ความรู้เรื่องหุ้นบทความโตโร่วิเคราะห์งบการเงินของบริษัทวิเคราะห์หุ้นสอนเล่นหุ้น มือใหม่

Guide การวิเคราะห์หุ้น ตอนที่ 1

เขียนโดย อ.จิรัฏฐ์ หิรัญปภาพิศุทธิ์

 

 

เป้าหมายของบทความที่ผู้เขียนกำลังจะเขียนต่อไปนี้ คือ การถ่ายทอดวิทยาการการวิเคราะห์หลักทรัพย์ หรือวิเคราะห์หุ้น เพื่อให้นักลงทุนทั้งเก่าและใหม่ได้เข้าใจถึงการวิเคราะห์บริษัท รวมถึงผลประกอบการณ์ของบริษัท จากข้อมูลต่างๆ ที่เผยแพร่ทั้งทางอินเตอร์เน็ต และโดยเฉพาะอย่างยิ่งงบการเงิน จากทางตลาดหลักทรัพย์ ที่บริษัทจดทะเบียนต้องเผยแพร่ให้นักลงทุนทราบ

 

การวิเคราะห์งบการเงินนั้นจะเรียกได้ว่าเป็นศาสตร์ที่ต้องใช้ศิลปะในการอ่านมากพอกับการใช้การวิเคราะห์ตัวเลขทางวิทยาศาสตร์ การรวมตัวเลขสองตัวจากรายงานประจำปีให้กลายเป็นอัตราส่วนทางการเงิน เป็นสิ่งที่นักลงทุนต้องมีทักษะ เพื่อที่จะสามารถตัดสินใจได้ว่าตัวเลขไหนควรจะต้องดู หรือให้ความสำคัญในการตัดสินใจใช้ตัวเลขนั้น ก่อนที่ท่านจะสามารถนำเอาตัวเลขต่างๆ มาใช้ ต้องมีความเข้าใจถึงคำศัพท์ทางการเงิน และความหมายของมันเสียก่อน ดังนั้น ในบทความซึ่งผมต้องใจจะทำออกมาเป็นซีรี่ย์นั้นจะอธิบายคำศัพท์และความหมายที่ท่านมักจะพบในรายงานประจำปี รวมถึงศัพท์ในงบการเงิน เช่น งบแสดงฐานะทางการเงิน งบกำไรขาดทุนเบ็ดเส็จ และงบกระแสเงินสด ว่ามันคืออะไร หมายความว่าอย่างไร

 

ทุกประเทศ และบริษัทต่างๆ ในโลกนี้ล้วนใช้หลักเกณฑ์บัญชีที่คล้ายคลึงกัน เพื่อออกงบการเงินให้นักลงทุนใช้ แต่การนำตัวเลขมาแสดงเป็นหมวดหมู่ หรือ จัดรูปแบบให้นักลงทุนจะแตกต่างกันออกไปบ้างในแต่ละแห่ง ดังนั้น การปรับปรุงก่อนใช้งานจึงมีความจำเป็น อย่างไรก็ตามหากท่านติดตามบทความในอันถัดๆ ไป ท่านจะสามารถประยุกต์ใช้อ่านงบการเงินของบริษัททุกบริษัทในโลก ผมอาจจะอธิบายถึงความแตกต่างระหว่างมาตรฐานบัญชีของประเทศหลักๆ ใหญ่ๆ เช่น อเมริกา, อังกฤษ และ กลุ่มยูโร ว่ามีมาตรฐานอย่างไรบ้าง แต่จะเน้นหนักมาที่บริษัทไทย เพราะ ท่านผู้อ่านคงจะเป็นนักลงทุนที่ลงทุนในหุ้นไทย

 

ผมตั้งใจที่สุดเท่าที่จะทำได้ ที่จะเขียนบทความออกมาให้อ่านง่ายที่สุด ทำความเข้าใจได้ไม่ยาก และจะพยายาม จัดลำดับจากง่ายไปหายาก เพื่อให้มือใหม่ได้ตามทัน รวมถึงเน้นย้ำสิ่งสำคัญ เพื่อให้ผู้อ่านได้จำได้ เมื่อท่านได้หลักใหญ่ใจความสำคัญแล้ว การที่จะไปในส่วนที่ยากๆ ขึ้นไปก็ไม่มีปัญหา หรือแม้แต่วิเคราะห์บริษัทที่มีขนาดใหญ่สลับซับซ้อนสักเพียงใดก็เป็นเพียงการปลอกกล้วยเข้าปาก ในการยกตัวอย่างการวิเคราะห์ผมจะยกตัวอย่างบริษัทในกลุ่มค้าปลีก เพราะผู้อ่านมีความเข้าใจเป็นอย่างดี หรือบริษัทที่ทำการผลิตสินค้า และขาย มากกว่าจะเป็นพวกหุ้นในกลุ่มธนาคาร หรือสถาบันการเงิน เนื่องจากหลักบัญชี และกฏหมาย จะแตกต่างจากหุ้นทั่วๆ ไปอยู่พอสมควร

 

นอกเหนือจากนี้ผมยังอยากจะถ่ายทอดความรู้ในการวิเคราะห์ผลประกอบการณ์ของบริษัทในหลายๆ มุมมอง โดยเน้นหนักในส่วนต่อไปนี้

 

  1. ไม่ตัดสินบริษัทจากการดูตัวเลขแค่ปีเดียว ต้องดูข้อมูลย้อนหลังมากกว่าสามปี หากเป็นไปได้ ห้าปีจะดีที่สุด
  2. ไม่ตัดสินบริษัทจากการดูบริษัทนั้นโดดๆ เราต้องดูเทียบกับหุ้นบริษัทในกลุ่มเดียวกันเสมอ โดยพยายามหาบริษัทที่มีขนาดใกล้เคียงกัน ในอุตสาหกรรมเดียวกัน
  3. หากเปรียบเทียบบริษัท ต้องแน่ใจเสมอว่าข้อมูลที่ใช้เปรียบเทียบนั้นมันสามารถใช้เปรียบเทียบกันได้ ตัวเลขอยู่ในหน่วยเดียวกัน และข้อมูลจากปีเดียวกัน และที่สำคัญข้อมูลต้อง Consistent คือ มีความสอดคล้องต่อเนื่องกัน

 

กำไร และ ฐานะทางการเงิน ต้องเรียกว่าเป็นสองหัวใจสำคัญในการวิเคราะห์ความสำเร็จของบริษัทในธุรกิจทุกวันนี้ มันเป็นสองสิ่งหลักที่เราจะใช้ในการวิเคราะห์หุ้นของบริษัทซึ่งทั้งสองสิ่งจะต้องวิเคราะห์ร่วมกัน ลำพังแค่วิเคราะห์กำไรของบริษัทอาจจะไม่เพียงพอหากไม่ได้ดูฐานะทางการเงิน ในทางกลับกันการวิเคราะห์แค่ฐานะของบริษัทโดยไม่ได้สนใจผลการดำเนินงานมันก็ไรประโยชน์ แค่กำไรอาจจะไม่พอเพราะบริษัทต้องมีทรัพย์กรต่างๆ เพื่อให้รันไปได้และอยู่ในธุรกิจได้อย่างยั่งยืน

 

ในการที่บริษัทนึงจะสามารถบรรลุถึงจุดที่ผู้ถือหุ้นยอมรับและพอใจได้ หรือ ภาษาทางการเรียกว่า ‘add value’ คือ เป้าหมายสำคัญของทุกบริษัท ถ้าบริษัททำธุรกิจแล้วไม่มีกำไรก็อย่าหวังถึงเงินปันผลตอบแทน หรือ ราคาหุ้นที่ปรับสูงขึ้นเลย และยิ่งไปกว่านั้นไม่ต้องหวังถึงการเติบโตของบริษัท ในเนื้อหาต่อๆ ไปผมจะอธิบายถึงการวิเคราะห์และประเมินความสามารถในการทำกำไรของบริษัท เป้าหมายของบริษัทจริงๆ แล้วไม่ใช่แค่ทำกำไรในแต่ละปี และไม่ใช่ทุกอย่างจะสามารถตีค่าออกมาเป็นมูลค่าทางการเงินได้ การที่ราคาหุ้นจะสามารถปรับตัวสูงขึ้นจะมาจากการที่บริษัทสามารถงัดประสิทธิภาพการดำเนินงานออกมาได้ ทำให้ราคาหุ้นปรับตัวสูงขึ้นและมันทำให้ผู้ถือหุ้นอย่างเราพอใจ ผมจะพยายามเขียนออกมาให้หมดว่าปัจจัยใดบ้างจะทำให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นได้บ้าง

 

ในส่วนท้ายๆ ของซีรีย์ จะอธิบายเมื่อการวิเคราะห์ในทางปฏิบัติจริงเสร็จเรียบร้อยแล้ว เราจะได้ตารางข้อมูล เพื่อที่จะนำเอามาเทียบกับอัตราส่วนทางการเงินซึ่งมันจะสามารถนำมาใช้ในการดูแนวโน้มผลประกอบการณ์ สิ่งสำคัญที่ได้เรียนรู้จากอดีต คือ เราควรจะลงทุนในหุ้นที่เราเข้าใจมันดีเท่านั้น ถ้าเราไม่รู้ว่ากำไรของบริษัทมาจากไหน อย่าลงทุน เพราะการลงทุนนั้นจะผิดพลาดได้ ซึ่งการผิดพลาดนั้นไม่ได้มาจากการวิเคราะห์ผิดพลาดแต่อย่างใด เพียงแต่มีคนจงใจบิดเบือนงบการเงินโดยใช้ช่องโหว่ทางด้านบัญชีนั่นเอง

 

ในยุคปัจจุบัน หลายสิ่งหลายอย่างเปลี่ยนไปรวมถึงมาตรฐานการบัญชี ซึ่งผมจะพยายามอธิบายให้ผู้อ่านได้เข้าใจในรายละเอียดมากที่สุด

 

บริษัทและหุ้นจะเติบโตไปด้วยคนที่ทำงานให้บริษัทนั้น การวิเคราะห์งบการเงินและตัวเลขมันเป็นเพียงแค่ศิลปะ เมื่อรวมบริษัทและศิลปะการวิเคราะห์เข้าด้วยกัน มันจะกลายเป็นเรื่องที่น่าสนุกและน่าติดตาม หากท่านคิดว่าไม่สนุกแล้วหละก็…เลิกติดตามบทความผมไปได้เลย 🙂

 

หลักสูตรสอนเล่นหุ้น สำหรับมือใหม่ สั้น กระชับ ใช้ได้เร็ว

 

อ่านตอนต่อไป คลิ๊กที่นี่

 

 

toro-course-header

+ หลักสูตรเทคนิค แบบกลุ่ม (Group) Click

หลักสูตร Value Investment (VI) แบบกลุ่ม (Group) Click

หลักสูตร Value Investment (VI) และ เทคนิค แบบตัวต่อตัว (Private) Click

หลักสูตรมือใหม่เล่นหุ้น Click

toro-course-footer