ทฤษฏีสองสูง

เคยสงสัยบ้างมั๊ยว่า ทำไม! เครือเจริญโภคภัณฑ์” (ซีพี) จึง ‘เชียร์’ นโยบาย “หว่าน” ของพรรคเพื่อไทย เพราะทฤษฎี ‘สองสูง’ ของเจ้าสัวธนินท์ คือ ‘ป็อกเด้ง’ ของ ‘ซีพี ออลล์’

เพิ่งเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่า “ทฤษฎีสองสูง” ที่ เจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์ พูดซ้ำแล้วซ้ำอีกมานานหลายปี สุดท้ายผู้ที่ได้ประโยชน์เต็มๆ ก็ “เครือเจริญโภคภัณฑ์” (ซีพี) นั่นเอง!!

แนวคิด “ทฤษฎีสองสูง” นั้น สูงแรกเน้นว่า “ราคาสินค้าเกษตรจะต้องสูง” เหตุผลอยู่ที่ว่าราคาสินค้าเกษตรจะเป็นแรงขับเคลื่อนตัวสำคัญต่ออุปสงค์ (Demand) และอุปทาน (Supply) ภายใต้มุมมองระยะยาวว่าโลกจะไม่มี “ยุคอาหารถูก” และ “น้ำมันถูก” อีกต่อไป การที่ Demand สูง แต่ Supply สินค้าเกษตรผลิตไม่ทันหรือไม่เพียงพอนั่นแปลว่าราคาสินค้าเกษตรจะต้อง “สูง”

สูงที่สอง “รายได้หรือค่าจ้างของประชาชนจะต้องสูง”? ซึ่งเข้าล็อกกับนโยบายขึ้นค่าแรง 300 บาททั่วประเทศ และเงินเดือนปริญญาตรี 15,000 บาท แนวคิด “ทฤษฎีสองสูง” จะมุ่งเน้นรายได้ประชาชน 2 กลุ่มใหญ่ คือ 1.เกษตรกรในชนบท (รากหญ้า) ซึ่งเป็นประชากรส่วนใหญ่ของประเทศจะต้องทำให้มีรายได้สูงขึ้น 2. รายได้ข้าราชการและผู้ใช้แรงงานในเมืองก็จะต้องสูงขึ้นเช่นกัน ทั้งหมดนี้คือแนวคิดเจ้าสัวธนินท์ ที่พรรคเพื่อไทยเขียนเป็นนโยบายหาเสียงและได้รับการเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย

อย่าแปลกใจว่าทำไม! เครือซีพีจึงออกมาสบับสนุนนโยบายขึ้นค่าแรง 300 บาท และเงินเดือนปริญญาตรี 15,000 บาท ผู้บริหารระดับสูงในเครือซีพีแทบทุกหน่วยงานประสานเสียงออกมา “เชียร์” ในเรื่องนี้ และช่วยรัฐบาล “กดดัน” เอกชนรายอื่นกลายๆ

สำหรับการบริหารงานทฤษฎีของเจ้าสัวธนินท์ มองว่า จากนี้จะหมดยุค “ปลาใหญ่ กินปลาเล็ก” แต่เข้าสู่ยุค “ปลาเร็ว กินปลาช้า” ดังจะเห็นว่าเซเว่นอีเลฟเว่นขยายตัวอย่างรวดเร็วเข้าไปสู่ตัวอำเภอต่างๆในประเทศไทย อำเภอขนาดใหญ่จะมีร้าน 7-11 ถึง 2 แห่ง เพราะเจ้าสัวมองว่านโยบาย “หว่าน” ของรัฐบาล จะทำให้ “รากหญ้า” มี “กำลังซื้อ” มากขึ้น

ปิยะวัฒน์ ฐิตะสัทธาวรกุล กรรมการผู้จัดการ บมจ.ซีพี ออลล์ ผู้บริหารเครือข่ายร้านเซเว่นอีเลฟเว่น เปิดเผยว่า ยุทธศาสตร์ของบริษัทจากนี้จะเป็น ?ร้านอิ่มสะดวก? ตามแผนงานจะขยายสาขาปีละ 500 สาขา ทำให้รายได้และกำไรยังคงเติบโตต่อเนื่องทุกปี และจะมุ่งเน้นไปที่ “ต่างจังหวัด” มากที่สุด โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีการเติบโตสูงอย่าง “ภาคอีสาน” และจะมุ่งเน้นขยายสาขาแฟรนไชส์มากกว่าเปิดสาขาเอง (จะได้ขยายตัวเร็ว) ปัจจุบันมีสาขาแฟรนไชส์ 52% และทุกปีจะขยายสาขามากกว่าที่บริษัทเปิดเอง 3%

“ที่น่าสนใจคือรายได้จากสาขาแฟรนไชส์ (แต่ละสาขา) มากกว่าสาขาที่บริษัทเปิดเองประมาณ 1% แสดงถึงความสามารถในการบริหารจัดการร้านที่ดี ขณะนี้เรายังไม่ลดสปีดในการเปิดสาขาลง คาดว่าภายในปี 2556 จะมีสาขาแตะ 7,000 สาขา และภายในปี 2557 น่าจะมีสาขาแซงหน้าสหรัฐอเมริกาที่เป็นต้นฉบับแฟรนไชส์ โดยเรามีเป้าหมายสำคัญที่ 10,000 สาขาภายใน 5 ปีจากนี้”

ปิยะวัฒน์ เล่าต่อว่า กลยุทธ์สำคัญคือการนำสินค้าใหม่ๆมาวางจำหน่ายในร้านเซเว่นอีเลฟเว่น โดยจะเน้นสินค้าอาหารเพิ่มสัดส่วนรายได้จาก 70% มาเป็น 73% ซึ่งจะทำให้อัตรากำไรขั้นต้นค่อยๆปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.3% ต่อปี เนื่องจากอาหารมาร์จิ้นสูงประมาณ 30% สินค้าทั่วไปอยู่ที่ 10% ขณะที่ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นน้อยกว่าเพียง 0.2% ส่วนงบการตลาดยังคงอยู่ที่ 0.3% ของรายได้รวมเช่นเดิม

สำหรับสินค้าที่จะเพิ่มในร้านเซเว่นจะเน้นผลิตภัณฑ์ในเครือซีพี และจากบริษัทลูกซีพี ออลล์ เป็นหลัก เช่น แซนด์วิชอบร้อน, ขนมจีบซาลาเปา, อาหารกล่อง, เบเกอรี่แบรนด์คัดสรร (Kudsan) เป็นต้น นอกจากนี้ มีแผนขยายขนาดสาขาที่มีศักยภาพ 50-60 สาขาให้ใหญ่ขึ้น เพื่อรองรับสินค้าใหม่เช่น อาหารเพื่อสุขภาพที่มีมาร์จิ้นสูง ผลิตภัณฑ์ยาเอ็กซ์ต้า รวมถึงขยายธุรกิจอีคอมเมิร์ซรูปแบบ “บีทูซี” รองรับการมาของ 3G พัฒนาระบบจำหน่ายสินค้าผ่านแคทตาล็อกลงในอินเทอร์เน็ตมากขึ้น

นอกจากนี้ บริษัทได้ลงทุนศูนย์กระจายสินค้าแห่งใหม่ที่จังหวัดลำพูน จะเปิดดำเนินการในปี 2555 หลังจากปีนี้ได้เปิดศูนย์กระจายสินค้าที่ขอนแก่นไปแล้วเมื่อต้นปี รวมถึงมีแผนขยายกำลังผลิตของบริษัทลูก CPRAM รองรับการขายอาหารมากขึ้นในอนาคต

ปิยะวัฒน์ กล่าวว่า นโยบายขึ้นค่าแรง 300 บาททั่วประเทศ จะส่งผลดีต่อยอดขายของเซเว่นอีเลฟเว่นอย่างแน่นอน ขณะที่ต้นทุนพนักงานซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายสูงสุดยังไม่สามารถประเมินได้ อย่างไรก็ตามพนักงานเซเว่นที่รับค่าแรงต่ำกว่า 300 บาท ปัจจุบันมีสัดส่วนไม่มาก (ส่วนใหญ่ได้สูงกว่า 300 บาทอยู่แล้ว)

?ราคาหุ้น CPALL ขึ้นทันทีเมื่อซีอีโอของเรา (ก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์) ออกมาสนับสนุนการเพิ่มค่าแรง 300 บาททั่วประเทศ เป็นไปได้ว่าอาจทำให้ยอดขายเติบโตขึ้นมากกว่าค่าเฉลี่ยปกติ?

เป้าหมายในอนาคตของเซเว่น ปิยะวัฒน์ กล่าวว่า บริษัทยังคงรอผลการขอใบอนุญาติเปิดร้านเซเว่นอีเลฟเว่นที่ประเทศเวียดนามและมณฑลใกล้กรุงเซี่ยงไฮ้ของจีน ตอนนี้ทำได้แค่รอผลตอบกลับมาจากเจ้าของแฟรนไชส์เท่านั้น

?เรายังตั้งเป้ารายได้เติบโต 15% ทุกปี รวมถึงยอดขายร้านเดิมเติบโตในระดับ 3-5% ขณะที่เป้าหมายระยะยาวเราต้องการเพิ่มสัดส่วนรายได้อาหารเป็น 74-75% และมีสัดส่วนร้านแฟรนไชส์เพิ่มเป็น 58%?

สรุปว่าใครได้ประโยชน์สูงสุดจากนโยบายขึ้นค่าแรง 300 บาททั่วประเทศ? เงินเดือนปริญญาตรี 15,000 บาท “เครือเจริญโภคภัณฑ์” (ซีพี) ของท่านเจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์ คือคำตอบ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *