บทความโตโร่

Dividend Distribution เงินปันผลของตลาดหุ้นไทย

บทความเขียนโดย

toro-author

มนต์เสน่ห์อย่างหนึ่งของตลาดหุ้น คือ การลงทุน และรอรับผลตอบแทน โดยที่นักลงทุนไม่จำเป็นต้องไปลุยทำธุรกิจด้วยตัวเอง เนื่องจากเงินลงทุนที่นำไปซื้อหุ้นในตลาด จะมีคนนำเอาไปต่อยอดทำธุรกิจจริงๆ ซึ่งต้องใช้ทั้งแรงงานคน และความรู้ความสามารถ รวมถึงการบริหารจัดการหลายๆ อย่าง

นักลงทุนที่ลงทุนในหุ้น เป้าหมายคือ อยากให้เงินงอกเงย และเป็นอิสรภาพทางการเงิน ซึ่งผลตอบแทนหนึ่งที่นักลงทุนมองหาก็คือในรูปของเงินปันผล

 

การเข้าถึงอิสรภาพทางการเงินในนิยามของผม คือ การลงทุนเงินไว้ แล้วเงินต้นไม่หาย มีกำไรจากเงินปันผล ยกตัวอย่างเช่น เราลงทุนซื้อหุ้น INTUCH เอาไว้ 1 ล้านบาท สิ้นปีมีเงินปันผล 10% จะได้เงินปันผลทั้งสิ้น 100,000 บาท โดยที่เราไม่ต้องทำอะไรมาก นอกเหนือจากการวิเคราะห์หุ้น และซื้อหุ้นเอาไว้เมื่อต้นปี หรือ ช่วงเวลาก่อนที่จะมีการจ่ายปันผล

 

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนหลายคนอาจจะไม่ค่อยทราบนักว่าหุ้นส่วนใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์ไม่จ่ายปันผล หรือ จ่ายแต่น้อยมาก ทำให้ผลตอบแทนในรูปของปันผลนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติหากนักลงทุนเข้าซื้อหุ้นในราคาสูง และซื้อหุ้นบริษัทที่จ่ายปันผลน้อย หรือแทบจะไม่จ่ายเลย นักลงทุนควรจะดูให้ออกว่าบริษัทไหนจ่ายปันผล และสามารถคาดการณ์แนวโน้มในการจ่ายด้วยก็จะดีมาก

 

วันนี้ผมอยากนำเอาข้อมูลตัวหนึ่งเรียกว่า Dividend Distribution ซึ่งปกติแล้วข้อมูลนี้มักจะถูกนำมาใช้โดยนักลงทุนสถาบัน หรือกองทุนต่างๆ เพื่อประกอบการตัดสินใจโดยเฉพาะอย่างยิ่งกองทุนที่เน้นการจ่ายปันผล เนื่องจากมันจะทำให้ทราบจำนวนหุ้นที่จ่ายปันผลในแต่ละช่วงผลตอบแทน

 

div

กราฟข้างบนแสดงถึงจำนวนบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทย (แกน y) และ ช่วง % การจ่ายปันผล (แกน x)

 

ผมทำการสำรวจบริษัทจดทะเบียนในไทย 629 บริษัท พบว่ากว่า 421 บริษัทมีการจ่ายปันผล 0-3% เรียกง่ายๆ ว่าแทบจะไม่ได้จ่ายปันผลเลย หรือจ่ายแต่ก็น้อยกว่าฝากประจำเสียอีก คิดเป็น 66% ของจำนวนบริษัทจดทะเบียนที่จ่ายปันผลที่ผมถือว่าน้อยมาก

 

มองแท่งที่สอง 3-6% เราจะเห็นว่ามีบริษัทจดทะเบียนอยู่ 144 บริษัทเท่านั้นที่มีผลตอบแทนในรูปของเงินปันผลดีขึ้นมาหน่อย อยู่ในเกณฑ์ที่น่าสนใจลงทุน จากข้อมูลเราจะพบว่าการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนจากเงินปันผล 3-6% นั้นหาได้ไม่ยากนัก แต่ผลตอบแทนในระดับก็ไม่ได้สูงจนจูงใจมากนัก

 

กราฟแท่งที่สาม 6-9% อันนี้แสดงถึงบริษัทจำนวน 56 บริษัท จ่ายปันผลอยู่ในช่วงนี้ ผมถือว่าการจ่ายปันผลในช่วงนี้ถึงจะดีและชดเชยกับความเสี่ยงที่นักลงทุนยอมซื้อหุ้นลงทุน เพราะความเสี่ยงในการซื้อหุ้นก็คือความเสี่ยงด้านราคาหุ้นอาจจะปรับตัวลดลงได้

 

นักลงทุนจะสังเกตุว่ามีเพียง 5 บริษัทเท่านั้นที่จ่าย 9-12% ที่ผลตอบแทนค่อนข้างจะสูง

 

นอกเหนือจากนี้ท่านจะพบว่ามีไม่กี่ บริษัทที่จ่ายปันผลสูงกว่า 12% หรือมากกว่า 30% ถ้านักลงทุนเห็นตัวเลขกระโดดลักษณะนี้ ต้องตั้งคำถามเลยว่า จ่ายปันผลมากกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมเดียวกัน มันต้องไม่ปกติ บางทีอาจจะเกิดจากการจ่ายปันผลเพียงครั้งคราว หรือจ่ายปันผลจากกำไรพิเศษ เพราะฉะนั้นอย่าไปคาดหวังการจ่ายปันผลที่สูงขนาดนั้นในอนาคตสม่ำเสมอ เนื่องจากไม่มีบริษัทไหนที่จะสามารถจ่ายได้ 30% ต่อเนื่องทุกปี เป็นไปได้ยากมากครับ

 

ข้อมูลตรงนี้ ผมทำการสำรวจโดยใช้ราคาปิดของหุ้น ณ วันที่ 7 ต.ค. ที่ผ่านมาและการจ่ายปันผลย้อนหลังของบริษัทจดทะเบียนเหล่านี้ เมื่อเวลาผ่านไปตัวเลขต่างๆ อาจจะเปลี่ยนแปลงไปได้ ดังนั้น นักลงทุนควรหมั่นเข้ามาตรวจสอบตัวเลขสม่ำเสมอ อย่างน้อยเดือนละครั้ง ทางสถาบันเราจะพยายามอัพเดทให้ได้นำข้อมูลไปใช้ประกอบการตัดสินใจลงทุนต่อไป

 

ถ้าจะให้ดีแล้วนักลงทุนควรจะวิเคราะห์ Business Model ของบริษัท รวมถึงวิเคราะห์งบการเงิน รวมถึงอัตราส่วนทางการเงิน อย่างง่ายของบริษัท เพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุนด้วย ไม่ควรจะดูตัวเลขแค่เงินปันผลอย่างเดียว

 

กล่าวโดยสรุปคือ บริษัทจดทะเบียนส่วนใหญ่กว่า 66% ในตลาดหุ้นไทยมีการจ่ายปันผลในอัตราที่ต่ำมาก หรือแทบไม่จ่ายเลย ส่วนจำนวนบริษัทที่จ่ายปันผลสูงขึ้นจะมีจำนวนลดลงอย่างเห็นได้ชัด นักลงทุนควรจะดูตัวเลขให้เป็นเพื่อเลือกลงทุนในบริษัทที่เหมาะสมกับเป้าหมายด้านการลงทุนของแต่ละคน คนที่เน้นผลตอบแทนด้านเงินปันผลสามารถตัดบริษัทออกไปได้เยอะเลยจากข้อมูลข้างต้น

 

toro-course-header

+ หลักสูตรเทคนิค แบบกลุ่ม (Group) Click

หลักสูตร Value Investment (VI) แบบกลุ่ม (Group) Click

หลักสูตร Value Investment (VI) และ เทคนิค แบบตัวต่อตัว (Private) Click

หลักสูตรมือใหม่เล่นหุ้น Click

toro-course-footer