Quant

Algorithmic Trading เทรดหุ้นด้วยหุ่นยนต์

Algorithmic Trading คือ อะไร?

algo

ท่านเคยดูหนังแนว Sci-Fi ที่มีหุ่นยนต์เป็นตัวเอก หรือ หนังที่มีหุ่นยนต์ครอบครองโลก ? ท่านคิดว่ามันอาจจะเกินจริงไปบ้าง หรือเหนือจินตนาการไปแล้ว แต่อย่างไรก็ตามมันใกล้ตัวมากกว่าที่คิดหากพูดถึงการเทรดหุ้น

Algorithmic Trading เป็นคำที่ต่างประเทศใช้ในการเทรดหุ้นแบบอัตโนมัติ หรือ โรบอต เทรดโดยใช้คนเข้ามาเกี่ยวข้องน้อยมาก หรือแทบจะไม่ได้ใช้คนเลยด้วยซ้ำ

กองทุนขนาดใหญ่ในต่างประเทศมีการใช้งานการเทรดแบบอัตโนมัตินี้กันอย่างแพร่หลายซึ่งบางทีอาจจะเรียกว่า Quantitative Trading ก็ได้เช่นเดียวกัน การเทรดแบบนี้มีทั้งข้อดี และข้อเสียในตัวมันเอง

ข้อดีของการเทรดโดยหุ่นยนต์

  1. ตรวจสอบย้อนหลังได้ หรือ เรียกว่า Back testing มันคือการที่เราสามารถตรวจสอบผลตอบแทนย้อนหลังของกลยุทธ์ที่เราจะใช้เทรดได้อย่างง่ายดาย โดยอาศัยข้อมูลการซื้อขายทางสถิติหลายๆ ปี เพื่อที่จะทำให้เราทราบถึงความเสี่ยงและผลตอบแทนที่จะได้รับหากเราใช้การเทรดในแบบที่เราต้องการ
  2. มีประสิทธิภาพ เพราะโดยไอเดียแล้วการเทรดแบบนี้จะอาศัยหุ่นยนต์ หรือคอมพิวเตอร์ในการตัดสินใจซื้อขาย และส่งคำสั่งซื้อขายหุ้นเข้าไปในระบบโดยอัตโนมัติ ทำให้ประสิทธิภาพในการเทรดเป็นไปได้อย่างรวดเร็วมีประสิทธิภาพ ซึ่งคนเราไม่จำเป็นต้องเสียเวลามานั่งเฝ้าหน้าจอ และต้องส่งคำสั่งซื้อขายด้วยมือ เราสามารถนำเอาเวลาที่ใช้ไปกับกิจกรรมเหล่านี้ไปในการค้นหากลยุทธ์ในการเทรดใหม่ๆ ได้ และมันยังทำให้เราสามารถควบคุมความเสี่ยงได้แบบเรียลทาม ดีกว่าการส่งคำสั่งเอง ตัดสินใจด้วยตนเองตลอดเวลา
  3. ไม่มีการใช้อารมณ์ เหนือเหตุผล การเทรดแบบ Algo Trading นี้มันจะช่วยขจัดปัญหาการใช้อารมณ์ของนักลงทุนในการเทรดไปโดยปริยาย เพราะกลยุทธ์ในการเทรดจะถูกออกแบบตั้งแต่ตอนแรก และเมื่อนำไปใช้ในการเทรดจริงแล้วจะเป็นเรื่องของหุ่นยนต์ที่จะเช็คและตัดสินใจซื้อขายแทนเรา และมันจะไม่มีอารมณ์ กลัว หรือ โลภ เหมือนคน
  4. การเปรียบเทียบหุ้น ระบบหุ่นยนต์นี้มันสามารถเปรียบเทียบความเสี่ยงและผลตอบแทนได้แบบเรียลทาร์ม ในหุ้นแต่ละตัว และสามารถปรับพอร์ต จัดการแบ่งเงินลงทุนได้แบบอัตโนมัติ ตามสภาวะของตลาดที่มีขึ้นและลง
  5. เทรดได้บ่อยขึ้น หรือ High Frequency Trading ด้วยระบบที่ผมพูดถึงจะทำให้เราสามารถเทรดหุ้น หรือสินทรัพย์ต่างๆ ได้มากขึ้น บ่อยขึ้น เทรดข้ามตลาดหุ้น หรือ แม้แต่เทรดตลอด 24 ชม. ในบางตลาดเช่น FOREX

ด้วยข้อดีทั้งห้าข้อข้างต้น เราสามารถเปิดบริษัทการลงทุนแบบอัตโนมัติของเราได้ง่ายมาก และใช้เงินลงทุนน้อย เพียงแต่ต้องอาศัยความรู้ด้านการเงินเล็กน้อย บวกกับ ความสามารถในการเขียนโปรแกรมที่ไม่จำเป็นต้องเก่งกาจ ก็ทำให้เราเริ่มต้นธุรกิจของเราได้อย่างง่ายดาย เหรียญมีสองด้านเสมอ ดังนั้นเราไปดูกันบ้างว่าข้อเสียของการเทรดด้วยหุ่นยนต์มีอะไรบ้าง

ข้อเสียของการเทรดโดยหุ่นยนต์

  1. Capital requirement เงินทุนต้องมีสูง เพราะโบรคเกอร์บางแห่งยอมให้มีการส่งคำสั่งอัตโนมัติโดยโปรแกรมคอมพิวเตอร์จะต้องมีเงินลงทุน หรือเงินในพอร์ตอย่างน้อยหนึ่งล้านบาท (โบรคเกอร์ไทย) แต่หากเป็นโบรคต่างประเทศ และเทรดหุ้นต่างประเทศเงินลงทุนจะลดน้อยลงไปส่วนใหญ่แล้วก็มักจะเริ่มที่ $10,000 เหรียญสหรัฐ
  2. ความรู้ทางด้านโปรแกรมมิ่ง ท่านจำเป็นต้องมีสกิลการเขียนโปรแกรมบ้าง คนที่เรียนจบมาทางด้านไอทีอาจจะได้เปรียบคนส่วนใหญ่ตรงสกิลการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ซึ่งภาษาที่จะใช้ก็อาจจะแตกต่างกันบ้างแต่ส่วนใหญ่ก็มักจะใช้ Matlab, Perl, Python, R+, และอื่นๆ ขึ้นอยู่กับความถนัดของแต่ละคน
  3. ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ และสถิติ ท่านต้องมีสกิลในเชิงของการตั้งคำถามและสังเกตุ เช่น หุ้น MCS มีความสัมพันธ์กับราคาหุ้นเหล็กในตลาดโลกมากขนาดไหน มันจะสามารถทำให้เราสามารถนำเอาหลักการด้านการรวบรวมข้อมูล และตรวจสอบตามสมมุติฐานที่เราตั้งไว้ และสามารถนำมาใช้เป็นกลยุทธ์ในการเทรดหุ้นได้นั่งเอง บางท่านอาจจะเรียกศาสตร์ทางด้านนี้ว่า Data Minding

Python Language

เอาหละ หากท่านกำลังสนใจศาสตร์ทางด้านนี้ ท่านควรจะต้องเริ่มทำการศึกษาการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ด้วยภาษา Python แล้วทำไมต้องภาษานี้หละ? ด้วยความที่ภาษานี้เขียนง่าย และทำความเข้าใจง่าย เมื่อเปรียบเทียบกับภาษาอื่นๆ เช่น C++ บางคนเรียนรู้ไม่กี่วันก็สามารถใช้งานได้คล่อง และดึงความสามารถมันออกมาใช้ได้อย่างรวดเร็ว

เป็นภาษาที่พัฒนาต่อยอดได้เยอะ เพราะ Library มีมากมายให้เราเลือกใช้ได้ทั้งฟรี และไม่ฟรี โดยที่เราไม่ต้องไปเริ่มนั่งเขียนโค้ดใหม่ทั้งหมดตั้งแต่ศูนย์

ความรวดเร็วในการรันโปรแกรม ต้องเรียกได้ว่ากินขาด เพราะมันถูกออกแบบมาให้รันอย่างมีประสิทธิภาพเหมือนภาษาซีเลยทีเดียว

อีกอย่างปลั๊กอินสำหรับการส่งคำสั่งซื้อขาย มีรองรับ อยู่แล้ว

นอกเหนือจากนี้เราไม่ต้องจ่ายเงินซื้อโปรแกรม หรือไลเซ้นต์ แม้แต่บาทเดียว เพราะมันเป็นโอเพ่นซอสต์นั่นเอง

 

นักลงทุนรายย่อยทำได้จริงหรือ?

บางคนถามผมว่าแล้วสถาบันใหญ่ๆ หรือโบรคเกอร์ มีแบบนี้มั้ย บางที่มีบางทีก็ไม่มีนะครับ แล้วอีกอย่างรายใหญ่จะถูกจำกัดด้วยกฏต่างๆ ของ กลต. ในการจำกัดการซื้อหรือขายหุ้นบางตัว ทำให้ความคล่องตัว และความสามารถในการซื้อขายหุ้น ไม่ได้อิสระแบบรายย่อย ดังนั้น เราในฐานะรายย่อยสามารถหาประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ โดยทำตัวเป็นเหาฉลาม เกาะเงินก้อนใหญ่ เมื่อกองทุนหรือต่างชาติซื้อหุ้น เราก็ซื้อ เมื่อเขาจะขายเราก็ออกมา มีกำไรตามสภาวะตลาด แบบไม่ต้องเครียดไปกับการได้เปรียบหรือเสียเปรียบกองทุน เพราะหากเรารู้ว่าจุดเด่นของเราคืออะไร เราก็งัดตรงนั้นออกมาสู้ได้แบบไม่ผิดกติกา

algo2_header

การบริหารจัดการความเสี่ยง

จุดเด่นของรายย่อยในการใช้ Algo Trade คือ การบริหารความเสี่ยง ที่เป็นอิสระ และไม่ได้ถูกจำกัด หรือถูกกฏเกณฑ์จากหน่วยงานใดๆ ดังนั้นเราสามารถประยุกต์ได้อย่างเต็มที่ แต่นั่นก็มักจะนำไปสู่ปัญหาใหญ่ตรงที่รายย่อยมักจะไม่จำกัดความเสี่ยงเลยทำให้พอร์ตเสียหายหนัก

เอาไว้ตอนหน้าผมจะมาเล่าให้ฟังถึงการทำระบบ Back Testing อย่างละเอียดครับ

 

หลักสูตรเขียนโปรแกรม Algo Trade ด้วยตนเอง อ่านต่อที่นี่

 

บทความเขียนโดย

อ.จิรัฏฐ์ หิรัญปภาพิศุทธิ์

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *