Uncategorized

ชัยรัตน์ โกวิทจินดาชัย แห่ง ปริญสิริ (PRIN)

เขาคือผู้บริหารหนุ่มไฟแรงแห่งแวดวงธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ผู้มีส่วนสำคัญผลักดัน บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ PRIN เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ท่ามกลางเสียงทัดทานจากผู้ใหญ่หลายท่านในครอบครัว.. ด้วยความมุ่งมั่นและวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล ทำให้วันนี้ “ชัยรัตน์ โกวิทจินดาชัย” สามารถพิสูจน์ความสำเร็จให้เป็นที่ประจักษ์ด้วยการพัฒนาธุรกิจ จนกระทั่ง PRIN ก้าวขึ้นมาเป็น Top 10 ของหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์..? Management’s Lifestyle จะพาทุกท่านไปร่วมทำความรู้จักกับผู้บริหารท่านนี้แบบ 360 องศา โดยเฉพาะความลับสไตล์การลงทุนที่เงินทุกบาททุกสตางค์ออมในตลาดทุน ไปติดตามพร้อมๆ กันค่ะ..

****? จากนักการตลาดมุ่งหน้าสู่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของครอบครัว

ผมจบการศึกษาปริญญาตรี (B.B.A) สาขาการตลาด มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ และปริญญาโท (M.B.A.) 3 สาขา (การเงิน, เศรษฐศาสตร์ และบริหารสารสนเทศ) จาก The University of Tennessee ประเทศสหรัฐอเมริกา ชีวิตการทำงานของผมเริ่มขึ้นที่ บริษัท จีอี แคปปิตอล (ประเทศไทย) จำกัด ในส่วน e-commerce ของเว็บไซต์ไทยไลฟ์สไตล์ดอทคอม? จากนั้นช่วงปี พ.ศ. 2542 จึงเข้ามาช่วยดูแลธุรกิจของครอบครัว ซึ่งขณะนั้นทำ 3 ธุรกิจหลักคือ ตกแต่งภายในและผ้าม่าน, อสังหาริมทรัพย์ และอู่รถแท็กซี่มิเตอร์ โดยผมเลือกเข้ามาดูแลในส่วนของธุรกิจอสังหาฯ เพราะมองว่าธุรกิจนี้เป็นการสร้างที่พักอาศัยให้คนอยู่ และเป็นธุรกิจที่ตั้งอยู่บนศีลธรรม สิ่งสำคัญ ผมมองว่าในอนาคตจากนี้ บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) จะเป็น “Brand Local” หรือเป็นบริษัทฯ ที่อยู่นอกตลาดหลักทรัพย์ฯ ไม่ได้ นี่เป็นอีกแรงผลักดันให้ PRIN กลายเป็นสมาชิกของตลาดหลักทรัพย์ฯ

****ก้าวย่างความสำเร็จของ “ปริญสิริ” ตั้งเป้าก้าวเป็น Top10 หุ้นอสังหาฯ ภายในปี 2012

เบื้องต้นผมตั้งเป้าว่าจะนำธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ของครอบครัวที่มีอยู่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งเราจะต้องก้าวขึ้นเป็น Top10 ของหุ้นกลุ่มอสังหาฯ ให้ได้ภายในปี ค.ศ. 2012 โดยเราพยายามปรับปรุงกระบวนการภายใน และพัฒนาธุรกิจให้เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งปี ค.ศ. 2005 เราสามารถเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ และหลังจากที่เข้าเป็นสมาชิกในตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้เพียงแค่ 3 ปี “ปริญสิริ” ก็สามารถก้าวขึ้นสู่ Top 10 ของหุ้นกลุ่มอสังหาฯ ได้เป็นผลสำเร็จ โดยขณะนั้นเองผมมีโอกาสได้เรียนปริญญาโท ด้าน Master Real Estate (M.R.E) ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์อีกหนึ่งใบ

**** “ปริญสิริ” เปลี่ยนรูปแบบจากธุรกิจครอบครัวเป็นธุรกิจแบบมืออาชีพและพัฒนาองค์กรไม่หยุดยั้ง

การทำงานแต่ละช่วงเวลาย่อมมีปัญหาเกิดขึ้นต่างกัน ช่วงแรกก่อนเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ เรามีปัญหาเรื่องทัศนคติที่ผู้ใหญ่ในครอบครัวผม ท่านไม่เข้าใจถึงเหตุผลของการเข้าระดมทุนว่าจะก่อให้เกิดประโยชน์ด้านใด? ซึ่งผมต้องอธิบายให้ท่านเข้าใจว่าอนาคตจากนี้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะมีเพียงไม่กี่บริษัทเท่านั้น หากเราต้องการจะดำเนินธุรกิจให้อยู่รอดได้ จำเป็นต้องก้าวเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ช่วงที่สอง คือหลังจากที่บริษัทฯ เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เนื่องจากเราโตเร็วมากเช่นเดียวกับบริษัทอื่นๆ หลังจากที่เริ่มฟื้นตัวจากวิกฤตต้มยำ ส่งผลให้เราเกิดวิกฤตของเราเอง ซึ่งถือเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับเรา และหลังจากนี้เราจะระมัดระวังตัวมากขึ้น ปัจจุบัน “ปริญสิริ” เปลี่ยนรูปแบบการดำเนินธุรกิจ จากธุรกิจครอบครัวเป็นธุรกิจแบบมืออาชีพ ซึ่งเราพยายามที่จะพัฒนาองค์กรและเลือกระบบที่ทันสมัยเข้ามาตรวจสอบเพื่อการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง

**** ให้อิสระทางความคิดกับทีมงาน

ผมเชื่อว่าตัวผมเองไม่ได้เก่งกว่าน้องๆ ทีมงาน ดังนั้นเรื่องการทำงานผมจะให้อิสระทางความคิด และทำหน้าที่เป็นเพียงคนคอยให้คำแนะนำ หากทิศทางความคิดไม่ตรงกัน ผมก็จะมีคำแนะนำให้ทีมงานนำไปปรับแก้ อาทิ ช่วงที่บริษัทฯ มีปัญหา น้องๆ ทีมงานก็จะขอความคิดเห็นว่าควรจะแก้ปัญหาอย่างไร ผมก็จะฉายภาพกว้างให้ ส่วนรายละเอียดน้องๆ จะเป็นคนวางแนวทางกันเอง ซึ่งกรณีนี้เป็นช่วงก่อนหน้าที่คุณวีระ ศรีชนะชัยโชค กรรมการผู้จัดการเข้ามาดูแล

**** อยากประสบความสำเร็จต้องขยันและทำงานตลอดเวลา

ผมจะถูกพร่ำสอนเสมอตั้งแต่ยังเป็นเด็กว่าถ้าอยากประสบสำเร็จต้องขยันและทำงานตลอดเวลา ส่งผลให้การจัดสรรเวลาส่วนตัวของผมวันนี้ ไม่ได้แบ่งเป็นสัดส่วนอย่างชัดเจน เพราะเวลาเกือบทั้งหมดแทบจะเป็นเวลางาน ส่วนวันหยุดสุดสัปดาห์ ผมจะใช้เวลาอยู่บ้านแต่ก็ยังทำงานอยู่ด้วย เพราะงานที่ผมทำไม่จำเป็นต้องทำที่ออฟฟิศอย่างเดียว สำหรับเวลาส่วนตัวผมจะใช้เวลาอยู่กับลูกหลังจากเลิกงาน และก่อนที่น้องจะเดินทางไปโรงเรียนในช่วงเช้า

****เงินทุกบาททุกสตางค์ออมในตลาดทุน

สไตล์การออมของผมจะค่อนข้างแตกต่างจากผู้บริหารท่านอื่น เรียกว่าทุกบาททุกสตางค์ลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ อย่างเดียวเท่านั้น ซึ่งผมมีวิธีการเลือกลงทุนโดยพิจารณาจากหุ้นที่มีสตอรี่ และพื้นฐานที่ดี โดยหุ้นที่ผมถนัดมากที่สุดเป็นหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์

**** วางแผนชีวิตเกษียณด้วยวัยเพียง 40 ปี

สำหรับผมตั้งใจวางแผนจะเกษียณอายุการทำงานในช่วงวัย 40 ปี ซึ่งมองว่าเป็นช่วงเหมาะสม เพราะผมเริ่มทำงานตั้งแต่อายุ 12 ปีเท่านั้น โดยหลังจากเกษียณผมตั้งใจจะหันมาเป็นนักลงทุนเต็มตัว เช่นเดียวกับเพื่อนๆ กลุ่มไทยวีไอหลายๆ ท่าน

****แม้ PRIN ไม่ใช่บริษัทขนาดใหญ่ แต่ทำทุกช่องทางให้สามารถเป็นตัวอย่างกับบริษัทฯ อื่น

ผมอยากให้นักลงทุนเชื่อมั่นในบริษัทฯ เพราะตระกูลโกวิทจินดาชัยมีความปรารถนาจริงๆ ที่อยากจะทำธุรกิจนี้ เพราะเราเชื่อว่าธุรกิจนี้เป็นธุรกิจที่ทำบุญทางอ้อมอย่างหนึ่งให้กับสังคมและครอบครัวคนไทย ที่ผ่านมาเราปฏิบัติตามกฎระเบียบของตลาดหลักทรัพย์ฯ ด้วยความตั้งใจจริง ซึ่งจะเห็นได้ว่า PRIN ไม่เคยสร้างกระแสข่าวเพื่อทำให้ราคาหุ้นเพิ่มขึ้น เราพยายามใช้การสื่อสารผ่านช่องทางนักลงทุนสัมพันธ์ เพื่อทำให้ราคาหุ้นสะท้อนกับผลประกอบการที่แท้จริง เราพยายามทำทุกช่องทางให้ PRIN มีความเป็นมืออาชีพที่ดี และเป็นหนึ่งในบริษัทฯ ที่สามารถเป็นตัวอย่างให้บริษัทฯ อื่นได้ ถึงแม้จะไม่ใช่บริษัทขนาดใหญ่

โดย : อิศราภรณ์ วีระคงสุวรรณ

eFinanceThai.com

บทความที่ท่านอาจสนใจ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ  JAS บริษัทจัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *