บทความโตโร่

High-Frequency Trading คืออะไร?

High-Frequency Trading เคยตกเป็นพาดหัวข่าวดังในตลาดหุ้น Wall Street ในอเมริกาช่วงปี 2008 ข่าวที่ออกมาส่วนใหญ่ทำให้นักลงทุนในตลาดได้รู้จักคำว่า HFT หรือ High-Frequency Trading เพราะ กองทุนหรือเฮดจ์ฟันด์ขนาดใหญ่ทำกำไรมหาศาลจาก HFT ในปีนั้นมีเพียงแค่ไม่กี่กองทุนเท่านั้นที่รู้จักและใช้ High Frequency Trading มาเป็นตัวหลักในการทำกำไรจากตลาดหุ้น หรือคิดเป็น 2% ของมูลค่าการซื้อขายรวมของตลาดหุ้นอเมริกาเท่านั้น! มันจึงเป็นที่มาของการสืบเสาะให้รู้จักมากขึ้นของนักลงทุน ทั้งสถาบันต่างๆ และรายย่อย ให้ความสนใจที่จะทำความรู้จักกับ HFT วันนี้ผมเลยอยากจะเขียนบทความแนะนำให้นักลงทุนรายย่อยได้รู้จัก HFT กัน

 

High-Frequency Trading เป็นส่วนต่อขยายจาก Program Trading ซึ่งในยุคก่อนนี้จะเป็นการส่งคำสั่งซื้อขายด้วยคอมพิวเตอร์ ที่สามารถส่งได้เร็วกว่าคนส่งเองปกติ ทำให้มูลค่าการซื้อขายเพิ่มขึ้นอย่างผิดหูผิดตา จากยุคในอดีต หรือภาษาทางการเงินเรียกว่าหุ้นมีสภาพคล่อง (Liquidity) สูงขึ้นนั่นเอง ตลาดก็มักจะคึกคัก และมีคนเข้ามาเทรดมากขึ้น

เมื่อดูจากวิธีการเทรดแล้วเราจะนิยามองค์ประกอบของระบบ HFT ได้ดังนี้ คือ

  • คอมพิวเตอร์อัลกอริทึ่ม (Computer Algorithms)
  • สภาพคล่องการซื้อขาย (Market Liquidity)
  • คำสั่งซื้อขายจำนวนมาก (Collection of orders)
  • คำสั่งซื้อขายความเร็วสูง (Faster Speed than manual executions)

 

หากพิจารณาองค์ประกอบข้างต้นเราจะพบว่าส่วนสำคัญที่จะทำให้ HFT เกิดได้หรือทำได้ คือ ตลาดจะต้องมีสภาพคล่องสูง และมีคอมพิวเตอร์อัลกอริทึ่ม เพื่อการเทรดแบบ HFT จะเป็นไปได้อย่างราบรื่น

 

HFT หรือ High Frequency Trading ยังเป็นคำที่มีคำจัดกัดความที่คลุมเคลือ และเป็นที่ถกเถียงกันถึงปัจจุบันนี้ว่ามันคืออะไรกันแต่ แต่ผมคิดว่าหากมีองค์ประกอบครบ 4 อย่างข้างต้น เราก็น่าจะเรียกระบบเทรด หรือการเทรดนั้นเป็น HFT ได้แล้ว

 

คอมพิวเตอร์อัลกอริทึ่ม (Computer algos) เป็นโปรแกรมที่วิศวกรทางการเงิน (Financial Engineers) หรือ วิศวกรคอมพิวเตอร์ (Computer Engineers) เขียนขึ้นมาเพื่อทำให้การเทรดหุ้นเป็นไปโดยอัตโนมัติ ซึ่งกลยุทธ์ในการเทรดอาจจะมาจากนักเทรดตัวจริง หรือใช้โมเดลทางการเงินต่างๆ เข้ามาวิจัยก็ได้ บางอัลกอริทึ่มอาจจะต้องอาศัยคณิตศาสตร์ชั้นสูง แต่บางอันก็ไม่ต้อง ยกตัวอย่างเช่น คอมพิวเตอร์อัลกอริทึ่มคำนวณ value at risk โดยใช้ Monte Carlo simulation ซึ่งต้องใช้คณิตศาสตร์และสถิติเข้ามาช่วยคำนวณ แต่บางอัลกออาจจะไม่ต้องใช้คณิตศาสตร์เข้ามาเลยก็เป็นได้

 

ชุดคำสั่งซื้อขาย (collection of orders) คือ เป็นชุดคำสั่งซื้อขายที่คอมพิวเตอร์ส่งเข้าไปเพื่อเก็งกำไร หรือ การซื้อขายหุ้นปกติ เช่น นักลงทุนอาจจะต้องการทำกำไรส่วนต่างของราคาหุ้นตัวเดียวกัน แต่เทรดอยู่คนละตลาดหลักทรัพย์ อันนั้นจะเรียกว่า arbitrage ซึ่งจะสามารถทำกำไรได้อย่างรวดเร็วในเวลาอันสั้น หรืออีกตัวอย่างหนึ่งคือ คอมพิวเตอร์อัลกออาจจะส่งคำสั่งซื้อหุ้นชุดหนึ่ง หรือกลุ่มหนึ่ง จากนั้นก็ซื้อ put option เพื่อเป็นการป้องกันความเสี่ยงในเวลาเดียวกัน อันนั้นก็จะกลายเป็นชุดคำสั่งของคอมพิวเตอร์อัลกอริทึ่ม

ในยุคเริ่มต้นของ HFT ความเร็วในการส่งคำสั่งซื้อขายเป็นหัวใจสำคัญในการทำกำไรและเป็นปัจจัยหลักของความสำเร็จในการเทรดเลยทีเดียว ซึ่งเทคโนโลยี Super computer ได้ถูกนำมาใช้ในขณะนั้นเพื่อให้คอมพิวเตอร์อัลกอริทึ่มรันได้เร็วที่สุด ยกตัวอย่างเช่น Goldman Sachs ซึ่งเป็นสถาบันการเงินชื่อดังขนาดใหญ่ของอเมริกา และ IBM เป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ทางด้านไอทีได้ร่วมมือกันพัฒนาระบบเทรด HFT ซึ่งอัลกอจะดักจับความแตกต่างของราคาเพียงเล็กน้อย และส่งคำสั่งซื้อขายเข้าไปทำกำไรในเสี้ยววินาที และมันคิดเป็นกำไรที่มากโขทีเดียวครับ โดยทั่วไปแล้วยิ่งเร็วยิ่งดี ยิ่งเร็วมากเท่าไหร่ โอกาสจะทำกำไรก็มีสูงมากขึ้นเท่านั้น หลักการของ COLO หรือการนำเอาระบบคอมพิวเตอร์ที่ใช้ส่งคำสั่งซื้อขายแบบ HFT เข้าไปตั้งอยู่ที่เดียวกับระบบของตลาดหลักทรัพย์จึงเป็นที่นิยมในหมู่นักพัฒนาระบบ HFT

 

ตอนหน้าผมจะมาเล่าให้ฟังต่อว่าทำไม HFT จึงมีความสำคัญ

 

High-Frequency Trading คืออะไร? ตอนที่ 2

 

บทความเขียนโดย

จิรัฏฐ์ หิรัญปภาพิศุทธิ์ (โตโร่)

 

toro-course-header

หลักสูตรเทคนิค แบบกลุ่ม (Group) Click

หลักสูตร Value Investment (VI) แบบกลุ่ม (Group) Click

หลักสูตร Value Investment (VI) และ เทคนิค แบบตัวต่อตัว (Private) Click

หลักสูตรมือใหม่เล่นหุ้น Click