มุมมองนักวิเคราะห์ กูรู

นักลงทุนรายใหญ่ ฉัตรเฉลิม เฉลิมชัยวัฒน์

สัจจะคือความจริง อะไรก็ตามที่มากเกินไปมักพบกับจุดหักเหหรือจุดเปลี่ยน “ฉัตรเฉลิม เฉลิมชัยวัฒน์” ชายผู้รู้ซึ้งกับคำว่า ‘ตลาดหุ้น’

เขาคือผู้ก่อตั้ง สำนักพิมพ์ไพลินบุ๊ค และเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไพลินบุ๊คเน็ต จำกัด ผู้ประกอบธุรกิจสำนักพิมพ์ ผู้จัดจำหน่าย และร้านหนังสือ แต่อีกด้านหนึ่งของเหรียญ ฉัตรเฉลิม เฉลิมชัยวัฒน์ คือ นักลงทุนตัวยงในตลาดหุ้น ประสบการณ์ 20 ปีสอนให้ชายผู้นี้รู้ว่า โอกาสเป็น “ผู้ชนะ” ในตลาดหุ้นมีแค่ 1 ใน 10 เท่านั้น

ภารกิจสุดท้ายก่อนเกษียณ ฉัตรเฉลิม เตรียม “ปั้น” หุ้นไพลินบุ๊ค ธุรกิจที่หลายคนมองว่า “ตะวันตกดิน” ให้เป็น Value Stock และ Growth Stock ในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ให้สำเร็จ

ราวๆ ปลายปี 2549 ชื่อ ฉัตรเฉลิม เริ่มปรากฏบนหน้าสื่อด้วยข้อสังเกตว่าเขาอาจเป็น “นอมินี” ของ “เสี่ย พ” พายัพ ชินวัตร เซียนหุ้นรายใหญ่ที่มีข่าวจะเทคโอเวอร์หุ้นดีอี แคปปิตอล (DE) ขณะนั้นมีการทำธุรกรรมผ่าน บล.ยูไนเต็ด อย่างเอิกเกริก ไม่เพียงแต่หุ้น DE ที่ถูกตราหน้าว่าเป็น “หุ้นปั่น” ฉัตรเฉลิมยังเข้าไปพัวพัน “หุ้นร้อน” อีกหลายตัว รวมถึงหุ้น “ปิคนิค” ที่สุดแสนจะหวือหวาและน่าสะพรึงกลัว

ชายผู้เก็บงำด้านสว่างของเหรียญในฐานะนักธุรกิจร้านหนังสือผู้ประสบความ สำเร็จ กำลังจะถูกด้านมืดอีกด้านของเหรียญกลืนภาพลักษณ์จนกลายเป็น “บุคคลสีเทา”

ฉัตรเฉลิม เคยเปิดตัวให้สัมภาษณ์กรุงเทพธุรกิจ BizWeek ฉบับต้นปี 2550 จากนั้นชื่อนี้ก็เงียบหายไปในรัตติกาล กระทั่งปลายปี 2552 ที่ผ่านมา บริษัท ไพลินบุ๊คเน็ต จำกัด เปิดตัวพร้อมจะเข้าเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai โดยแต่งตั้ง บริษัท ฟินเน็กซ์ แอ๊ดไวเซอรี่ จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน

“เขากลับมาแล้ว” โจทย์แรกแวบ!!!ขึ้น ดาวฤกษ์ผู้เปล่งแสงยามรัตติกาลจะเป็นผู้ไขความลับสัจธรรมแห่งตลาดหุ้น สัจจะความยั่วยวนที่ไม่เที่ยงแท้ และเต็มไปด้วยยาพิษ

เจ้าของสำนักพิมพ์ไพลินบุ๊ค เล่าให้กรุงเทพธุรกิจ BizWeek ฟังว่า จุดเริ่มต้นสู่เส้นทางนักลงทุนเริ่มจากการอ่านหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ประมาณปี 2531 หลังเหตุการณ์ Black Monday ทำให้ค่อยๆ ซึมซับข่าวสารเศรษฐกิจและการลงทุน จากนั้นพอซัดดัมบุกอิรักเมื่อปี 2533 ก็เริ่มลงทุนในตลาดหุ้นตามพี่ชาย แต่เล่นบ้างหยุดบ้าง มาเริ่มจริงจังตอนหลังวิกฤติเศรษฐกิจปี 2540 เพราะธุรกิจสำนักพิมพ์เริ่มอยู่ตัว
โอกาสของฉัตรเฉลิม “เปิด” เขาเห็น SET Index ลงมาอยู่ที่ 207 จุด (4 กันยายน 2541) เทียบกับตอนที่เริ่มเปิดตลาดหุ้นปี 2518 ที่ระดับ 100 จุด หัวสมองของพ่อค้าคำนวณทันทีคิดว่านี่น่าจะเป็น “จุดต่ำสุด” แน่นอนแล้ว เขาค่อยๆ ซื้อหุ้นเฉลี่ยที่ดัชนี 250 จุด แล้วมาขายที่ดัชนีประมาณ 400 จุด ช่วงปี 2542-2543 ได้กำไรเป็นกอบเป็นกำ

ย้อนมาจุดที่ทำให้สนใจการลงทุน เขาเล่าว่า มาจากนิสัยชอบการเรียนรู้ ประกอบกับได้มาจากการเรียน Ex-MBA ที่ ม.เกษตรศาสตร์ และฟังมาจาก อ.สุวรรณ วลัยเสถียร ด้วย ทำให้มีความเข้าใจในทฤษฎีการเงิน และการลงทุน ระหว่างที่เรียนก็กลับเข้าตลาดหุ้นอีกครั้งตอนดัชนีอยู่ที่ 300 จุด เข้าซื้อเฉลี่ยที่ดัชนี 350 จุด

“ผมเป็นคนกล้าได้กล้าเสียและรักเพื่อนมาก เลยบอกว่าจะพาเพื่อน (Ex-MBA) ทั้งรุ่น 80 คน ไปเที่ยวประเทศจีนโดยออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด โดยมีเงื่อนไขว่าหุ้นต้องขึ้นไปที่ 500 จุด พอปี 2546 ตลาดขึ้นมาที่ 600-700 จุด ผมขายหุ้นออกหมดทำกำไรได้มหาศาลแล้วพาไปเที่ยวเมืองจีนตามคำสัญญา”

นิสัยกล้าได้-กล้าเสี่ยง รักเพื่อนและใจถึงไม่เป็นรองใคร คือที่มาของการเปลี่ยนแปลงและชักนำไปสู่เกมพนันในตลาดหุ้นที่สุดท้าทาย ในชั้นเรียน Ex-MBA รุ่นที่ 10 สำหรับผู้บริหารที่ ม.เกษตรศาสตร์ คลาคล่ำไปด้วยเพื่อนนักธุรกิจ นักลงทุนรายใหญ่ รวมกระทั่งนักการเมืองคนดัง ที่เข้ามาแลกเปลี่ยนคอนเนคชั่นกันในชั้นเรียน

อาทิ พ.ต.ท.พงษ์เทพ ลาภวิสุทธิสิน ประธานกรรมการ บมจ.ปิคนิค คอร์ปอเรชั่น พี่ชาย สุริยา ลาภวิสุทธิสิน รัตนา เสถียรวารี นักลงทุนรายใหญ่ ในรุ่นนี้ยังมี มณฑาทิพย์ ชินวัตร ประธานกรรมการบริหาร บมจ.เอ็ม ลิ้งค์ เอเชีย คอร์ปอเรชั่น น้องสาว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และก็ยังมีนักการเมืองคนดัง อีก 2 คน คือ สุธรรม แสงประทุม และ องอาจ คล้ามไพบูลย์ เป็นต้น

ที่ชั้นเรียน Ex-MBA ที่ ม.เกษตรศาสตร์ ชักนำให้ฉัตรเฉลิมได้รู้จักมักคุ้นกับชายผมม้า-หน้าตี๋ ซึ่งต่อมามีดีกรีเป็นถึงอดีต รมช.พาณิชย์ สุริยา ลาภวิสุทธิสิน (ขณะนั้นอยู่ในมุ้งสมศักดิ์ เทพสุทิน) ผู้ที่เปลี่ยนแปลงชีวิตการลงทุนของเขาไปสู่ด้านมืด

“เขา (สุริยา) มาขอยืมเงินผมให้ปิคนิคไปซื้อหุ้นบี-กริม แล้วบอกว่าจะคืนเป็นหุ้นแทน ตอนหลังปิคนิคขายหุ้นเพิ่มทุนราคา 30 บาท เขาแบ่งมาให้ผม 400,000 หุ้นบวกวอร์แรนท์ ต่อมาราคาหุ้นขึ้นมาที่ 80 บาท ผมก็ขายหมดเกลี้ยงได้กำไรมา 30-40 ล้านบาท”

เรื่องที่คุณอาจสนใจ  นักลงทุนรายใหญ่ เสี่ยยักษ์ ตอน 10

ต่อมาสุริยาก็มาเสนอขายหุ้นอีสเทิร์นไวร์ (EWC) ให้อีก (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น บมจ.แคปปิทอล เอ็นจิเนียริ่ง หรือ CEN) ฉัตรเฉลิมเลยควักกระเป๋าซื้อไป 1 ล้านหุ้น ที่ราคา 40 บาท และขายไปตอน 80 บาท แถมยังถูกเชิญให้ไปเป็นกรรมการผู้มีอำนาจใน บริษัท ธนสินประกันภัย จำกัด แต่โชคดีเกือบโดนปิดกิจการ

“หลังจากผมซื้อหุ้นสองตัวนี้ไป (PICNI-EWC) ราคาก็เริ่มหวือหวา พอแตกพาร์เหลือ 1 บาท ผมก็เลิกยุ่ง เขา (สุริยา) มาพูดว่าระวังจะทำเงินหล่นหายแต่ตอนนั้นไม่เชื่อแล้ว ผมคบกับเขามานานเลยรู้ดีว่าที่เขาทำไม่ใช่ของจริง”

นอกจากหุ้น “เสี่ยผมม้า” ที่เข้าไปพัวพัน ยังเคยเข้าไปคลุกฝุ่นอยู่กับ “หุ้นร้อน” อีกหลายตัวในอดีต เช่น หุ้นเพาเวอร์-พี (POWER) ตัวนี้ก็มีสุริยาอยู่เบื้องหลัง หุ้นไดสตาร์ อิเลคทริก (DISTAR) หุ้นเอเชียนอินชูเลเตอร์ (AI) หุ้นเอ็ม ลิ้งค์ เอเชีย คอร์ปอเรชั่น (MLINK) แต่ที่กำไรเหนาะๆ ก็มีหุ้น ริช เอเชีย สตีล (RICH)

“ผมยังกำไรหุ้น SE-ED ด้วย ไปซื้อตอนปี 2547 ราคา 5 บาท มาขายปี 2550 ราคา 8 บาท เพราะทำธุรกิจคล้ายกัน ส่วนหนึ่งเพราะหุ้นตัวนี้ดีจริงแถมมีธรรมาภิบาลสูงด้วย”

ฉัตรเฉลิมถือโอกาส “แก้ต่าง” ตอนที่ถูกมองว่าเป็น “นอมินี” ของ พายัพ ชินวัตร ครั้งที่ร่วมเข้าไปเทคโอเวอร์หุ้น DE เมื่อปลายปี 2549 เล่าว่าบังเอิญเขา (พายัพ) เล่นมาร์จินอยู่ที่ บล.ยูไนเต็ด เหมือนกับ “นอมินีตัวจริง” (ของพายัพ) 3-4 คน (อาทิ สุพัจจา ตันน์ไพรัตน์ และโยคิน เจริญสุข) พอดีเลยมีชื่อผมติดไปด้วย ขอยืนยันว่าไม่เคยเป็น “นอมินี” ให้กับ พายัพ ชินวัตร

ส่วนสาเหตุที่ “ขาดทุน” จากหุ้นร้อนที่เข้าไปคลุกคลีด้วย เจ้าของสำนักพิมพ์ไพลินบุ๊ค บอกว่า ที่ขาดทุนส่วนใหญ่เป็นเพราะ “เพื่อนกัน” (หุ้นเพื่อน-ช่วยเพื่อน) ทั้งนั้น แต่ถ้าเล่นเองรับรอง “กินผมยาก”

สำหรับเทคนิคการลงทุนส่วนตัวเป็นการผสมผสานระหว่างความรู้ทางด้านปัจจัย พื้นฐาน ปัจจัยทางเทคนิค และที่สำคัญคือ “คอนเนคชั่น” เพราะเป็นคนที่มีเพื่อนเยอะทั้งที่หลักสูตร วปอ. (หลักสูตรวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร) ปปร. (หลักสูตรการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยสำหรับนักบริหารระดับสูง) ของสถาบันพระปกเกล้า และ Ex-MBA ที่ ม.เกษตรศาสตร์ ที่ ฉัตรเฉลิมใช้เวทีเหล่านี้สร้างเครือข่ายคอนเนคชั่นกับบุคคลทุกวงการ นายทหารระดับสูง นายตำรวจ นักธุรกิจ ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ และนักการเมือง และทุกคนที่เข้ามาเรียนก็คิดแบบเดียวกัน

สัปดาห์หน้าคอยพบกับ เซียนหุ้นผู้พบ “สัจธรรม” ตอนที่ 2 (ตอนสุดท้าย) ลงทุนอย่างไรให้รวย ล้างมือในอ่างทองคำ และแผนปั้น “ไพลินบุ๊คเน็ต” เป็น? Value-Growth Stock ในตลาดหลักทรัพย์ mai

ที่มา Bangkok Biz News

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *