บทความโตโร่

ลักษณะหุ้นที่นักลงทุนไม่ควรหลงกลซื้อ

เขียนโดย อ.โตโร่

 

ระวังสูญเงินทั้งหมดกับหุ้นตัวเดียวที่มีลักษณะต้องห้าม! ผมจั่วหัวให้ทุกคนคิดตามนะครับ

 

นักลงทุนหลายคนมักจะมีความคิดเป็นของตัวเองโดยเฉพาะอย่างยิ่งการคิด และเข้าข้างตัวเอง ว่าหุ้นมันจะเป็นอย่างนั้น อย่างนี้ แน่นอน แต่ขาดการหาข้อมูล วิเคราะห์เพื่อยืนยันสิ่งที่ตัวเองคิด วิธีการคิดแบบนี้มีความสุ่มเสี่ยงมากที่จะขาดทุนจากการลงทุน หลายๆ ครั้งนักลงทุนมีความคิด และเชื่อในความคิดของตัวเอง จากนั้นก็ทำการซื้อหุ้น เพราะคิดว่าเดี๋ยวมันก็ขึ้น ซื้อเสร็จสบายใจและถือลุ้นว่าราคามันจะขึ้นไป

 

อย่างไรก็ตามในหลายๆ กรณีราคาหุ้นไม่ได้เป็นไปตามคาด หากแต่ราคาลดลงไปเรื่อยๆ แรกๆ ก็ขาดทุนเล็กน้อย แดงเรื่อๆ ถือนานเข้าแดงมาก ขาดทุนเยอะ เริ่มกังวล แต่ก็ยังแอบลุ้น แอบคิดว่าเดี๋ยวมันก็ขึ้น ข่าวที่ตนเองไปหามาเสพ ก็บอกว่ามีโปรเจคต่างๆ นาๆ เออ เลยสรุปว่าน่าจะขึ้น เวลาก็ผ่านไปสักพัก จนตอนนี้พอร์ตแดงฉาน เรียกได้ว่าขาดทุน บักโกรก จนไม่กล้าเปิดดูพอร์ต หลักจากนั้นก็กลายร่างเป็น “วีไอ” ถือยาว เพราะตัดใจขายขาดทุนมากๆ ไม่ได้แล้ว

 

ผมเลยอยากจะเขียนแชร์ประสบการณ์ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวในตลาด ทั้งดีและแย่ แต่สิ่งที่เป็นอมตะ และสังเกตุได้ว่าหุ้นตัวไหนมีลักษณะต้องห้าม หรือ ลักษณะที่ซื้อแล้วรอการขาดทุน ยิ่งถือยิ่งขาดทุน จะมีลักษณะดังต่อไปนี้

 

บริษัทขาดทุนทุกปี

รายได้ที่เข้ามาส่วนใหญ่แล้วจะเท่าเดิม หรือกลับลดลงไป อย่างมีนัยยะ แต่ผู้ถือหุ้นมักจะไม่ได้เอะใจเหมือนกบที่อยู่ในกาน้ำร้อน นอนแช่ รอวันน้ำเดือด ก็จะกระโดดออกจากหม้อน้ำร้อนไม่ทัน ยังไงยังงั้น เงินรายได้ที่เข้ามาก็มักจะไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายที่บริษัทมี ทำให้มีขาดทุนสุทธิทุกปี ลองคิดกันดูดีๆ นะครับว่าบริษัทมีค่าใช้จ่ายมากกว่ารายได้ตลอด แล้วมันจะรอดได้ยังไง เงินจะหามาจากไหน เงินเดือนพนักงานก็ต้องจ่าย ค่าใช้จ่ายต่างๆ ก็ต้องมีในแต่ละวัน แน่นอนบริษัทย่อมหาทางนำเงินเข้ามาพยุงให้บริษัทรอดพ้นจากหนี้สิน และค่าใช้จ่ายในแต่ละวัน เงินมันจะมาจากไหนหละ ถ้าไม่ใช่ไป กู้มา

 

แบงค์เองก็ฉลาดนะครับ พิจารณาว่าบริษัทเข้ามากู้เงินเนี่ยจะจ่ายดอกไหวมั้ย จะคืนเงินต้นได้หรือไม่เมื่อครบสัญญา แบงค์ขอดูงบการเงินแล้วก็ส่ายหน้า โบกมือลากันไป เมื่อแบงค์ไม่ให้กู้แล้ว ทางสุดท้ายก็ต้องไปขอผู้ถือหุ้นสิครับ เงินไร้ต้นทุน ไร้ดอกเบี้ย

 

มูลค่าหุ้นที่เรียกชำระแล้ว เพิ่มต่อเนื่องทุกปี

งานลักษณะจะงอกให้นักลงทุนปวดหัว เมื่อตัวเลขนี้เพิ่มทุกปี แบบไม่มีเบรค เมื่อแบงค์ไม่ให้เงิน บริษัทก็จะมาขอเงินนักลงทุนเพิ่มเข้าไปในบริษัท ภาษาทางเทคนิคเค้าเรียกว่า “เพิ่มทุน” เอาหละนักลงทุนได้ยินคำนี้แล้วให้หูผึ่ง เปิดตากว้าง ระวังว่าวงจรอุบาทต์อาจจะเริ่มขึ้นแล้วก็ได้กับหุ้นที่ท่านถืออยู่ ถ้าเริ่มจากบริษัทขาดทุนตลอด แต่มีเพิ่มทุนเรื่อยๆ โดยผู้บริหารก็มักจะให้ข่าว ประโคมกันสุดฤทธิ์ว่าเงินนี้จะนำไปลงทุน จับมือกับ ตปท.บ้าง โครงการที่ทำกับรัฐบ้าง รัฐประกันราคาบ้าง ฯลฯ สุดแล้วแต่ความคิดสร้างสรรค์ นักลงทุนเองอย่าไว้ใจทางให้มาก เชื่อตัวเลขที่ท่านเห็นเถอะ ถ้าผมเจอแบบนี้ไม่แต่บอกให้ “โกยเถอะโยม” ขอยืมชื่อหนังมาใช้หน่อยแล้วกันครับ ใครทีหุ้นให้ทิ้งไปก่อนที่จะเหลือแต่เศษกระดาษเอาไว้ดูต่างหน้า เมื่อราคาหุ้นตกลงไปติดดินที่ 0.01 บาท หรือ หนึ่งสตางค์ ต่ำกว่านี้ไม่ได้แล้วเพราะระบบของตลาดหลักทรัพย์รับได้แค่นี้

 

ตัวเลข P/E ขึ้น N/A

เมื่อบริษัทขาดทุน ทางตัวเลขคณิตศาสตร์ไปเข้าสูตร P/E หาความถูกแพงของหุ้นแล้วให้เป็นศูนย์ ค่าที่ออกมาจึงคำนวณไม่ได้เพราะตัวหารเป็นศูนย์ มันจึงออกมาเป็น N/A ดังนั้น เจอแบบนี้ให้ระวังให้ดีนะครับนักลงทุน

 

ปันผลเลิกหวัง

บริษัทจะเอาตัวไม่รอดแล้ว หากจะหวังปันผลเห็นจะเป็นแค่ฝันลมๆ แล้งๆ ตัวเลขก็ N/A เช่นเดียวกัน ผมว่าไปลงทุนหุ้นตัวอื่นเถอะๆ หุ้นดีๆ มีเยอะ

 

ราคาหุ้นต่ำกว่าบาท

ให้สังเกตุเลยหุ้นตามเกณฑ์ข้างต้นส่วนมากแล้วราคาหุ้นต่ำบาททุกตัว! เรียกว่าลดพาร์ให้ราคาต่ำติดดิน นักลงทุนผู้น่าสงสารที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ก็เคาะซื้อ เพราะคิดว่าราคาหุ้นถูก มันเป็นเพียงแค่ตัวเลขมายา เท่านั้น

 

หลายคนอาจจะสังสัย อ. มีหุ้นตัวอย่างให้ดูมั้ย ? ทั้งหมดข้างต้นกลั่นจากประสบการณ์ แน่นอนมันย่อมมีตัวอย่าง แต่หุ้นตัวอย่างเป็นเพียงแค่บริษัทเดียวนะครับ ในตลาดหุ้นยังมีหุ้นลักษณะนี้อีกหลายตัว นักลงทุนลองไปดูแล้วมาร์คหัวเอาไว้นะครับว่ามีตัวไหนบ้าง เพราะผมเองไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียกับบริษัท เพียงต้องการเตือนนักลงทุนกับการจะเข้าไปลงทุนในหุ้นที่มีความเสี่ยงเท่านั้นเอง

 

MAX : บริษัท แมกซ์ เมทัล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

หากไปสืบค้นหาข้อมูลพื้นฐานของบริษัทแล้วก็จะพบว่าบริษัททำธุรกิจเกี่ยวกับเหล็ก ธุรกิจนี้ต้องใช้เงินลงทุนสูง แต่ในปัจจุบันการแข่งขันสูงมากเพราะเหล็กจากจีนราคาถูกแสนถูก บริษัทไทยต้นทุนแสงกว่าแน่นอน หันไปดูกำไรเรียกได้ว่าติดลบกันทุกปี ภายใน 5 ปีเพิ่มทุนจาก 1,800 ล้าน เป็น 19,000 ล้านบาท !!! โอ้ว ไม่อยากคิดถึงนักลงทุนที่จ่ายเงินเข้าไปอัดฉีดบริษัท การอัดเงินแต่ละครั้งมันคล้ายกับฉีดอินซูลิน บริษัทก็ไปต่อไปด้วยเงินของนักลงทุนที่อัดฉีดต่อเนื่องตลอดห้าปี

 

ใครมีหุ้นอยู่ก็แนะนำขายไปลงทุนตัวอื่นเถอะครับ หากหวังกำไรจากราคาที่ปรับขึ้น คงต้องลุ้นเจ้ามือเข้ามากระชากให้สะใจ ก่อนจะทุบลงฟลอร์เช่นเดิม ผมคิดว่ามันเหมือนการซื้อหวยนะครับ หากจะหวังลุ้นกันแค่นั้น ไปซื้อล๊อตเตอรี่ยังจะน่าลุ้นกว่าซะอีก

 

ราคาหุ้นตอนนี้ 0.14 บาท เรียกได้ว่าใกล้เข้าสู่ Floor พื้นดิน ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อหุ้นตัวนี้เคยซื้อขายกันถึง 8 บาทต่อหุ้นในอดีต

 

ยิ่งแกะงบการเงินยิ่งสนุกมาก นักลงทุนท่านใดต้องการแกะงบบริษัทจดทะเบียนเหล่านี้ สามารถโทรสอบถาม Call Center ของสถาบัน 082-492-7166

 

 

คอร์สอบรมหุ้นสำหรับมือใหม่ คลิ๊กที่นี่

รับความรู้สดใหม่ด้านการลงทุนทุกวัน อธิบายด้วยภาษาฟังเข้าในง่าย สมัครที่นี่

 

 

บทความที่ท่านอาจสนใจ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ  อันดับหุ้นผลตอบแทนมากที่สุด