มุมมองนักวิเคราะห์ กูรู

ฟองสบู่

เล่นกับฟองสบู่ เขียนโดย ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร
http://portal.settrade.com/blog/nivate/2010/11/08/947

ความคึกคักของตลาดหุ้นในช่วงนี้? ซึ่งเห็นได้จากดัชนีราคาหุ้นที่ปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรง? บวกกับปริมาณการซื้อขายที่สูงลิ่วอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนทำให้คนเริ่มถามกัน มากว่าตลาดหุ้นตอนนี้เป็น Bubble หรือ ?ฟองสบู่? หรือยัง

ผมคงไม่ฟันธงว่าตลาดหุ้นในขณะนี้เป็นฟองสบู่หรือไม่? ข้อพิสูจน์นั้นจะมาในภายหลัง? ถ้าเวลาผ่านไป 2-3 ปี? ดัชนีตลาดหุ้นตกต่ำลงกว่าปัจจุบันมาก? เราก็บอกว่าตลาดในช่วงปี 2553 เป็น ?ฟองสบู่?? แต่ถ้าดัชนียังสูงกว่าปัจจุบัน? นั่นก็หมายความว่าตลาดหุ้นในปี 2553 เป็นช่วงตลาดกระทิงที่มีเหตุผลมีพื้นฐานรองรับ?? การคาดการณ์ว่าตลาดในขณะนี้เป็นฟองสบู่หรือไม่นั้น? ไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ง่าย ๆ? ประสบการณ์ในอดีต? ทั้งของต่างประเทศและของไทยเองก็แสดงให้เห็นว่าแม้แต่เซียนหรือนักวิชาการ ระดับโลกก็อาจจะทำนายผิดได้? ดังนั้น? ผมไม่คาดการณ์? แต่จะอธิบายจากสิ่งที่เคยเกิดขึ้นในประวัติศาสตร์ของการเกิดฟองสบู่แต่ละ ครั้งว่าฟองสบู่หุ้นนั้น? มักจะเกิดขึ้นจากสาเหตุอะไร

ข้อแรกก็คือ? ฟองสบู่นั้น? มักจะเกิดขึ้นเนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงสำคัญระดับ? ?ปฏิวัติ? ของเท็คโนโลยีของโลก? เช่น? การเกิดและเติบโตอย่างรวดเร็วของธุรกิจไฮเท็คและ ?ดอทคอม? ในสหรัฐอเมริกา?? หรือการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของ? ?โครงสร้างการทำงานหรือธุรกรรมทางการเงิน? เช่นเรื่องของการบูมของการแปลงหนี้ผ่อนบ้านให้เป็นตราสารซับไพร์มในอเมริกา? หรือถ้าจะพูดให้ใกล้ตัวและเห็นได้อย่างชัดเจนก็คือ? การ ?เปิดเสรีทางการเงิน? ของประเทศไทยในปี 2533 หรือเมื่อ 20 ปีก่อนที่ทำให้เงินต่างประเทศไหลเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นและก่อให้เกิดฟองสบู่ ที่ใหญ่ที่สุดในช่วงปลายปี 2536

ข้อสอง? ฟองสบู่จะเกิดไม่ได้ถ้าตลาดเงิน ?ตึงตัว?? นั่นก็คือ? อัตราดอกเบี้ยในท้องตลาดสูงและเงินหายาก? ฟองสบู่นั้นมักเกิดขึ้นในช่วงที่ตลาดเงินมีสภาพคล่องสูงและอัตราดอกเบี้ยใน ตลาดต่ำมาก? การกู้เงินมักทำได้ง่าย? มีการปล่อยกู้ให้กับลูกค้าโดยไม่เข้มงวดในด้านของความสามารถในการใช้หนี้ คืนและหลักประกันมากนัก? สถาบันการเงินมักจะแข่งขันกันปล่อยเงินกู้? ทำให้ยอดการปล่อยกู้เติบโตสูงกว่าปกติ การที่เงินหาง่ายนั้นทำให้นักเล่นหุ้นสามารถเพิ่มการซื้อหุ้นได้อย่าง ?ไม่จำกัด? โดยการใช้หลักทรัพย์ที่มีราคาเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ? เป็นหลักประกันในการขอกู้เพิ่มซึ่งก็กลับไปซื้อหุ้นต่อไปเรื่อย ๆ

ข้อสาม? ฟองสบู่มักจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อฟองสบู่ครั้งล่าสุดเกิดขึ้นไม่ต่ำกว่า 15-20 ปีมาแล้วซึ่งเท่ากับ ?หนึ่งชั่วอายุคน?? เหตุผลก็คือ? เมื่อฟองสบู่ครั้งล่าสุด? ?แตก?? คนในรุ่นนั้นก็ขาดทุนกันหนักมากแทบจะล้มละลายสิ้นเนื้อประดาตัว? จำนวนมากออกจากตลาดหุ้นและสั่งสอนลูกหลานว่าตลาดหุ้นเป็นสถานที่ที่ ?เลวร้าย? และไม่ควรเข้าไปเกี่ยวข้องกับหุ้นเลย? นักลงทุนที่ยังเหลืออยู่ก็จะระมัดระวังมากในการลงทุนและคิดว่าหุ้นมีความ เสี่ยงเสมอโดยเฉพาะเมื่อราคาปรับตัวขึ้นไปมาก? ฟองสบู่ลูกใหม่ที่จะมามักจะเกิดขึ้นจากนักลงทุนรุ่นใหม่ที่ไม่เคยประสบกับ เหตุการณ์ฟองสบู่แตกมาก่อน? พวกเขาไม่เคยประสบกับ ?หายนะ? ของการลงทุน? ดังนั้น? เมื่อตลาดหุ้นบูมมายาวนานและการ ?ปรับตัวลง? ของดัชนีหุ้นเป็นครั้งคราวในระยะเวลาสั้น ๆ? มักจะตามมาด้วยการ ?ปรับตัวขึ้น?? อย่างรุนแรงและสูงกว่าเดิมอีก? ทำให้นักลงทุน ?รุ่นใหม่?? เหล่านี้ ?ฮึกเหิม?? จนนำไปสู่การเป็นฟองสบู่ในที่สุด

ข้อสุดท้าย? ฟองสบู่มักเกิดขึ้นเมื่อนักลงทุนละทิ้งวิธีการลงทุนที่คำนึงถึง ?มูลค่าที่แท้จริง?? ของกิจการ? สิ่งนี้เกิดขึ้นเนื่องจากการที่ตลาดถูก ?ยึดครอง?? โดยนักลงทุนที่ขาดความรู้และประสบการณ์ในการลงทุน? พวกเขาจำนวนมากเป็นคนที่อาจจะเรียกว่า? ?หาเช้ากินค่ำ? แต่เข้ามาเล่นหุ้นโดยที่เห็นและคิดว่าการลงทุนซื้อขายหุ้นเป็นสิ่งที่ง่าย และสามารถทำเงินได้รวดเร็วกว่าการทำงานปกติของตนเอง

ไม่ว่าแหล่งหรือ สาเหตุของการเกิดฟองสบู่จะมาจากไหน? แต่ฟองสบู่ทุกครั้งจะเกิดขึ้นจากนักลงทุนที่ซื้อหุ้นเพียงเพราะหุ้นมัน ?กำลังจะขึ้น?? กระบวนการนั้นทำให้คนโหมเข้าไปซื้อหุ้นอีกซึ่งทำให้หุ้นขึ้นไปอีก? กลายเป็นกระบวนการที่ต่อเนื่องเป็นลูกโซ่? จนกระทั่ง ?เชื้อเพลิง?? ซึ่งก็คือเม็ดเงินสดและโดยเฉพาะอย่างยิ่งเงินกู้ยืมหรือมาร์จินในการซื้อ ขายหุ้นหมด? ซึ่งก็คือจุดที่ฟองสบู่แตก? และทั้งหมดนั้นก็คือ? ?วงจร?ของฟองสบู่ที่มักกินเวลาหลายปี

วิเคราะห์จากสถานการณ์ของตลาด หุ้นไทยในเวลานี้? ปัจจัยในการเกิดฟองสบู่ที่กล่าวมาข้างต้นนั้น? ผมเห็นว่ายังไม่ชัดเจนนัก? ไล่มาตั้งแต่ข้อหนึ่งผมก็ยังไม่เห็นว่ามีการเปลี่ยนแปลงในระดับโครงสร้าง ทางเท็คโนโลยีหรือการเงินอะไรมากนัก? ข้อสอง ในด้านของสภาพคล่องทางการเงินนั้น? ผมคิดว่าประเทศไทยในขณะนี้มีสภาพคล่องที่สูงมากและถือได้ว่าอาจจะเป็น ปัจจัยในการก่อให้เกิดฟองสบู่ได้แม้ว่าในขณะนี้การใช้เงินกู้ยังไม่สูงมาก? อย่างไรก็ตาม? เม็ดเงินสดที่อยู่ในกระเป๋าของนักลงทุนเองก็มีเหลือล้นและและพยายามหาการลง ทุนที่ให้ผลตอบแทนดีกว่าการฝากเงินที่ได้ดอกเบี้ยต่ำมาก? ในข้อสามนั้น? ผมคิดว่านักลงทุนส่วนใหญ่ที่อยู่ในตลาดหุ้นวันนี้เป็นคนที่ไม่ได้สัมผัสกับ สภาวะฟองสบู่แตกในช่วงวิกฤติปี 2540? ดังนั้นมีโอกาสที่พวกเขาจะมองโลกในแง่ดีและก่อให้เกิดฟองสบู่ได้? สุดท้ายก็คือเรื่องของการมองในด้านของมูลค่าหุ้น ในข้อนี้ผมคิดว่า ตลาดหุ้นไทยยังไม่ถึงจุดที่คนไม่สนใจมูลค่าพื้นฐานของหุ้นเห็นได้จากการที่ ค่า? PE ของตลาดก็ยังไม่สูงเกินไปที่ 14-15 เท่า? นอกจากนั้น? หุ้นที่ผลการดำเนินไม่ดีราคาหุ้นก็ยังไม่ปรับตัวขึ้นเท่าไรนัก? นอกจากนั้น? คนที่เข้าตลาดหุ้นเร็ว ๆ? นี้? ก็ยังไม่ใช่กลุ่มคนที่หาเช้ากินค่ำ? แต่เป็นคนที่มีเงินพอสมควร

ข้อสรุปของผมก็คือ? มีปัจจัยที่อาจก่อให้เกิดฟองสบู่อยู่ประมาณครึ่งหนึ่ง? ดังนั้น? มีโอกาสที่หุ้นจะขึ้นต่อไปเป็น ?กระทิงที่ยาวนาน?? ทำให้คนที่ไม่อยู่ในตลาดหุ้นหรือรีบออกจากตลาดเสียโอกาสไปมาก? เช่นเดียวกัน? มีโอกาสที่มันจะกลายเป็นฟองสบู่ที่ทำให้คนที่มีหุ้นอยู่เสียหายหนักเมื่อพบ ว่า ?ฟองสบู่แตก?? และตนเองหนีไม่ทัน?? คำแนะนำของผมก็คือ? ในภาวะแบบนี้? ควรถือหุ้นที่มีธุรกิจที่มั่นคงปลอดภัยมีกำไรดีเสมอแม้ว่าฟองสบู่จะแตก? หุ้นเหล่านี้แม้ว่าในช่วงที่ตลาดขึ้นแรงต่อไปจะไม่ให้ผลตอบแทนที่ดีสุดยอด? แต่ถ้าเกิดฟองสบู่แตก? มันจะฝ่าอุปสรรคไปได้? ความเสียหายจะไม่ถึงกับเป็นหายนะ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *