ข้อมูลพื้นฐานหุ้นบทความโตโร่วิเคราะห์งบการเงินของบริษัทวิเคราะห์หุ้น

GL บริษัท กรุ๊ปลีส กับ กรณีอื้อฉาวเรื่องงบการเงิน

บทความเขียนโดย

 

ในระหว่างที่ตลาดเปิดทำการวันที่ 16 ม.ค. 2561 ที่เต็มไปด้วยบรรยากาศของตลาดกระทิงที่หุ้นส่วนใหญ่ต่างพากันตบเท้าราคาปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง แต่ผมแอบไปเห็นราคาหุ้นตัวหนึ่งกระพริบรัวๆ แต่ราคาปรับลดลงฮวบฮาบ หุ้นตัวนั้นก็คือ GL หรือ หุ้นบริษัทกรุ๊ปลีส มูลค่าการซื้อขายวันนี้อยู่ราว 50 ล้านบาท ณ ขณะที่ผมกำลังเขียนบทความนี้ช่วงราวประมาณเที่ยงวันก่อนตลาดปิดภาคเช้า ดังรูปด้านล่าง

จะว่าไปแล้วหุ้นตัวนี้สอนอะไรหลายๆ อย่างกับผมในตลาดหุ้น เพราะ ตลาดหุ้นเต็มไปด้วยความหอมหวาน และความขมขื่นไปในเวลาเดียวกัน หุ้น GL หากมองย้อนกลับไปเรียกว่าเป็นหุ้นที่โดดเด่นมากในตลาดหุ้น ตลอดช่วงเวลาสี่ห้าปีที่ผ่านมา ราคาหุ้นปรับขึ้นไปจากราคาไม่ถึง 2 บาท เมื่อปี 2009 ที่ยังเป็นบริษัทขนาดเล็กๆ ก่อนปี 2015 ราคาหุ้นยังอยู่แถวราว 5 บาทต่อหุ้นเท่านั้น

อย่างไรก็ตามราคาหุ้นได้ถีบตัวแรงเมื่อประมาณปลายๆ ปี 2015 จาก 5 บาท พุ่งไปเป็นเกือบ 70 บาท เมื่อหรือคิดเป็นผลตอบแทน 1,300% ภายในระยะเวลาเพียง 2 ปีเท่านั้น!!!

 

แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เพราะ ช่วงปี 2017 เริ่มมีข่าวอื้อฉาวเกี่ยวกับผู้บริหารบริษัทที่อาจจะมีการตกแต่งบัญชี และบริหารแบบไม่โปร่งใส จนทำให้ กลต ต้องออกมาฟ้องร้องเป็นคดีความอย่างที่เป็นข่าวในปัจจุบัน ซึ่งยังไม่ได้มีผลสรุปแต่ประการใด แต่ที่แน่ๆ ราคาหุ้นดำดิ่งกลับมาจุดเริ่มต้นของบริษัทอีกครั้ง

 

หลายคนถามว่าเคสแบบนี้เราจะรู้ได้อย่างไร? ถ้าตอบตามความเป็นจริงจะรู้ยากมาก หากผู้บริหารมีการตกแต่งบัญชีอย่างแนบเนียน เพราะ ผู้สอบบัญชีของ GL เอง คือ บริษัท สำนักงาน อีวาย จำกัด บริษัทผู้ตรวจบัญชีรายใหญ่ในไทยก็ยังไม่เจออะไร จนเมื่อประมาณไตรมาส 2 – 3 ปี 2017 นี้เองที่เจอความไม่ชอบมาพากล และ หากนักลงทุนรู้จักการวิเคราะห์หุ้นด้วยตัวเองเป็นก็อาจจะตัดสินใจขายหุ้นทิ้งไปก่อนจะเกิดวิกฤตราคาหุ้นตกต่ำอย่างที่เป็นในปัจจุบัน อาจจะทำให้รอดพ้นจากหายนะของการขาดทุนแบบบักโกรกได้

 

เอาเป็นว่างานนี้นักวิเคราะห์จากหลายสำนักก็ยังโดน ตัวอย่างเช่น จากโบรคเกอร์หนึ่งยังแนะนำให้ซื้อ เพราะ เรื่องอื้อฉาวยังไม่ได้ถูกเปิดเผย และตัวเลขทางการเงินของบริษัท ณ ขณะนั้นแข็งแกร่งมาก

 

นักวิเคราะห์ทุกสำนักเมื่อเดือน ส.ค. ปี 2560 ยังไม่ได้วี่แววของเหตุการณ์ผิดปกติในบริษัท GL ดังนั้น นักลงทุนรายย่อยไม่ต้องโทษตัวเองนะครับ เพราะ การตกแต่งบัญชีโดยผู้บริหารบริษัทเอง ยากมากที่จะตรวจความไม่ชอบมาพากล นักลงทุนต้องอาศัยหวังพึ่งผู้สอบบัญชีจากภายนอกที่จะระแคะระคายเรื่องผิดปกติ แล้วนำมาบอกเล่าสู่นักลงทุนให้ไหวตัวได้ทัน

 

 

ผมได้มีโอกาสอ่านงบการเงินของบริษัท GL ไตรมาส 3 ปี 60 ในระหว่างที่รองบปี 2560 อยู่นี้เนื่องจาก กลต สั่งให้บริษัทจัดหาผู้สอบบัญชีพิเศษในการตรวจสอบงบและส่งตลาด แต่จนถึงขณะนี้ยังออกงบไม่ได้ และตลาดหลักทรัพย์ได้ออกเครื่องหมาย NP = Notice Pending คือ รอให้ GL จัดส่งงบการเงินให้เรียบร้อย

 

หลักใหญ่ใจความของผู้สอบบัญชีมีดังนี้

 

ก) เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2560 สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้กล่าวโทษอดีตประธานคณะกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทฯ (“อดีตผู้บริหาร”) ว่าได้กระทำการทุจริตโดยการถ่ายโอนเงินให้กู้ยืมให้แก่กลุ่มผู้กู้สองกลุ่ม (กลุ่มไซปรัสและกลุ่มสิงคโปร์) จำนวนรวม 54 ล้านเหรียญสหรัฐอเมริกา ไปอยู่ภายใต้การควบคุมและเข้าผลประโยชน์ส่วนตัว นอกจากนั้น อดีตผู้บริหารรายดังกล่าวยังถูกกล่าวโทษว่าได้มีการทุจริตผ่านการทำบัญชีที่ไม่ถูกต้องโดยการทำให้ผลประกอบการของบริษัทสูงเกินจริงผ่านการหมุนเวียนเงินกู้ยืมดังกล่าวผ่านเข้าและออกในบัญชีของบริษัทฯ

54 USD หรือ คิดเป็นเงินไทยราวเกือบ 1,800 ล้านบาท นับเป็นเงินไม่ใช่น้อยเลยทีเดียว กลต บอกว่าข้อมูลงบการเงินของบริษัทที่ทำธุรกรรมกับกลุ่มบริษัทไซปรัส และสิงคโปร์ อาจจะมีการทุจริต จึงส่งฟ้องต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ

 

ข) ตามที่ปรากฏในบัญชี จำนวนเงินให้กู้ยืมแก่ผู้กู้ทั้งสองกลุ่มนี้มีจำนวนรวมทั้งสิ้น 98 ล้านเหรียญสหรัฐอเมริกา ซึ่งในจำนวนดังกล่าว ได้ถูกกล่าวหาโดย ก.ล.ต. ว่ามีการทุจริตโดยอดีตผู้บริหารเป็นจำนวน 54 ล้านเหรียญสหรัฐอเมริกา ซึ่งภายหลังจากที่งบการเงินซึ่งได้ตรวจสอบแล้วสำหรับปี 2559 ของบริษัทฯได้มีการนำส่งเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560 ซึ่งข้าพเจ้าได้ให้ข้อสังเกตเกี่ยวกับเงื่อนไขพิเศษของสัญญาเงินกู้ในรายงานของข้าพเจ้า หลังจากนั้นได้มีการจ่ายชำระคืนเงินกู้ยืมบางส่วนเป็นจำนวนรวม 42 ล้านเหรียญสหรัฐอเมริกา โดยมีรายละเอียดดังนี้
– จำนวน 12 ล้านเหรียญสหรัฐอเมริกา รับชำระในเดือนเมษายน 2560
– จำนวน 15 ล้านเหรียญสหรัฐอเมริกา รับชำระในเดือนกรกฏาคม 2560 และ
– จำนวน 15 ล้านเหรียญสหรัฐอเมริกา รับชำระในเดือนสิงหาคม 2560
โดยเหลือยอดคงเหลือจำนวน 56 ล้านเหรียญสหรัฐอเมริกายังคงค้างชำระอยู่ ณ วันที่ 30 กันยายน 2560

 

เนื่องจากผู้บริหาร GL นำเงินจำนวนดังกล่าวไปปล่อยกู้กับสองกลุ่มบริษัทนี้ จริงๆ เข้าข่ายปล่อยกู้ผิดวัตถุประสงค์ด้วย เพราะ ธุรกิจของ GL จริงๆ แล้วเป็นการปล่อยกู้เช่าซื้อรถ แต่บริษัทกลับนำไปปล่อยกู้ให้กับสองบริษัทข้างต้น และยังไม่ได้ชำระเงินเข้ามา ยอดคงค้างยังเหลือ 56 ล้านเหรียญ ตามรายงาน

 

ค) เพื่อตอบสนองต่อคำสั่งของ ก.ล.ต. ในการแก้ไขและทำให้งบการเงินในอดีตถูกต้อง บริษัทฯได้ขอข้อมูลรายละเอียดคำกล่าวหาต่ออดีตผู้บริหารจาก ก.ล.ต. บริษัทฯโต้แย้งว่าบริษัทฯยังไม่ได้ข้อมูลจาก ก.ล.ต. และดังนั้นจึงไม่สามารถแก้ไขงบการเงินในอดีตสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2559 และงบการเงินราย ไตรมาสสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2560 และ 30 มิถุนายน 2560 อย่างไรก็ตาม บริษัทฯตัดสินใจที่จะตั้งสำรองเผื่อขาดทุนจำนวน 56 ล้านเหรียญสหรัฐอเมริกาสำหรับการทุจริตครั้งนี้ต่อกำไรสำหรับไตรมาสสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2560
นอกจากนี้ยังมียอดลูกหนี้ซึ่งส่วนใหญ่เกิดขึ้นในปี 2560 คงค้างจากบริษัทที่เกี่ยวข้องกับอดีตผู้บริหารจำนวนประมาณ 9 ล้านเหรียญสหรัฐอเมริกา ซึ่งบริษัทฯได้ตั้งสำรองเผื่อขาดทุนสำหรับยอดดังกล่าว ทำให้ยอดสำรองเผื่อผลขาดทุนสำหรับการทุจริตครั้งนี้ที่บันทึกตัดกำไรสำหรับไตรมาสสิ้นสุด 30 กันยายน 2560 มีจำนวนรวม 65 ล้านเหรียญสหรัฐอเมริกา

 

เรื่องที่คุณอาจสนใจ  SMT บริษัท สตาร์ส ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

หน้าที่ของผู้สอบบัญชีเมื่อรู้ว่าจำนวนเงินเหล่านั้นไม่ชอบมาพากล ก็ต้องตั้งสำรองตามกฏ ตั้งสำรองในที่นี้คือ เหมือนให้เราคิดว่าเงินจำนวนนั้นจะไม่ได้คืน และเงินก้อนนั้นจะถูกนำเอาไปหักจากกำไรของบริษัทงวดที่ตั้งสำรองทันที ส่งผลให้งบการเงินล่าสุดออกมาขาดทุนมโหฬาร บานตะไท อย่างที่เห็น นักลงทุนที่ไม่เข้าใจตรงนี้ก็อาจจะคิดว่าบริษัทเจ๊งเพราะธุรกิจ แต่จริงๆ แล้วเป็นการตั้งสำรองเอาไว้โดยนักบัญชี ซึ่งหากในอนาคตผลออกมาไม่ได้เป็นไปตามมุติฐาน เช่น บริษัทสองบริษัทนั้นสามารถหาเงินมาจ่ายคืนได้ เงินก้อนที่สำรองไว้จะถูกกลับเข้ามาเป็นกำไรพิเศษทันที แต่…เรื่องนี้นักลงทุนควรจะใช้วิจารณญาณพอควรในการตัดสินใจเข้าลงทุนครับ

 

ง) เนื่องจากอดีตผู้บริหารถูกกล่าวหาอย่างเป็นทางการ และอยู่ระหว่างการสอบสวนโดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ อันเนื่องมาจากการกล่าวโทษของ ก.ล.ต. เรื่องทั้งหมดอยู่ระหว่างการตรวจสอบเพื่อพิจารณาดำเนินคดีฟ้องร้องกับอดีตผู้บริหารต่อศาล เนื่องจากกระบวนการทางกฎหมายยังไม่เสร็จสิ้นและข้อจำกัดของข้าพเจ้าในฐานะผู้สอบบัญชีภายนอกในการพิจารณาสถานะที่แท้จริงของการกู้ยืม ข้าพเจ้าจึงไม่สามารถสรุปมูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืนของหนี้ดังกล่าวได้ เว้นแต่รอผลการสอบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษซึ่งเป็นหน่วยงานราชการที่มีอำนาจและมีช่องทางในการตรวจสอบเพื่อตัดสินและสรุปกรณีดังกล่าวเพื่อส่งฟ้องอดีตผู้บริหารและการตัดสินของศาลในที่สุด ดังนั้นภายใต้ข้อจำกัดโดยสถานการณ์ ข้าพเจ้าจึงไม่สามารถสรุปผลของการกล่าวโทษโดย ก.ล.ต. ต่อลูกหนี้และดอกเบี้ยรับ และข้าพเจ้าก็ไม่สามารถสรุปความเหมาะสมของสำรองเผื่อขาดทุนจำนวน 65 ล้านเหรียญสหรัฐอเมริกา

เนื่องจากตอนนี้คดียังไม่สรุป นักบัญชีก็ได้แต่ยกตัวเลขนั้นเอาไว้ลอยๆ ไปก่อน จนกว่าคดีจะจบ และรู้ผลที่ชัดเจนว่าจะเอายังไงกับเงิน 65 ล้านเหรียญที่ตั้งสำรองเอาไว้

 

จ) โดยอาศัยข้อมูลหลักที่ ก.ล.ต.ได้กล่าวโทษในเรื่องต่างๆรวมถึงการทุจริตและการบันทึกบัญชีไม่ตรงกับความเป็นจริงที่กระทำโดยอดีตผู้บริหาร และหากกระบวนการยุติธรรมสรุปในที่สุดในลักษณะเดียวกันตามที่ได้กล่าวโทษไว้ งบการเงินในอดีตที่สิ้นสุดในแต่ละงวดจำต้องปรับปรุงแก้ไขด้วยข้อมูลที่ขณะนี้ได้ทราบแล้วที่ส่อไปในทางการกระทำเพื่อบิดพลิ้วอย่างมากทางทุจริตในอดีตต่อข้อมูลของเงินกู้ที่บริษัทให้กับบริษัทผู้กู้ในเกาะไซปรัสกับผู้กู้ในสิงค์โปร์
งบการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัทในแต่ละงวดที่ได้ปรับปรุงแก้ไขแล้วสรุปได้ดังนี้

เอาหละนักบัญชีก็ต้องมีงานเพิ่มเติม เนื่องจากงบการเงินนั้นถูกหักสำรองเงินเผื่อขาดทุนไป ก็ต้องปรับเลข Before , After สำหรับผลกระทบ ก็คือ นักบัญชีต้องไปปรับตัวเลขงบการเงินย้อนหลังในงวดก่อน เพื่อมาเปรียบเทียบให้นักลงทุนดูว่าหากหักเงินจำนวนนั้นออกไป กำไรของบริษัทจะเหลือเท่าไหร่

 

 

เราจะพบว่าหลังจากปรับตัวเลขแล้วส่งผลกระทบกับกำไรหายไปทันทีหลายร้อยล้านบาท จากกำไรหมายถึงกลายเป็นขาดทุนยับทั้งของปี 58 และ 59 สินทรัพย์ก็ลดลงเช่นเดียวกัน

 

เงินให้กู้ยืม และดอกเบี้ยที่สองกลุ่มบริษัทไซปรัส และสิงคโปร์ค้างเป็นเงินรวมทั้งสิ้น 1,997 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 36 ของสินทรัพย์รวมของบริษัท ดังนั้น หากผู้บริหารโกงจริง เงินจำนวนเกือบครึ่งของบริษัทถูกผ่องถ่ายออกไปจากบริษัทเป็นที่เรียบร้อย นักลงทุนก็ได้แต่มองตาปริบๆ และหวังให้ กลต จัดการเอาผิดและหาเงินมาชดใช้ให้กับนักลงทุนหรือผู้ถือหุ้นต่อไป ซึ่งคงเป็นไปได้ยากมากที่จะได้กลับคืนมาครบจำนวน

 

ที่นักลงทุนกัววลเป็นเพราะเงินจำนวนนั้น ถูกเลื่อนการชำระไปอีกสองสามปี จากกำหนดใช้คืนเดิม จึงมีความเสี่ยงอย่างมากที่ข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตจะเป็นจริง แต่ทั้งนี้คดียังไม่จบ เราจะรีบสรุปว่าผู้บริหารผิดก็ไม่ควรทำนัก

 

หากมองกันถึงข้อมูลต่างๆ ณ ตอนนี้ บริษัทยังคงดำเนินธุรกิจต่อไปในส่วนของธุรกิจเช่าซื้ออื่นๆ แต่รายได้และสินทรัพย์ได้รับผลกระทบเต็มๆ แน่หากเงินจำนวนนี้หายไปจากบริษัทจริง แต่…ราคาหุ้นได้สะท้อนข่าวภาพลบต่างๆ ของบริษัทลงมาพอสมควรแล้ว นักลงทุนที่เป็นแนว Asset Play หรือ คนที่มองหาบริษัทที่อาจจะมีมูลค่าซ่อนอยู่อาจจะชอบ เพราะ ราคาหุ้นมีส่วนลดมากๆ ในช่วงที่มีข่าวร้าย เมื่อบริษัทได้ปรับโครงสร้างการบริษัท และจัดการหนี้สินเรียบร้อย ก็อาจจะกลับมาดำเนินธุรกิจได้ตามปกติก็เป็นได้

 

สำหรับผมเองแล้วยิ่งราคาหุ้นลดลงไปมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งจูงใจที่จะเสี่ยงในการลงทุนมากขึ้นเท่านั้น…ทั้งนี้โปรดใช้วิจารณญาณในการวิเคราะห์และตัดสินใจก่อนนะครับ เนื่องจากนักลงทุนจะต้องวิเคราะห์เจาะงบการเงินให้ถึงกึ๋นจึงจะกล้าทุ่มเงินลงทุนจำนวนมากได้

 

หมายเหตุ บทความนี้ไม่ได้ตั้งใจจะเชียร์ให้ซื้อหุ้นนะครับ GL ยังมีความเสี่ยงด้านการดำเนินงาน ดังนั้นใครจะลงทุนซื้อหุ้น ควรจะต้องศึกษารายละเอียดอย่างอื่นให้รอบคอบก่อนตัดสินใจครับ

 

แล้วตอนหน้าผมจะมาแชร์เทคนิคการอ่านงบการเงินที่จำเป็นสำหรับนักลงทุนกันครับ