THAI การบินไทย สู่องค์กรแห่งความสุข

แม้การบินไทย จะ’เป๋’ไปตามคลื่นการเมืองบ้างแต่’เนื้อใน’ยังเปี่ยม’คุณภาพ’ดีดีคนใหม่ เชื่อมั่นว่าจะกอบกู้ให้กลับเป็นองค์กรแห่งความสุขได้อีกครั้งนับเป็นภารกิจท้าทายของ ดีดีใหม่ การบินไทย “ดร.ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์” ต้องนำพาองค์กรที่ต้องปะทะกระแสคลื่นลมผันผวนทางการเมืองตลอดเวลาและไม่ง่ายเลยสำหรับ “คนนอก” ที่ต้องเข้าไปบริหารองค์กรที่มีอายุเก่าแก่ 50 ปี ที่มีวัฒนธรรมองค์กรที่ “อยู่ตัว”แต่ด้วยความเชื่อว่า องค์กรแห่งนี้เป็นองค์กร “คุณภาพ” เพียงเติมเต็มส่วนขาด เสริมจุดแข็ง ลบจุดอ่อน การบินไทยสามารถเหินฟ้าต่อไปไกลได้นับร้อยปี

ภายใต้ TG 100 Vision ยุทธศาสตร์ขององค์กรที่จะก้าวต่อไปอย่างยั่งยืน ซึ่ง “ดร.ปิยสวัสดิ์” บอกเป้าหมายว่า อยากเห็นองค์กรนี้ยืนยาวอีกอย่างน้อย 50 ปี ด้วยการเป็น “สายการบินที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลกให้เร็วที่สุด” การก้าวไปถึงจุดนั้น การบินไทยจะต้องมีคุณลักษณะ 3 ประการ

หนึ่ง ตอบสนองความต้องการลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

สอง ต้องเป็นองค์กรที่มีประสิทธิภาพ บริการดี ผลิตภัณฑ์ดี และต้นทุนแข่งขันได้

และ สาม เปลี่ยนแปลงตัวเองได้อย่างรวดเร็วตามสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป

หัวใจสำคัญที่จะสร้างคุณลักษณะเด่น 3 ประการนี้ได้ คือ “บุคลากร” ต้องมีคุณภาพ ต้องพร้อมเปลี่ยนแปลง ทว่าคนกลับเป็นปัญหายิ่งของการบินไทยในขณะนี้เขา ยอมรับว่า 4-5 ปีที่ผ่านมา มีปัญหาเรื่องความ “สามัคคี” ในองค์กร มีการแบ่งสี เล่นพรรคเล่นพวก เลยไปถึงการปฏิบัติ “สองมาตรฐาน” คนทำไม่ดียังอยู่ได้ คนทำดีจึงทดท้อขาดกำลังใจ

“ผมคิดว่าในส่วนของนักบินเรายังรักษามาตรฐานได้ดี นักบินก็เป็นส่วนหนึ่งที่ได้ว่าคุณภาพมาตรฐานหรือเรื่องการปฏิบัติการของเรา ยังดีต่อเนื่อง ความปลอดภัยไม่มีปัญหา แต่ว่าหลายจุดในองค์กรเริ่มมีปัญหาขึ้นมาจากเรื่องคน ตอนแรกคุณภาพตกลงมาก็ไม่เห็นอะไร ไม่มีผลกระทบ แต่พอนานไปเริ่มมีผลกระทบ พอเกิดวิกฤตเศรษฐกิจโลกขึ้นมา เกิดราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นไป ภาวะเศรษฐกิจถดถอย ปัญหาการเมืองในประเทศ ผลกระทบก็แรงมาก เห็นชัดเจนว่าความอ่อนแอภายในองค์กรก็เป็นตัวที่ซ้ำเติมการประกอบการของ บริษัททันที จากที่เคยมีกำไรก็กลายเป็นขาดทุนทันทีถึง 21,000 ล้านบาท ในปี 2551” กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ แจกแจงปัญหาอย่างไม่ปิดบัง

ในฐานะผู้นำยามวิกฤต ที่มีภารกิจกอบกู้ภาพลักษณ์ พร้อมกับนำพาองค์กรให้กลับมายืนหยัดอย่างสง่างาม “ดร.ปิยสวัสดิ์” จึงตั้งเป้าที่จะปฏิรูปองค์กรด้วยการเริ่มจากสร้างความสามัคคีให้เกิดขึ้น กับคนเจ้าจำปี โดยเฉพาะการสร้างมาตรฐานคุณธรรมจริยธรรม ที่ต้องจัดการให้มาตรฐานเป็น “หนึ่งเดียวกัน” เพื่อส่งต่อการปฏิบัติสู่ลูกค้าอย่าง “เท่าเทียม”

กฎเกณฑ์ กติกาใหม่ ภายใต้การบริหารของ “ดร.ปิยสวัสดิ์” จึงเข้มข้น เข้มงวด และเน้นความโปร่งใส

“ตอนนี้ผมคิดว่ากติกากฎเกณฑ์ต่างๆ ต้องมีการนำมาใช้บังคับอย่างเต็มที่ เพราะเรามีตัวอย่างมาแล้วว่าระดับสูงสุดถ้าทำผิดต้องได้รับโทษเหมือนกัน กติกากฎเกณฑ์บางส่วนมันอาจจะเป็นช่องโหว่ก็ได้ ทำให้เกิดการหาช่อง เกิดการเอื้อประโยชน์ ก็ต้องมีการปรับปรุงแก้ไขไม่ให้เกิดขึ้น นี่คือสิ่งที่ผมมองว่ามีความจำเป็นที่ต้องดำเนินควบคู่กันไป การโยกย้ายแต่งตั้งในองค์กรนี้เป็นเรื่องหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหาการแตกแยก และก็ทำให้คุณภาพของคนตกต่ำลงมา มีการแทรกแซงจากข้างนอกเยอะอย่างไม่น่าเชื่อ เพราะว่าคนในองค์กรนี้ติดต่อกับผู้ใหญ่เยอะ ดูแลผู้ใหญ่เยอะ เพราะฉะนั้นพอมีการแต่งตั้งโยกย้ายก็ขอให้ผู้ใหญ่ช่วย”

เขา ยอมรับว่า ความโปร่งใสเป็นปัญหาใหญ่ ทำให้องค์กรนี้มี “ใบปลิว” แฉพฤติกรรมไม่เหมาะสมเกลื่อน และต้องจัดระเบียบใหม่

“สิ่งที่ทำได้ 2 อย่างก็คือ เรื่องแรกก็คือมีระเบียบในการร้องเรียนขึ้นมา มีการประกาศใช้แล้ว มีขั้นตอนในการร้องเรียน และการเข้ามาตรวจสอบเรื่องราวต่างๆ ที่มีการร้องเรียน อย่างที่ 2 ก็คือมีการกำหนดประมวลจริยธรรมขึ้นมาใหม่ ซึ่งหากทำผิดประมวลจริยธรรมก็ถือว่ามีความผิดตามวินัยด้วย อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการ”

การจัดระเบียบต่างๆ เริ่มเข้าที่เข้าทาง ใบปลิวลดลง นับเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการยกระดับมาตรฐานคุณธรรม

นอกจากนี้ยังต้องปลูกจิตสำนึก และสร้างวัฒนธรรมองค์กร เพื่อให้ทุกคนมีเป้าหมายเป็นหนึ่งเดียวกัน

“ก่อนที่ผมเข้ามาที่นี่มีวัฒนธรรมองค์กร คือ THAI SPRIT โดย T คือ Teamwork ตัว H- Happiness? A- Awakening ตัว I คือ Inspiration ซึ่งความหมายยังไม่ค่อยชัดเท่าไหร่ และผมก็คิดว่ามันอาจจะไม่สอดคล้องกับสิ่งที่ผมต้องการ”
เขาจึงเพิ่มความชัดเจน โดย

T – Teamwork และ Trust

H – Happiness และ Hospitality

A – Awakening และ Accountability

I -? Inspiration และ Integrity

ทั้งหมดนี้เขาบอก ช่วยเพิ่มความชัดเจนในการยกมาตรฐานคุณธรรมจริยธรรม รวมทั้งการยกคุณภาพการบริการของเราให้ดีเลิศ

แม้จะมีปัญหาภายในมากมาย แต่เขา ยืนยันว่า เป็นเพียงหนึ่งในปัญหาที่องค์กรต่างๆ ต้องประสบ แต่ยังไม่ถึงขั้นวิกฤติ
“องค์กรนี้ผมว่ายังโชคดีมากพนักงานส่วนใหญ่รักองค์กรและยังมีความทุ่มเทกับ องค์กร ที่ผมพูดมาทั้งหมดนี้อาจจะทำให้เข้าใจผิดได้ว่าองค์กรนี้แย่ทั้งหมดทั้งหมด ไม่ใช่นะ คนดีๆ ยังมีเยอะมาก”

ก่อนหน้านี้การบินไทยสำรวจ ความคิดเห็นของพนักงานที่มีต่อองค์กร พบว่า 95% รักองค์กร สนุกกับงานที่ทำ ต้องการทำงานเพื่อองค์กร และไม่ชอบสิ่งที่เห็นอยู่ในองค์กรขณะนี้ ต้องการการเปลี่ยนแปลง

นี่เป็นเหตุผลสำคัญที่จะทำให้เกิดการผลักดันการเปลี่ยนแปลงหลายๆ อย่างได้ ที่เห็นเป็นรูปธรรมคือการลดสิทธิประโยชน์ส่วนของผู้บริหาร เช่น ตั๋วฟรีสำหรับผู้บริหารและครอบครัว ที่ถูกลดสิทธิประโยชน์ลง แต่ทำได้เพราะแรงหนุนจากพนักงานระดับล่าง ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในสิ่งที่ดีขึ้น

ดร.ปิยสวัสดิ์ เชื่อว่า เมื่อพนักงานทุกคนได้รับความเป็นธรรม ความเสมอภาค ความสามัคคีจะคืนสู่องค์กร เช่นเดียวกันในเรื่องการโยกย้าย ขึ้นเงินเดือน ที่มีดัชนีชี้วัดชัดเจน ทำให้ทุกคนทำงานด้วยความสุขใจ และพร้อมทุ่มเทให้กับการทำงานเต็มที่

สิ่งที่ตามมา คือ คุณภาพ และการบริการจากใจ

“ตอนนี้คนการบินไทยส่วนใหญ่ก็เกือบๆ มีความสุขแล้วล่ะ เกือบๆ แต่มันยังไม่เต็มที่ซะทีเดียว แต่ผมเชื่อว่าเป็นองค์กรแห่งความสุขได้ ในไม่ช้า เพราะว่าเริ่มต้นคนทั่วไปดีอยู่แล้ว ส่วนที่ทำให้เสียเป็นส่วนน้อย แต่คนส่วนใหญ่ที่มีความรักองค์กรเค้าต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงในการบินไทย และคนเก่งๆ มีเยอะ ไม่ใช่ไม่มีเพียงแต่ว่าอาจจะไม่ได้รับโอกาสให้ทำงานที่ตัวเองต้องการเท่าไร เพราะจากการแทรกแซงข้างนอก เพราะฉะนั้นพื้นฐานและคุณภาพบุคลากรในองค์กรนี้ไม่เลว และเมื่อเราปรับอีก นิดหนึ่งผมเชื่อว่าจะเป็นองค์กรที่มีความสุขได้” ดร.ปิยสวัสดิ์ มั่นใจเช่นนั้น

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *