บทความโตโร่

เล่นหุ้นตัวไหนดีปี 2018

 

เล่นหุ้นตัวไหนดีในปี 2018 … คำถามนี้อาจจะไม่มีคำตอบที่ชัดเจนนัก ถ้าไม่เริ่มจากเป้าหมายด้านการเทรด หรือ การลงทุนของตนเองเสียก่อน

 

เพราะทุกอย่างมันเริ่มต้นที่การวางแผน ว่าเราจะ “ลงทุน” หรือ “เทรด” หุ้น เพราะ คำสองคำนี้แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงในทางปฏิบัติ การลงทุนหากจะมองไปก็เป็นเรื่องที่ไม่ได้ยากเย็นนัก เพราะ นักลงทุนที่เก่งๆ สามารถวิเคราะห์หุ้นได้ด้วยตนเอง โดยอาศัยการทำความเข้าใจการวิเคราะห์หุ้นในเบื้องต้น และจับหลักด้านการอ่านงบการเงินแบบที่นักลงทุนใช้งาน ไม่ใช่แบบนักบัญชี เท่านี้ การคัดเลือกหุ้นพื้นฐานดี และน่าลงทุนก็ง่ายแค่ปลายนิ้ว เพียงแต่ท่านต้องอาศัยเวลาในช่วงแรกทำการศึกษา แต่หลังจากนั้นก็สามารถลงทุนด้วยตนเอง

 

การลงทุนในปี 2018 สำหรับผมมันก็เหมือนกับการลงทุนในทุกๆ ปี เพราะ ในบางปีก็ดีมาก แต่บางปีก็เงียบเหงา สลับกันไป ซึ่งผมเชื่อว่าปี 2018 จะเป็นปีที่ดีสำหรับตลาดหุ้นไทย เพราะ ดัชนีเดินหน้ามาไกลกว่า 1,800 จุด แล้ว และคาดว่าน่าจะไปถึง 1,900 จุด ในไม่ช้านี้

 

สำหรับการเลือกลงทุนในปี 2018 สำหรับผมแล้วคิดว่าเราสามารถเลือกได้หลายกลุ่ม ดังต่อไป

  1. กลุ่มผูกขาด BAFS คือ หุ้นตัวแรกที่ผมมักจะพูดถึงเสมอเพราะหุ้นตัวนี้ผูกขาดการขายน้ำมันเครื่องบินในสนามบินสุวรรณภูมิ และดอนเมือง ทำอยู่เจ้าเดียวแล้วกำไรจะไปไหน หากราคายิ่งลงก็ยิ่งน่าซื้อลงทุน ณ เวลาที่ผมเขียนบทความนี้ราคาหุ้นได้ปรับลดลงมาอย่างมีนัยยะ ซึ่งน่าเข้าช้อนซื้อมากทีเดียวสำหรับการลงทุนตลอดปีนี้
  2. กลุ่มผูกขาดอีกตัว AOT ทำอยู่เจ้าเดียวเหมือนกัน เรียกว่าไร้คู่แข่งในประเทศ แต่แข่งกับต่างประเทศ ก็ดูจะเปรียบไม่ได้ เพราะ ไทยเป็นประเทศท่องเที่ยวคนต้องบินเข้าออกเป็นว่าเล่น และต้องผ่านสนามบินอย่างสุวรรณภูมิ ซึ่ง AOT ทำกำไรเติบโตตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา และได้จ่ายโบนัสอย่างงามให้กับพนักงาน จึงเป็นหุ้นโดดเด่นไม่แพ้กับ BAFS
  3. กลุ่มธนาคาร ผมชอบ KKP & TISCO ที่มีอัตราการจ่ายปันผลที่สูงหากเทียบกับหุ้นธนาคารอื่นๆ ขนาดใหญ่ที่ทุกคนรู้จัก ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นสูงได้อย่างน่าประทับใจ หากทั้งสองธนาคารยังรักษาการแข่งขัน และการทำกำไรในธุรกิจที่ตนถนัด ก็คือการปล่อยสินเชื่อรถก็จะยังคงทำให้มูลค่าหุ้นทั้งสองธนาคารปรับตัวสูงขึ้นไปได้อีกในอนาคต
  4. สำหรับกลุ่มอสังหา ORI ดูโดดเด่น ตัวเล็กแต่พริกขี้หนู ราคาหุ้นมาไกลทีเดียวตั้งแต่ IPO เรียกว่ายังมุ่งมั่นทำตลาดในพื้นที่ของตนเองที่ถนัด เพราะ บริษัทอสังหาขนาดใหญ่อาจจะเติบโตไปได้ไม่มากนัก หากเศรษฐกิจระดับประเทศไม่ขับเคลื่อนในภาพรวม อสังหาเล็กจึงเป็นหนทางให้กับนักลงทุนที่เน้นกำไรจากราคาหุ้น สำหรับท่านใดมองหาหุ้นปันผลอาจจะเล็ง LPN แทน เพราะ ราคาตอนนี้กับผลตอบแทนเงินปันผลสูงจนน่าลงทุนกว่า 7% ต่อปี ดีกว่าฝากแบงค์เป็นไหนๆ
  5. กลุ่มอาหารเสริม MEGA เป็นหุ้นตัวเดียวในตลาดหุ้นไทยที่ทำธุรกิจอาหารเสริม ยี่ห้อ MEGA WE CARE ซึ่งผมเชื่อว่าหลายคนก็ได้ซื้อสินค้าของบริษัทนี้ไปใช้ นอกเหนือจากแบรนด์ของตนเองแล้วบริษัทยังผลิตและส่งออกในรูปของ OEM อีกด้วย เพราะเป็นหุ้นที่เติบโต P/E จึงค่อนข้างสูงเป็นปกติ
  6. กลุ่มเครื่องสำอางค์และความงาม BEAUTY กลายเป็นนางเองในตลาดหุ้น เพราะ นอกจากบริษัทจะรักษายอดขายและกำไรมาได้ต่อเนื่อง ทิ้งคู่แข่งอย่าง KAMART อย่างขาดลอย ราคาหุ้นพุ่งกระฉูดมาตั้งแต่หลักสองสามบาท จนตอนนี้สิบบาทกว่า ดูจากแนวโน้มแล้ว น่าจะเติบโตไปได้สวยเพราะ ผู้หญิงไม่เคยหยุดสวย ยอดขายของบริษัทยังไม่ตก น่าจะทำให้นักลงทุนได้ยิ้มกันถ้วนหน้า

 

จริงๆ มีหุ้นอีกหลายตัวที่ผมอยากจะเขียนถึง แต่จะขอมาเล่าต่อในบทความต่อไป หุ้นข้างต้นเหล่านี้เหมาะสำหรับการลงทุนในปี 2018 นี้ซึ่งผมอยากให้นักลงทุนได้ไปศึกษาเพิ่มเติมถึงหุ้นเหล่านี้ก่อนตัดสินใจเข้าลงทุนครับ หากท่านใดยังวิเคราะห์หุ้นไม่เป็น ไม่รู้จะทำยังไงดี แนะนำให้โทร 082-492-7166 ซึ่งผมจะถ่ายทอดออกมาอย่างเข้าใจกันง่ายๆ ใช้ได้จริงๆ นำไปปฏิบัติกันได้ด้วยตนเอง ท่านสามารถจองที่นั่งเข้าอบรมได้ที่ลิงก์นี้

 

ในตลาดหุ้นนอกเหนือจากนักลงทุนแล้ว ก็จะมีนักเทรด หรือ คนที่เน้นเทรดหุ้นระยะสั้น เพื่อค้ากำไรจากราคาหุ้น ผมเองเป็นคนที่ขื่นชอบการเทรดหุ้น และหลงเสน่ห์ในตลาดหุ้นมาตั้งแต่สมัยมหาวิทยาลัย ซึ่งทุกวันนี้ก็เทรดอย่างจริงจังเรียกว่าเป็นอาชีพหนึ่งเลยก็ว่าได้ แต่การเทรดหุ้นนั้นไม่เหมือนกับการลงทุนในรูปแบบอื่นๆ เพราะ การเทรดมักจะมุ่งเป้าไปที่กำไรจากการซื้อขาย ดังนั้น หลักในการวิเคราะห์และคัดเลือกหุ้นจึงแตกต่างจากการลงทุนพอสมควร

 

การเทรดหุ้นในปี 2018 ผมคิดว่าน่าจะเป็นปีที่ท้าทาย เพราะ ตลาดหุ้นค่อนข้างผันผวน ทั้งข่าวจากอเมริกา การบูมของบิตคอยล์ ข่าวต่างประเทศต่างๆ ซึ่งส่งผลโดยตรงกับราคาหุ้นไทยทางจิตวิทยา

 

การที่จะเล่นตัวไหนในปี 2018 ก็มักจะขึ้นอยู่กับกลยุทธ์ในการเทรดของท่านเอง หรือสไตล์ของท่านเอง สำหรับผมเน้นการถือครองหุ้นไม่นาน ผมมักจะซื้อขายหุ้นทุกวัน เพราะ เป้าหมายคือการค้ากำไรจากราคา บางคนอาจจะบอกว่าการเทรดบ่อยไม่ดี ใช่ครับไม่ดีจริงๆ ดังนั้นกลยุทธ์ในการเทรดเราจะต้องคิดต้นทุนจากการเทรดด้วยว่าคุ้มค่าหรือไม่ สำหรับกลยุทธ์ของผมเองจะเทรดทุกวัน วันละหนึ่งรอบโดยเฉลี่ย (ขึ้นอยู่กับสภาวะตลาด หากมีโอกาสดีก็สามารถเทรดได้หลายรอบ)

 

เทคนิคที่ผมใช้ในการกรองหุ้นก็จะเน้นดู ราคา และโวลุ่มเป็นหลัก ในการคัดกรอง อาศัยการวิเคราะห์ทางเทคนิค และเลือกใช้อินดิเคเตอร์ต่างๆ อย่างเหมาะสม เพื่อให้ผลการเทรดออกมาแล้วมีกำไรมากกว่าขาดทุน (ถึงจะเป็นธุรกิจที่เลี้ยงชีพได้) ผมแนะนำว่าท่านใดที่ต้องการเทรดอย่างจริงจังควรจะศึกษาการวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิคอย่างเข้าใจแบบลึกซึ้ง เพราะ นั่นจะทำให้เราพลิกแพลงได้ทุกสถานการณ์ รวมถึงคิดค้นอินดิเคเตอร์ขึ้นมาใช้งานได้ด้วยตนเองให้เหมาะกับหุ้นแต่ละตัว อินดิเคเตอร์ต่างๆ มีหลายตัวมากๆ ซึ่งทุกตัวจะมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน ใช้ได้ในสถานการณ์ที่แตกต่างกันไป  หากใช้ได้อย่างเหมาะสมจะส่งผลให้การเทรดมีประสิทธิภาพและมีกำไรได้สม่ำเสมอ และท่านจะทำเงินได้จากตลาดหุ้นจนไม่อยากเลิกเทรดเลยครับ