ข้อมูลพื้นฐานหุ้น

บางจาก

เป็นหุ้นโดด เดี่ยวผู้น่ารักในเครือปตท. หุ้นบางจากมีดีตรงไหน กูรูแวลูอินเวสเตอร์ถึงออกโรง ‘เชียร์’ บนคำมั่นจาก ‘บิ๊ก’ หุ้นเรา ‘ไม่เสี่ยง’

ถ้า วัดจากจุดต่ำสุดที่ 5.55 บาท เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2551 ก่อนจะทะยานขึ้นไป 16 บาท และพักตัวอยู่ในกรอบ 13-16 บาท นาน 8 เดือน ราคาหุ้นที่ออกเดินทางมาไกล และ “พักเหนื่อย” ค่อนข้างนานนี้ อาจเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ เป็นไปได้ทั้ง “ขึ้นต่อ” และ “ปรับตัวลง”

ขณะที่ผลการดำเนินงานปี 2552 ที่ประกาศออกมา “ดีตามคาด” มีกำไรสุทธิ 7,524 ล้านบาท เทียบกับปี 2551 ที่ขาดทุนสุทธิ 750 ล้านบาท ถือเป็นหุ้น “เทิร์นอะราวด์” ที่สร้างผลตอบแทนให้ผู้ลงทุนอย่างงาม แต่ราคาหุ้น ณ วันนี้ สำนักวิจัยบางแห่งมองว่า “ใกล้เต็มมูลค่า” แล้ว เพราะในปี 2553 กำไรสุทธิมีแนวโน้มลดลง 50-70% บางจากจะไม่มีกำไรพิเศษจาก Hedging Gain และสต็อกน้ำมัน เหมือนปีที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม บางจากเป็นหุ้นโดดเดี่ยวผู้น่ารักในเครือ ปตท. ที่จ่ายปันผลได้ “ดุเดือด” ที่สุด งวดครึ่งหลังปี 2552 บริษัทใจป้ำจ่ายปันผลในอัตราหุ้นละ 0.80 บาท (ขึ้น XD วันที่ 4 มีนาคม 2553) คิดเป็นผลตอบแทนสูงกว่า 5% ขณะที่ทั้งปี 2552 จ่ายหุ้นละ 1.80 บาท คิดเป็นผลตอบแทนจากเงินปันผลเกือบ 13%
อนุสรณ์ แสงนิ่มนวล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.บางจากปิโตรเลียม เท้าความว่า ถ้าบางจากไม่ลงทุนปรับตัวเป็น Complex Refinery (โครงการ PQI) มูลค่า 15,000 ล้านบาท ซึ่งเสร็จสิ้นไปเมื่อปี 2552 ป่านนี้คง “ม้วนเสื่อ” กลับบ้านเก่าไปตั้งนานแล้ว

โครงการปรับปรุงคุณภาพน้ำมัน (PQI) ทำให้สามารถกลั่นน้ำมันที่มีคุณภาพเช่น ดีเซล และเบนซิน ได้ถึง 90% ที่เหลือ 10% เป็นน้ำมันเตาคุณภาพต่ำ จากเดิมที่มีสัดส่วนน้ำมันเตาสูงถึง 40% โดยบริษัทจะมีจุดคุ้มทุนอยู่ที่ค่าการกลั่น 3 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

อนุสรณ์ ชี้ว่า กำไรสุทธิที่เบ่งบานเมื่อปี 2552 เป็นเพราะบางจากทำป้องกันความเสี่ยงราคาน้ำมัน (Hedging) เอาไว้ ส่งผลให้ค่าการกลั่นขึ้นไปสูงถึง 12.76 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล (ค่าการกลั่นพื้นฐาน 3.98 เหรียญ กำไร Hedging 5.62 เหรียญ กำไรสต็อกน้ำมัน 2.2 เหรียญ และกำไรจากการตีราคาสินค้าคงเหลือ (LCM) 0.94 เหรียญ รวม 12.76 เหรียญ) เทียบกับปี 2551 ที่มีค่าการกลั่น 0.97 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

แนวโน้มธุรกิจโรงกลั่นในปี 2553 บางจากจะเพิ่มการกลั่นจากปัจจุบันเฉลี่ย 90,000 บาร์เรลต่อวัน เป็น 100,000 บาร์เรลต่อวันในไตรมาส 2 ให้สอดคล้องกับ GDP ขยายตัว 4-5% การบริโภคน้ำมันเติบโต 2-3% คาดว่าทั้งปีค่าการกลั่นเฉลี่ยจะอยู่ที่ 5-6 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ค่าการตลาดค้าปลีกน้ำมันอยู่ที่ 1.50-1.60 บาทต่อลิตร และคาดว่าปี 2553 จะมีรายได้เติบโต 5% จากปี 2552 ที่ 108,681 ล้านบาท

สำหรับแผนการลงทุน 5 ปี (2553-2557) บางจากมีนโยบายเน้นลงทุนธุรกิจ “พลังงานสะอาด” คาดว่าจะใช้เงินลงทุนกว่า 10,000 ล้านบาท และผลักดันให้ประเทศไทยเป็นผู้นำพลังงานทดแทนอันดับ 1 ของเอเชีย โครงการที่จะลงทุน เช่น กลั่นน้ำมันเบนซินมาตรฐานยูโร 4 ลงทุน 1,500 ล้านบาท เสร็จปลายปี 2554? โครงการโรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ ขนาด 30 เมกะวัตต์ ลงทุน 3,200 ล้านบาท โครงการร่วมทุนโรงงานผลิตเอทานอล 200,000 ลิตรต่อวัน กว่า 1,000 ล้านบาท และโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ขนาด 50 เมกะวัตต์ อีก 1-2 แห่ง

นอกจากนี้ กำลังศึกษาถึงความเป็นไปได้และหาพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญเพื่อผลิตน้ำมัน ดีเซลและน้ำมันเครื่องบินจากสาหร่าย ขายให้กับการบินไทย ที่ต้องเสียค่าคาร์บอนเครดิตในเส้นทางบินไปยุโรป เป็นต้น

“เราคาดหวังผลตอบแทนการลงทุนจากธุรกิจพลังงานสะอาด 10-15% และในอีก 2-3 ปีข้างหน้า กำไรของบางจากจะต้องมาจากธุรกิจใหม่ 30% ของ EBITDA หรือประมาณ 2,500-3,000 ล้านบาท”

อนุสรณ์ ให้ข้อมูลว่า ตอนนี้บางจากมีสินทรัพย์รวม 30,000-40,000 ล้านบาท ในขณะที่จะสร้างโรงกลั่นแบบเดียวกับบางจากตอนนี้ในทำเลแถวสุขุมวิทอาจต้อง ใช้เงินลงทุนมากกว่าแสนล้านบาท แสดงว่าบางจากมี Hidden Value ซ่อนอยู่อีกมาก ที่ยังไม่ถูกตีมูลค่า

เรื่องที่คุณอาจสนใจ  BIG บริษัท บิ๊ก คาเมร่า คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

ด้าน ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร รีบออกตัวก่อนว่าไม่ได้พูดในฐานะพรีเซ็นเตอร์หุ้นบางจาก แต่วิเคราะห์ในมุมของนักลงทุนหุ้นคุณค่า มองว่าบางจากเป็นหุ้นที่เหมาะสมกับการลงทุนระยะยาวแม้ว่าจะเป็นหุ้นสินค้า โภคภัณฑ์ที่ไม่ได้อยู่ในสเปคของแวลูอินเวสเตอร์ เพราะรายได้ในอนาคตมีโอกาสเติบโต ราคาหุ้นยังต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง

?เมื่อก่อนผมไม่เคยรู้จักหุ้นตัวนี้เลย แต่พอได้ฟังข้อมูลเลยรู้ว่าบริษัทนี้มีดีอยู่เหมือนกัน?

ดร.นิเวศน์ ระบุอีกว่า ราคาหุ้นตอนนี้ยังมีมูลค่าแค่ 70% ของมูลค่าทางบัญชีเท่านั้น ที่สำคัญแวลูอินเวสเตอร์จะมองที่ราคาหุ้นต่อยอดขาย ซึ่งบางจากมีรายได้ต่อปีหลักแสนล้านบาทแต่มูลค่ากิจการยังต่ำเพราะมี มาร์เก็ตแคปเพียง 17,000-18,000 ล้านบาท เท่านั้น นอกจากนี้ รายได้ระดับแสนล้านบาท ขอแค่มาร์จินเพียง 2% กำไรก็ระดับพันล้านบาทแล้ว

“หุ้นตัวนี้ใครว่าเต่าไม่จริงหรอกจากราคา 7.75 ที่ผมเริ่มมอง ตอนนี้ขึ้นมากว่า 14 บาทแล้ว แถมยังมีอัพไซด์ให้เล่นอีกด้วย แค่รับปันผลก็คุ้มแล้ว” ปรมาจารย์หุ้นคุณค่าของเมืองไทย วิเคราะห์

ที่มา กรุงเทพธรุกิจ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *