บทวิเคราะห์หุ้น

บทเรียนชีวิต จากการเป็นหนี้มาก

ข่าวนักธุรกิจฆ่าล้างครัวเพราะธุรกิจล้มเหลวและได้รับแรงกดดันจากเจ้าหนี้ ที่เรียกร้องให้ใช้หนี้โดยการข่มขู่ที่จะทำร้ายบุคคลในครอบครัวที่ปรากฏใน หนังสือพิมพ์เมื่อสัปดาห์ก่อนนั้น? เป็นเรื่องเศร้าที่มีการกล่าวถึงกันอย่างกว้างขวาง?? ผมเองอยากที่จะวิเคราะห์เรื่องนี้เหมือนกัน? ไม่ได้ตั้งใจที่จะซ้ำเติม? แต่อยากให้ความเห็นเพื่อที่จะเป็นบทเรียนสำหรับคนที่อาจจะเดินตามรอยที่ อันตรายของกรณีนี้

บทเรียนแรกของกรณีนี้ก็คือ? เรื่องของความไม่พอเพียงในการทำธุรกิจ? นั่นก็คือ? ธุรกิจมีการกู้เงินที่สูงมากเมื่อเทียบกับเงินลงทุนของเจ้าของ? ผมลองวิเคราะห์ดูคร่าว ๆ?? ก็พบว่ากิจการมีการกู้เงินประมาณเกือบหนึ่งพันล้านบาท? แต่ดูแล้วเงินทุนในส่วนของเจ้าของน่าจะมีประมาณหลักร้อยล้านบาทเท่านั้น? ซึ่งเป็นการจัดโครงสร้างการเงินที่อันตรายมาก?? เพราะกิจการจะต้องจ่ายดอกเบี้ยและทยอยคืนเงินต้นมหาศาล? หากธุรกิจไม่สามารถสร้างรายได้ตามที่คาดไว้เพียงเล็กน้อย? กิจการก็จะไม่สามารถชำระหนี้ได้?? ดังนั้น? ถ้าเรามีเงินเพียงร้อยล้านบาท? ก็จงลงทุนทำธุรกิจที่ต้องลงทุนอย่างมากก็สักสองร้อยล้านบาท? ซึ่งจะทำให้เราทำธุรกิจได้อย่างสบายใจกว่า? แม้ว่าในกรณีที่เกิดกำไร เราอาจจะไม่ได้กำไรมากเป็นมหาเศรษฐี? แต่โอกาสล้มเหลวก็ลดลงไปมาก

บทเรียนที่สองที่ผมเห็นก็คือ? เรื่องของความพอเพียงในการใช้ชีวิต? ผมไม่รู้ว่าคนที่มีธุรกิจพันล้านบาท? ที่นักข่าวหนังสือพิมพ์และสื่อต่าง ๆ ชอบเรียกว่าเศรษฐีพันล้านนั้น? จริง? ๆ? แล้วพวกเขาคิดว่าตนเองมีความมั่งคั่งเป็นพันล้านด้วยหรือเปล่า?? เพราะถ้าเขามีความรู้สึกอย่างนั้น? การใช้ชีวิตของพวกเขาก็คงจะสามารถฟุ่มเฟือยได้อย่างเต็มที่?? แต่ในกรณีส่วนใหญ่แล้ว? คนที่มีธุรกิจพันล้านอาจจะมีความมั่งคั่งที่เป็นของตนเองจริง ๆ? เพียงร้อยล้านก็ได้เพราะส่วนที่เหลือนั้นเป็นเงินที่กู้มาจากธนาคาร?? ดังนั้น? คนที่รู้จักความพอเพียงจะต้องรู้ว่าตนเองมีความมั่งคั่งที่แท้จริงเท่าไรและ ใช้จ่ายและใช้ชีวิตตามนั้น

ในกรณีของเรื่องที่เกิดขึ้นนั้น? ข่าวบอกว่านักธุรกิจคนนี้มีบ้านที่ใหญ่โตสองหลังบนที่ดินถึงสองไร่และมีรถ ยนต์นับสิบคัน? นอกจากนั้น? ลูกสามคนต่างก็เรียนในโรงเรียนนานาชาติซึ่งมีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก? การใช้ชีวิตในระดับนี้? ผมคิดว่าไม่มากเกินไปสำหรับคนที่มีความมั่งคั่งระดับพันล้าน? แต่สำหรับคนที่มีความมั่งคั่งในระดับร้อยล้านต้น ๆ? ผมคิดว่าเป็นเรื่องของความไม่ค่อยพอเพียงนัก?? อย่างไรก็ตาม? ก็ไม่ถึงกับเกินตัวมากเหมือนกับเรื่องของการทำธุรกิจ

บทเรียนที่สามที่ผมเห็นก็คือ? เมื่อเกิดปัญหาทางธุรกิจ? ดูเหมือนว่าเขาจะพยายามหาทางหาเงินผ่านทางตลาดหุ้นโดยการเข้ามาเล่นหุ้นเก็ง กำไร? ผมเชื่อว่าภรรยาที่เป็นคนเล่นหุ้นคงไม่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในการลงทุนพอ? เพราะฉะนั้น? การเล่นหุ้นจึงน่าจะเป็นการ? ?เสี่ยงดวง?? มากกว่าที่จะเป็นทางออกที่เหมาะสมในการแก้ปัญหา?? สำหรับผมแล้ว? ผมคิดว่าใครก็ตามที่มีปัญหาทางการเงินแล้วมาใช้ตลาดหุ้นเพื่อแก้ปัญหา? โอกาสที่จะประสบความสำเร็จจะน้อยมาก? และโอกาสที่จะทำให้ปัญหาเลวร้ายลงจะเพิ่มขึ้นทวีคูณ

บทเรียนที่สำคัญต่อมาก็คือ? เรื่องของการแก้ปัญหา? ผมลองนึกดู? ถ้าเป็นเรา? เราจะแก้ปัญหาอย่างไร? คำตอบก็คือ? ผมคงขายทรัพย์สินที่ไม่จำเป็นเช่นรถยนต์จำนวนมาก? บ้านที่ใหญ่เกินความจำเป็น? เครื่องเพชร และอะไรก็ตามที่ขายได้? เก็บเงินสดไว้ในที่ที่ปลอดภัยที่สุด? เสร็จแล้วไปเจรจากับเจ้าหนี้ที่เป็นบุคคลที่น่าจะเป็นอันตรายต่อผมและบุคคล ในครอบครัวโดยขอลดหนี้ให้เหลือน้อยที่สุด? เมื่อตกลงกันได้แล้ว? การเคลียร์เรื่องหนี้กับธนาคารนั้น? เป็นเรื่องที่ง่ายมาก? เพราะแบงค์เองนั้น?? ก็มักจะต้องยอมให้เราปรับโครงสร้างหนี้โดยการลดหนี้เพื่อให้กิจการอยู่ได้มิ ฉะนั้นความเสียหายจะเกิดกับธนาคารมาก?? แต่ถ้าตกลงกันไม่ได้จริง ๆ? เราก็คงต้องปล่อยให้กิจการล้มละลายไป? ซึ่งมักจะทำให้เราล้มละลายไปด้วย? แต่ในปัจจุบันนั้น? การล้มละลายก็ใช้เวลาแค่ 3 ปีเราก็สามารถฟื้นจากการเป็นคนล้มละลายได้แล้ว

ประเด็นสำคัญที่ทำให้นักธุรกิจคนนั้นไม่ทำอย่างที่ควรทำในแนวทางที่ผมกล่าว นั้น?? ผมคิดว่ามาจากความเครียดและการยึดมั่นถือมั่นในฐานะและสถานะที่เป็นอยู่? ถ้าพูดกันอย่างชาวบ้านก็คือ? ?จมไม่ลง?? ดังนั้น? เขาจึงตัดสินใจในแนวทางที่ผมรู้สึกว่าเป็นทางออกที่แย่มาก?? ในเรื่องนี้ทำให้ผมคิดว่า? คนที่ร่ำรวยทุกคน? ไม่ว่าจะใช้ชีวิตที่หรูหราหรือไม่? จะต้องท่องจำไว้ในใจอยู่ตลอดเวลาว่า? มันมีโอกาสที่เราอาจจะจนลงหรือประสบกับความยากลำบากเสมอ? ไม่มีอะไรที่แน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์? สิ่งสำคัญก็คือ? เราจะต้องไม่ประมาท? และจะต้องพร้อมที่จะกลับมาเป็นคนที่ไม่รวยและใช้ชีวิตที่ควรเป็นกับอัตภาพ นั้นเสมอ

ที่มา ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *