วิเคราะห์งบการเงินของบริษัท

ประมาณการงบการเงิน

?การจัดทำงบประมาณทำได้หลากหลายรูปแบบ แต่หลักๆ จะอยู่ในรูปของงบประมาณเพื่อการดำเนินงาน และงบประมาณทางการเงิน? มีผู้กล่าวว่า กิจการจะเปิดประตูตอนเช้า โดยไม่ทราบว่าตนคาดหวังอะไรในวันนี้ และจะปิดประตูตอนสิ้นวันโดยไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นกับกิจการไม่ได้

กล่าวอีกนัยหนึ่ง กิจการต้องทราบเป้าหมายของตนเอง และทราบว่าผลของการดำเนินกิจกรรมที่ผ่านมาบรรลุเป้าหมายที่ว่านั้นหรือไม่ ทำอย่างไรจึงจะสามารถทราบคำตอบทั้งสองข้อนี้ได้? การทำ ?งบประมาณ? อาจช่วยให้เราค้นหาคำตอบดังกล่าวได้เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น

การจัดทำงบประมาณ หรือ บางครั้งเรียกว่า ?ประมาณการ? นั้น โดยทั่วไปแล้วประกอบด้วย ประมาณการของงบดุล งบกำไรขาดทุน และงบกระแสเงินสด การทำประมาณการนั้น สามารถทำในรูปแบบง่ายๆ หรือซับซ้อนมีรายละเอียดปลีกย่อยมากมาย ในองค์กรที่มีกิจกรรมมากขึ้น อาจต้องใช้สมมติฐาน และการผูกโยงตัวเลขหลายส่วนเข้าด้วยกัน แต่ละส่วนก็จะมีผลโยงใยกันไปเป็นทอดๆ ทุกวันนี้ เครื่องมือที่อาจทำให้เราทำ ?งบประมาณ? ได้สะดวกสบายมากขึ้น ก็คงเป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่เป็นพวก ?Spreadsheet? การจัดทำ ?งบประมาณ? นั้น ในบางกรณี ก็จำเป็นต้องมีแผนธุรกิจรองรับเพื่อกำหนดเป้าหมาย และข้อสมมติฐานต่างๆ เนื่องจากเป็นเรื่องของตัวเลขสำหรับ ?อนาคต?

งบประมาณ เป็นเครื่องมือที่จะใช้สำหรับฝ่ายบริหารในการกำหนดทิศทางและเป้าหมาย รวมถึงการวัดผล หรือประเมินผลว่า กิจกรรมต่างๆของกิจการนั้น ทำให้บรรลุผลตามที่คาดหมายหรือไม่ ในองค์กรธุรกิจ การจัดทำ ?งบประมาณ? นั้น อาจใช้ฐานของ ?กำไร? เป็นตัววัดผลสำเร็จ ใช้เป็นเป้าหมายของกำไรในปีต่อไป บางที่ให้เป็นตัวเลขประมาณการ?กำไร? แล้วให้ฝ่ายปฏิบัติไปบริหารจัดการเอาเองว่าจะควบคุมค่าใช้จ่ายคงที่ หรือ ค่าใช้จ่ายผันแปรอย่างไร การกำหนดราคา ก็อาจทำโดยมีเพดานหรือราคาขั้นต่ำกำหนดไว้ นอกจากนี้ ฝ่ายบริหารมักจะกำหนดทิศทางการทำตลาด และแนวทางของบริษัทเอาไว้ด้วย เพื่อให้ ?วิธีการ? ที่จะไปถึง ?เป้าหมาย? ที่ต้องการนั้น สอดคล้องต้องกันในแนวทางขององค์กรด้วย

การทำงบประมาณอย่างง่ายๆ คงต้องเริ่มจาก
๑) เป้าหมายขององค์กรคืออะไร
๒) เราจะใช้อะไรเป็นตัววัดผลสำเร็จ
๓) ข้อสมมติฐานต่างๆ เป็นอย่างไร
๔) แหล่งข้อมูลเพื่อให้ได้มาซึ่งตัวเลขในการประมาณการ

เป้าหมายขององค์กรคืออะไร?
จะเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญที่จะกำหนดเป้าหมายทางการเงิน ในองค์กรไม่มุ่งหากำไรนั้น ผลกำไรอาจไม่ใช่เป้าหมายสูงสุด การบรรลุเป้าหมายเชิงคุณภาพภายใต้งบประมาณที่มีอยู่ และเหลือพอสำหรับเป็นทุนสำรองในปีต่อไป อาจเป็นเป้าหมายที่สำคัญที่สุด เป้าหมายดังกล่าว จะเป็นตัวกำหนด ?ตัววัดผลสำเร็จ? ว่าควรจะวัดอย่างไร ตัวอย่างการกำหนดตัววัดผลสำเร็จ เช่น? ยอดขายของสินค้าประเภทใดประเภทหนึ่ง ส่วนแบ่งการตลาดของสินค้าหลักของกิจการ ความสามารถในการบริหารการเก็บเงิน อาจได้รับการจัดลำดับ ความสำคัญมากเสียยิ่งกว่าการทำตัวเลขยอดขายสำหรับบางกิจการ

การรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้ารายใหญ่โดยสามารถคงยอดขายไว้เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อน หรือความสามารถในการหาลูกค้าทดแทน เพื่อสร้างอำนาจต่อรองแก่ลูกค้ารายเดิม เป็นต้น การควบคุมยอดค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการขนส่งด้วยการบริหารสินค้าคงคลังที่มีประสิทธิภาพ การลดยอดค่าใช้จ่ายค่าล่วงเวลาโดยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในระหว่างชั่วโมงปกติ ก็เป็นตัววัดผลสำเร็จ ตัวอย่างหลังนี้เป็นไปเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในด้านที่เกี่ยวกับการควบคุมค่าใช้จ่าย

ข้อสมมติฐานในการจัดทำงบประมาณ ประกอบด้วย ปัจจัยต่างๆที่ส่งผลต่อเป้าหมายของกิจการ เช่น อัตราดอกเบี้ย อัตราแลกเปลี่ยน ที่อาจมีผลต่อการกำหนดราคาสินค้าของกิจการ อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ การมีผู้ประกอบการรายใหม่เข้ามาเป็นคู่แข่งในตลาดสินค้าประเภทเดียวกัน ราคาเชื้อเพลิงที่มีผลต่อต้นทุนการผลิตสินค้าของกิจการ สินค้าที่ยอดขายขึ้นลงตามฤดูกาล หรือตามกระแสความนิยม จำนวนวันที่ให้เครดิตกับลูกค้า ส่วนลดจ่าย และค่าใช้จ่ายที่เกิดจากกิจกรรมส่งเสริมการขายต่างๆ เป็นต้น ในการประมาณการตัวเลขต่างๆ จะต้องระบุปัจจัยหลักที่มีผลต่อกิจการออกมาให้ได้ และประมาณการผลกระทบที่มีต่อตัวเลขของกิจการ ปัจจัยเหล่านี้อาจมีมากกว่าหนึ่งปัจจัย

แหล่งข้อมูลเพื่อให้ได้มาซึ่งตัวเลขในการประมาณการ ข้อมูลสำคัญที่ใช้ในการประมาณการตัวเลข ได้แก่

๑) รายจ่ายประจำ เช่น เงินเดือน ค่าจ้าง ค่าน้ำค่าไฟฟ้า ค่าสาธารณูปโภค เป็นต้น
๒) ประมาณการรายได้ ยอดขาย รายได้จากการให้บริการ รายได้ค่าเช่า รายได้จากกิจกรรมต่างๆขององค์กร ดอกเบี้ยรับ เป็นต้น

ข้อมูลข้างต้นอาจได้มาจากการเปรียบเทียบจำนวนเงินที่เกิดขึ้นจริงในอดีต การจัดทำตัวเลขเปรียบเทียบย้อนหลัง ๓ ปี ๕ ปี ทำให้มองเห็นแนวโน้ม และวงจรการขึ้นลงของตัวเลข การใช้อัตราการขยายตัวของยอดรายได้ และค่าใช้จ่าย เป็นต้น การจัดทำงบประมาณ ทำได้หลากหลายรูปแบบ แต่หลักๆ จะอยู่ในรูปของงบประมาณเพื่อการดำเนินงาน และงบประมาณทางการเงิน

งบประมาณเพื่อการดำเนินงาน อาจจัดทำเป็นงบประมาณเฉพาะเรื่อง เช่น งบประมาณยอดขาย งบประมาณการผลิต งบประมาณเกี่ยวกับสินค้าคงเหลือ งบประมาณต้นทุนการผลิต งบประมาณค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร และประมาณการกำไรขาดทุน เป็นต้น
งบประมาณทางการเงิน อาจทำในรูปของ งบประมาณการลงทุนในสินทรัพย์ถาวร ประมาณการงบดุล และประมาณการกระแสเงินสด เป็นต้น งบประมาณนั้นสามารถนำไปใช้ประโยชน์เพื่อการบริหาร เช่น ใช้สำหรับควบคุมยอดค่าใช้จ่าย ใช้สำหรับกำหนดเป้าหมายของฝ่ายขาย เพื่อการพยากรณ์ตัวเลขหรือแนวโน้มของกิจการ หรือเพื่อการวางแผน เช่น วางแผนการผลิต การวางแผนการลงทุนในสินทรัพย์ถาวร เป็นต้น

ในประมาณการงบดุล จะมีการประมาณยอดเงินสด เงินฝากธนาคาร ลูกหนี้การค้า สินค้าคงเหลือ ค่าใช้จ่ายล่วงหน้า เจ้าหนี้ การค้า และค่าใช้จ่ายค้างจ่ายต่างๆ ประมาณการกำไรขาดทุน จะมียอดรายรับ-รายจ่าย สำหรับงวด ประมาณการกระแสเงินสด จะแสดงกระแสเงินสดรับและจ่ายโดยคำนึงถึง ระยะเวลาการเรียกเก็บเงิน โดยแสดงกระแสเงินสดรับ-จ่าย จากกิจกรรมต่างๆ ๓ กิจกรรมได้แก่ กิจกรรมดำเนินงาน กิจกรรมลงทุน และกิจกรรมจัดหาเงิน
การจัดทำงบประมาณขององค์กร หรือกิจการต่างๆ นั้น อาจมีข้อแตกต่างจากงบประมาณของภาครัฐที่ส่วนใหญ่เน้นหนักไปในเรื่อง การแบ่งสันปันส่วนทรัพยากรของประเทศว่าจะให้น้ำหนักไปในเรื่องใด เท่าใด และการจัดสรรดังกล่าวมักคำนึงถึงจำนวนเงินของรายได้ว่ามีอยู่เท่าไร การใช้จ่ายไปในเรื่องต่างๆจะต้องสอดคล้อง สมดุลกัน งบประมาณของภาครัฐนั้นผูกพันและมีผลรับรองตามกฎหมาย จึงจำเป็นต้องใช้ให้สอดคล้องกับงบประมาณรายจ่ายที่กำหนดไว้

อย่างไรก็ตาม การนำงบประมาณมาใช้นั้น คงต้องคำนึงถึง ความยืดหยุ่นต่อตัวเลขในงบประมาณด้วย เนื่องจาก ด้วยสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป ปัจจัยต่างๆล้วนมีผลกระทบในทิศทางที่ไม่ตรงกับที่คาดไว้แต่แรก การปรับปรุงตัวเลขประมาณการเป็นระยะโดยมีเหตุผลรองรับที่เหมาะสม จะช่วยทำให้กิจการสามารถคาดการณ์ผลการดำเนินงานจริงได้ใกล้เคียงทันต่อสถานกรณ์มากยิ่งขึ้น

บทความที่ท่านอาจสนใจ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ  เล่นหุ้น KTB แนวทางในการวิเคราะห์หุ้นสำหรับมือใหม่

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *