แล้ว Benchmark returns คือ ตัวที่เราจะเทียบผลตอบแทนของหุ้นที่เราลงทุนด้วย ส่วนใหญ่จะเป็นผลตอบแทนของดัชนีตลาดที่หุ้นตัวนั้นอยู่ เช่น SET50 หากหุ้นที่เราลงทุนอยู่ในหุ้นไทย และมีขนาดใหญ่ 1 ใน 50 ของบริษัทในตลาดหุ้น

Qunat จะใช้ Sharp Ratio มาเปรียบเทียบกลยุทธ์ด้านการลงทุน ว่ากลยุทธ์ไหนจะให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า ยิ่ง Sharp Ratio มากแสดงว่าผลตอบแทนจะดีกว่า ส่วนใหญ่แล้วถ้ากลยุทธ์ไหนให้ Sharp Ratio มากกว่า 3 กลยุทธ์นั้นจะให้ผลตอบแทนที่ดี และสามารถทำเงินให้ธุรกิจได้

อย่างไรก็ตาม การลงทุนท่านจะต้องเจอกับเหตุการณ์ที่ราคาหุ้นปรับตัวลดลง มันจะมีคำ 2 คำเข้ามาเกี่ยวข้อง คือ

  1. Maximum Draw down คือ พอร์ตลงทุนของท่านอาจจะขาดทุนได้มากที่สุดเท่าไหร่
  2. Maximum Draw down duration คือ พอร์ตลงทุนของท่านอาจจะขาดทุนได้นานเท่าไหร่

ซึ่งในรายละเอียดแล้วจะมีวิธีการคำนวณตัวเลขทั้งสองตัว เพื่อเราจะได้ทราบว่ากลยุทธ์ในการลงทุนแต่ละแบบนั้นจะให้ผลตอบแทน และความเสี่ยงแตกต่างกันอย่างไร เราสามารถนำมาตัดสินใจด้านการลงทุนให้เหมาะสมกับเป้าหมายด้านการลงทุนของธุรกิจเราได้

 

ข้อควรระวัง

ค่าคอมพ์จากการเทรด จะมีผลกับกลยุทธ์ในการเทรดของท่านมาก บางกลยุทธ์หลังจากการทดสอบ Simulation แล้วจะพบว่าเป็นกลยุทธ์ที่ดีและทำกำไรได้ แต่เมื่อนำเอาค่าคอมพ์เข้ามาคิดด้วยกลับกลายเป็นว่าเป็นกลยุทธ์ที่แย่

 

เมื่อท่านเริ่มทำความรู้จักกับ Quantitative Analysis แรกๆ ท่านจะต้องรู้จักกับคำว่า “Survivor ship Bias” หมายถึง หุ้นที่ถูกถอดถอนจากตลาด หรือหุ้นที่ถูกพักทำการซื้อขาย จะอยู่ใน database หรือฐานข้อมูลที่ Quant ใช้มันจะทำให้ผลตอบแทนจากการ Back Test หรือ ทดสอบ ผิดไปจากที่มันควรจะเป็น ดังนั้นก่อนการรัน Simulation ทุกครั้งควรจะต้องมีการตัดหุ้นเหล่านั้นออกไปจากฐานข้อมูลเสียก่อน

 

ยังมีอีกคำนึงที่ควรจะต้องทำความรู้จักกัน คือ Data Snooping Bias นั่นคือ ในกลยุทธ์การเทรดท่านอาจจะมี Parameter หรือตัวแปรที่ท่านใช้เป็นหลักในการตัดสินใจซื้อขาย และท่านได้ทำการปรับจูน Parameter ให้ได้ผลตอบแทนมากที่สุด นั่นอาจจะนำท่านไปสู่ปัญหา Data Snooping Bias ได้ เพราะ ข้อมูลที่ Quant นำเอามาทำสอบ Back Test กลยุทธ์นั้นเป็นข้อมูลในอดีต และมันอาจจะมีผลตอบแทนที่แย่ในอนาคตกับ parameter ที่ท่านปรับจูนไปแล้ว

 

 

เอาหละวันนี้ขอเล่าเพียงเกริ่นนำ…สำหรับการเริ่มธุรกิจของตัวเองโดยการเทรด หรือลงทุน ในหุ้นโดยอาศัยข้อมูลทางตัวเลข และสถิติ มาช่วยในการตัดสินใจ ในบทความต่อไปจะได้นำเสนอการปฏิบัติ และการนำข้อมูลเข้ามาวิเคราะห์ในโปรแกรมอย่างเช่น Excel และ Matlab เพื่อให้ท่านเกิดไอเดียในด้านการลงทุนต่อไป

 

หมายเหตุ หากท่านใดสนใจเริ่มต้นธุรกิจนี้ด้วยตัวเอง กรุณาติดต่อสถาบัน เพื่อขอคำปรึกษาและแนะนำ 

หรือดูรายละเอียดที่  คอร์สสอนเล่นหุ้นตัวต่อตัว หรือโทร 082-492-7166 

 

บทความเขียนโดย อ.จิรัฏฐ์ (อ.โตโร่) 

กด Like & Share ให้เพื่อนๆ ได้ความรู้ แบ่งปัน แนวความคิดด้านการลงทุน

 

หลักสูตรลงทุนในหุ้นของทางสถาบัน

คอร์สอบรมหุ้นสำหรับผู้เริ่มต้น

คอร์สอบรม Technical Analysis เหมาะสำหรับผู้ที่มีพื้นฐานแล้ว

คอร์สอบรม Value Investment (VI) เหมาะสำหรับผู้ที่มีพื้นฐานแล้ว

เรื่องที่คุณอาจสนใจ  Value Stock คืออะไร

คอร์สสอนเล่นหุ้นตัวต่อตัว

  หรือโทร 082-492-7166 (call center 24 ช.ม.)

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *