ยุทธศาสตร์ บริษัทจดทะเบียน

คันทรี่ กรุ๊ป CGS CGD

‘คันทรี่ กรุ๊ป’ คืนความยิ่งใหญ่ ฝันที่ผู้พ่อเก็บไว้ในลิ้นชักนานกว่าสิบปี รอจน ‘ลูกไม้’ เติบใหญ่ ‘เบน เตชะอุบล’ ฝันต่อ..อาณาจักรหมื่นล้าน!!

ทิ้ง อดีตไว้เบื้องหลังแล้วเดินไปข้างหน้า “เสี่ยไมค์” สดาวุธ เตชะอุบล วางเส้นทางลูกชายคนรองของตระกูล กู้ชื่อ “คันทรี่ กรุ๊ป” กลับมาผงาดในยุทธจักรอสังหาริมทรัพย์อีกครั้ง บนแนวทางการเรียนรู้ความผิดพลาดในอดีต…อาณาจักรหมื่นล้านที่ “ล้มครืน” ราวกับปราสาททราย

ในจำนวนพี่น้องทั้ง 4 คน ทายาทหนุ่มวัย 31 ปี เบน เตชะอุบล กลาย เป็นความหวังที่ถูกเลือก เพราะมี “แวว” ที่จะมาสืบทอดธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์มากที่สุด หลังลูกชายคนโต บี เตชะอุบล ที่เชี่ยวชาญด้านการเงินถูกวางตัวเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.คันทรี่ กรุ๊ป (CGS) หลังเข้าเทคโอเวอร์ บล.แอ๊ดคินซัน
เบน เปิดตัวในฐานะกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.คันทรี่ กรุ๊ป ดีเวลลอปเมนท์ (CGD) หลังเข้าเทคโอเวอร์ บมจ.ดราก้อน วัน (D1) มาจาก จเรรัฐ ปิงคลาศัย พร้อมเปิดตัวโครงการ Elements มูลค่า 2,200 ล้านบาท อาคารชุด 8 ชั้น จำนวน 8 อาคาร 1,115 ห้อง บนพื้นที่ดิน 13 ไร่ ตรงข้ามห้างซีคอนสแควร์ ถือเป็นงานใหญ่พิสูจน์ฝีมือเป็นครั้งแรก

เมื่อกว่า 20 ปีที่แล้วในยุคของเสี่ยไมค์ ไม่มีใครที่ไม่รู้จักโครงการคันทรี่วิลล่า คันทรี่คอมเพล็กซ์ และคันทรี่มารีน่า ตลอดจน บงล.คันทรี่ (เทคโอเวอร์มาจาก บงล.ธนไทย) หลังวิกฤติต้มยำกุ้งปี 2540 สดาวุธ ไม่ต่างอะไรกับบุคคลล้มละลาย จำต้องตัดขายธุรกิจออกไปจนเกือบหมด เข้ามุมสะสางหนี้สินกว่าสามหมื่นล้านบาท แม้แต่ บมจ.คันทรี่ (ประเทศไทย) ก็ต้องยกให้กลุ่มโลจายะ ที่ปัจจุบันคือ บมจ.เอเวอร์แลนด์ (EVER)

เส้นทางแมวเก้าชีวิตของผู้พ่อ ช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมาเสี่ยไมค์ค่อยๆ “ตีคืน” อาณาจักร ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงให้กับทายาททั้งสี่…ในอดีตคันทรี่ กรุ๊ป รุ่งเรืองเหมือน “ไม้ขีดไฟ” ในยุคนี้การเดินเกมแม้รัดกุมเป็นจังหวะ แต่กระนั้นฐานรากที่แข็งแกร่งเห็นเพียงแค่เริ่มลงเสาเข็ม แม้แต่บล.คันทรี่ กรุ๊ป ที่ไปช้อป “คน” บล.บีฟิทมาครึ่งค่อนบริษัท วันนี้ก็ยังแผลงฤทธิ์ไม่ออก

เบน เตชะอุบล ผู้สานฝันฟื้นอาณาจักรอสังหาริมทรัพย์หมื่นล้านของตระกูล ย้อนเล่าว่า เมื่อประมาณหนึ่งปีที่แล้วได้รับการติดต่อจาก จเรรัฐ ปิงคลาศัย ผู้ถือหุ้นใหญ่ บมจ.ดราก้อน วัน ว่าจะขอซื้อที่ดินจากทางกลุ่ม (เตชะอุบล) แต่คุยกันถูกคอเลยชักชวนให้มาซื้อหุ้น D1 ราคาที่เสนอมาก็ดีสุดท้ายเลยกลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่

ส่วนจเรรัฐ ที่ไปเทคโอเวอร์ บมจ.ดราก้อน วัน เปลี่ยนชื่อมาจาก บมจ.ไดอาน่าดีพาร์ทเมนท์สโตร์ ก็มีหน้าที่ดูแลเฉพาะ บริษัท เอ-โฮสต์ จำกัด ซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของ Oracle โดยคันทรี่ กรุ๊ป ไม่มีแผนตัดขายธุรกิจนี้ออกไป แต่ตัดขายบางธุรกิจที่ไม่ทำกำไร รวมถึงโครงการโรงไฟฟ้าที่เคยคิดจะทำก็เลิกไปแล้ว สำหรับทิศทางของบมจ.คันทรี่ กรุ๊ป ดีเวลลอปเมนท์ ยังคงเป็น โฮลดิ้ง คอมปะนี เช่นเดิม แต่จะมุ่งเน้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เต็มตัว ขณะเดียวกันก็ไม่ปิดกั้นการลงทุนธุรกิจใหม่ถ้ามีโอกาส

เบน บอกว่า โครงการแรกของบริษัทชื่อว่า Elements บนพื้นที่ขนาด 13 ไร่ 89 ตารางวา ที่ตั้งโครงการห่างจากห้างซีคอนสแควร์เพียง 130 เมตรเท่านั้น มูลค่าเงินลงทุน 1,400 ล้านบาท มูลค่าโครงการประมาณ 2,200 ล้านบาท จับลูกค้ากลุ่มคนทำงานระดับ B+ ระดับราคาประมาณ 1.7 ล้านบาท คาดว่าจะสามารถปิดการขายได้หมดภายในปี 2554 และเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่กลางปี 2554 เป็นต้นไป

จุดเด่นของโครงการนี้ง่ายๆ “ของดี…ราคาไม่แพง” มีออปชั่นให้ลูกค้าคุ้มค่าพอที่จะจ่ายเงินซื้อ และจากการลงพื้นที่สำรวจตลาดย่านถนนศรีนครินทร์ด้วยตัวเองทำให้เชื่อมั่นว่า โครงการนี้จะมีกระแสการตอบรับที่ดีแน่นอน ส่วนจุดแข็งอีกข้อคือชื่อ คันทรี่ กรุ๊ป ยังขายได้ ในอดีตเราโด่งดังมาก ถ้าไม่ดีพอคงไม่นำชื่อนี้กลับมาใช้อีก ที่สำคัญชื่อนี้คุณพ่อกับคุณแม่ (อรวรรณ) มีความผูกพันเป็นพิเศษด้วย

เบนเล่าว่า ตระกูลเตชะอุบลมีความเชี่ยวชาญธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อย่างมาก ที่ผ่านมาเคยฝากผลงานไว้ที่ซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย หลายโครงการ แต่ชำนาญที่สุดคือ “ที่พักอาศัย” แผนระยะสั้นจะสร้างแบรนด์ Elements ให้ติดตลาดก่อน และในปี 2554 จะเปิดตัวโครงการใหม่ 2-3 โครงการขึ้นอยู่กับจังหวะ หรืออาจจะซื้อโรงแรมหรือโครงการที่สร้างเสร็จแล้วตอนนี้ก็มีผู้มาเสนอขายให้ บ้างแล้ว

จุดเด่นของบริษัทคือปัจจุบันไม่มีหนี้สิน และจะมีทุนจดทะเบียนหลังการเพิ่มทุนที่ 2,400 ล้านบาท สามารถลงทุนได้สบาย ตอนนี้ยังไม่มีแลนด์แบงก์ในมือคิดจะทำแล้วค่อยซื้อ

สำหรับโครงการโรงแรมหรูย่านถนนเจริญกรุง บนที่ดินขององค์การสะพานปลาพื้นที่ 17 ไร่ 2 งาน ทำสัญญาเช่าจากสำนักงานทรัพย์สินฯ 30 ปี ทางกลุ่มเตชะอุบลยังจะเดินหน้าต่อ ตั้งชื่อโครงการชั่วคราวว่า “แลนด์มาร์ค”? ประกอบด้วยโรงแรมระดับ 5 ดาวบวก 2 โรงแรม และที่พักอาศัย 1 โครงการ มูลค่าการลงทุนประมาณ 12,000 ล้านบาท? ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการออกแบบและจัดระเบียบพื้นที่ คาดว่าน่าจะสร้างเสร็จในไตรมาสแรกปี 2557

โครงการนี้จะเป็นการลงทุนของกลุ่มเตชะอุบลร่วมกับพันธมิตร (ระดับชีค) ไม่เกี่ยวกับ บมจ.คันทรี่ กรุ๊ป ดีเวลลอปเมนท์ และเมื่อสร้างเสร็จจะมีเชนโรงแรมระดับโลก เช่น “Jumeirah Hotels” ของดูไบ และ “Capella Hotels” จากตะวันออกกลางมาบริหาร ที่ผ่านมาคุณพ่อมีประสบการณ์ลงทุนอสังหาริมทรัพย์ที่ออสเตรเลียมากว่า 20 ปี อยู่ที่เมืองซิดนีย์ 6-7 โครงการ อนาคตทางกลุ่มกำลังวางแผนจะลงทุนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในประเทศจีน และเวียดนาม

เรื่องที่คุณอาจสนใจ  คายาริ กำจัดแมลงจากธรรมชาิติ

เบน บอกว่า ครอบครัวเตชะอุบลไม่เคยยึดติดกับ “อดีต” (ยกเว้นชื่อ คันทรี่ กรุ๊ป) สินทรัพย์เก่าๆ ที่ต้องตกไปเป็นของคนอื่นก็จะปล่อยเลยตามเลย รวมถึงจะแยกธุรกิจของครอบครัวกับสมบัติที่ต้องแชร์ร่วมกับผู้อื่น (CGS และ CGD) ออกจากกันอย่างชัดเจนด้วย

“เราคงไม่มีการโอนธุรกิจครอบครัวเข้ามาอยู่ในบมจ.คันทรี่ กรุ๊ป ดีเวลลอปเมนท์ รวมถึงสินทรัพย์ที่ไปอยู่กับ บมจ.เอเวอร์แลนด์ ก็จะไม่ซื้อกลับคืนมา”

สำหรับแผนการเติบโตของ บมจ.คันทรี่ กรุ๊ป ดีเวลลอปเมนท์ คาดว่าปี 2553 รายได้ยังมาจากบริษัท เอ-โฮสต์ จำกัด “ทางเดียว” ประมาณ 300-400 ล้านบาทต่อปี ส่วนปี 2554 ถึงจะเริ่มมีรายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เข้ามาประมาณ 80% ของรายได้รวม ในปีหน้ารายได้จะเติบโตแบบก้าวกระโดด ส่วนแผนที่จะย้ายจากตลาด mai ไป SET ต้องขอประเมินดูก่อน

ในส่วนของผลขาดทุนสะสมที่ยังมีอยู่ 517 ล้านบาท (ไตรมาส 1/2553) จะพยายามล้างขาดทุนสะสมให้เร็วที่สุดเพื่อให้สามารถจ่ายเงินปันผลได้ และการเพิ่มทุนรอบใหม่ทางกลุ่มเตชะอุบลก็จะใส่เงินซื้อหุ้นตามสัดส่วนเพื่อ ให้สัดส่วนหุ้นอยู่เท่าเดิม
สำหรับบทเรียนความผิดพลาดในอดีตของพ่อ และคันทรี่ กรุ๊ป ลูกไม้ขอหล่นไกลต้น เบนย้ำว่าขอดำเนินธุรกิจแบบ “คอนเซอร์เวทีฟ” จะไม่เร่งการเติบโตเหมือนในอดีต

“ผมไม่คิดว่าจะต้องสร้างอาณาจักรให้ยิ่งใหญ่เหมือนพ่อ (เคยทำ) แต่เป้าหมายคือสร้างให้ บมจ.คันทรี่ กรุ๊ป ดีเวลลอปเมนท์ เป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของประเทศ และขยายการลงทุนไปในต่างประเทศ และต้องมาจากความสามารถของตัวเอง”

เบนบอกว่า ปัจจุบันคุณพ่อคอยช่วยเหลืออยู่ห่างๆ ให้อิสระในการทำงานอย่างเต็มที่ ตอนนี้ท่านก็อยู่เบื้องหลังมากขึ้นเรื่อยๆ…ลูกๆ จำต้องเปล่งรัศมีด้วยตัวเอง ปัจจุบันสดาวุธเป็นเพียงผู้มอบนโยบาย ส่วนหน้าที่สานต่อความฝันเป็นหน้าที่ของ “ลูกไม้”

เบน เตชะอุบล “สดา วุธน้อย” วัย 31 ปี ผู้ถือกำเนิดคันทรี่ กรุ๊ป ใน “ภาคที่สอง” ความสำเร็จยังมองไม่เห็น ความล้มเหลวยังไม่ปรากฏ? แต่ความทระนง…เชื้อไม่ทิ้งแถว

Bangkok BizNews

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *