ยุทธศาสตร์ บริษัทจดทะเบียน

ยุทธศาสตร์ CIMBT จะใหญ่กว่า BBL

ซีไอเอ็มบี ไทย ไม่ใช่แค่มีลูกพี่ใหญ่ในต่างแดน แต่กำลังคิดการใหญ่ด้วยยุทธศาสตร์ ‘ธนาคารภูมิภาค’ เรื่องราวของธนาคารแห่งนี้ น่าสนใจขึ้นเรื่อยๆ

ขอให้ลืมอดีตอันแสนขื่นขมไปก่อน ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย (เดิมคือ ธนาคารไทยธนาคาร) ROA, ROE, อัตรากำไรสุทธิ “ติดลบ” ทุกตัว ค่า P/E เรโช คำนวณไม่ได้เพราะไม่เคยมีกำไรมานานหลายปี ชีวิตธุรกิจลำเค็ญยิ่งกว่าละคร วันนี้กำลังจะได้พบกับ “ชีวิตใหม่” ราวกับซีรีส์ในละครหลังข่าว (แอบน้ำเน่าเล็กๆ) เด็กบ้านนอกได้แต่งงานกับมหาเศรษฐีต่างชาติ

แล้วเผอิญว่ามหาเศรษฐีคนนั้นเป็นเจ้าของกิจการธนาคารทั่วภูมิภาค จากธนาคารเล็กๆ ในระดับท้องถิ่นเลยคิดที่จะอัพเกรดตัวเองไปสู่การเป็น “ธนาคารภูมิภาค” ถ้ามองแบบโดดเดี่ยวซีไอเอ็มบี ไทย คือธนาคารที่ดูเหมือนไม่มีพิษสง แบงก์ใหญ่จะขยี้เสียเมื่อไรก็ได้ แต่ถ้ามองแบบ “กลุ่มก๊วน” ธนาคารแห่งนี้มีเขี้ยวเล็บและเผ็ดไม่แพ้พริกขี้หนู

เรื่องราวนับต่อจากนี้ของ ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย เริ่มน่าสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ…

น้องชายนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ดาโต๊ะ ศรี นาเซียร์ ราซัค ประธานบริหาร CIMB Group พาผู้สื่อข่าวไปชมศักยภาพความยิ่งใหญ่ของกลุ่มซีไอเอ็มบีถึงแดนเสือเหลือง พร้อมให้สัมภาษณ์กรุงเทพธุรกิจ BizWeek ว่า ขณะนี้ แผนการนำหุ้นของกลุ่มซีไอเอ็มบีเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทย อยู่ระหว่างเตรียมการยื่นไฟลิ่งต่อ ก.ล.ต. คาดว่าจะเปิดซื้อขายหุ้นของกลุ่มซีไอเอ็มบีได้ราวเดือน มิ.ย.นี้

“เราต้องการเปิดตลาดใหม่ให้ซีไอเอ็มบีเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้นโดยเฉพาะ ในประเทศไทยซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่ในภูมิภาคอาเซียน นอกจากนี้เรายังเตรียมจดทะเบียนที่ตลาดหุ้นอินโดนีเซียพร้อมกันด้วย”
เป้าหมายที่ ดาโต๊ะ ศรี นาเซียร์ ราซัค คิดการใหญ่ ธงสูงสุดของกลุ่มจะต้องขึ้นเป็นสถาบันการเงินขนาดใหญ่ 1 ใน 3 ในภูมิภาคอาเซียน และมีผลตอบแทนผู้ถือหุ้น (ROE) ที่ 15% ซึ่งภายในเร็วๆ นี้ กำลังจะแซงหน้า “เมย์แบงก์” เหลือแค่เป้าหมายขึ้นไปเทียบชั้น 3 ธนาคารใหญ่จากสิงคโปร์คือ “โอซีบีซี”? “ยูไนเต็ด โอเวอร์ซีส์” และ “ยูบีเอส” เท่านั้น

น้องชายนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ยังเผยด้วยว่า ทางกลุ่มกำลังเข้าไปลงทุนธุรกิจ Investment Banking ที่ประเทศเวียดนามเนื่องจากตลาดหุ้นกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว มองว่าภายในปี 2015 (อีก 5-6 ปี) เอเชียจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำเศรษฐกิจโลกแทนที่สหรัฐอเมริกา และสหภาพยุโรป ตลาดการค้าในอาเซียนที่จะรวมเป็นหนึ่งเดียวกันจะผลักดันให้ CIMB Group ก้าวขึ้นมาเป็นสถาบันการเงินชั้นนำของภูมิภาค ภายใต้ยุทธศาสตร์ที่เรียกว่า Regionalize หรือการผนึกรวมสาขาทั้ง 1,200 แห่ง ใน 4 ประเทศคือ มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย และไทย เป็นหนึ่งเดียวกัน

“ยุทธศาสตร์ของซีไอเอ็มบีกรุ๊ปคือธนาคารแห่งภูมิภาคขอให้มอง ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย (CIMBT) อยู่ในกลุ่มเดียวกัน ซึ่งขนาดของเราจะใหญ่กว่าธนาคารกรุงเทพเสียอีก” ดาโต๊ะ ศรี นาเซียร์ ราซัค กล่าว

ส่วนเป้าหมายของธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย สุภัค ศิวะรักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ อธิบายรายละเอียดให้ฟังว่า แผนธุรกิจในปี 2553 ธนาคารตั้งเป้าสินเชื่อรวมเติบโต 10-15% คิดเป็นเม็ดเงิน 1.2 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นการเติบโตของสินเชื่อรายย่อย 30% สินเชื่อเอสเอ็มอี 20% ส่วนสินเชื่อรายใหญ่จะเติบโตเพียง 10%

ขณะเดียวกัน มีเป้าหมายระยะ 3 ปี เป็น 1 ใน 3 ของธนาคารที่มีผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น (ROE) สูงที่สุดในระบบธนาคารพาณิชย์ แม้ว่าในสิ้นปี 2552 ที่ผ่านมา ROE จะอยู่ที่ 0.06% แต่ในสิ้นปี 2553 ธนาคารตั้งเป้าจะเพิ่มขึ้นเป็น 7-10% นอกจากนี้ จะเพิ่มส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิเป็น 3.5-3.9% จากสิ้นปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 2.7%

เขายังกล่าวอีกว่า ธนาคารได้ตั้งเป้าลดเอ็นพีแอลสุทธิ (NPLs Net) ให้ต่ำกว่า 5% จากปัจจุบันอยู่ที่ 6% โดยจะเน้นการปรับโครงสร้างหนี้ มากกว่าการขายเอ็นพีแอลออกไป นอกจากนี้ จะให้ความสำคัญกับการเพิ่มรายได้จากค่าธรรมเนียมมากขึ้น

สุภัค บอกว่า ปีที่แล้ว ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ปล่อยสินเชื่อลดลง 2-3% และทั้งปีมีกำไรสุทธิเพียง 1.66 ล้านบาท เป็นเพราะมีรายการพิเศษทางบัญชีเยอะ ปีนี้คาดว่าจะไม่มีรายการพิเศษอีกถือว่าเราได้เคลียร์บัญชีให้สะอาดไปแล้ว ในปี 2553 วางแผนไว้ว่าจะเป็นปีแห่งการวางรากฐานและเน้นเจาะลูกค้าเป้าหมาย

ส่วนรายได้จากการขายอาคารสำนักงานใหญ่สาทร ให้กับบริษัทเครื่องสำอางแห่งหนึ่ง จะรับรู้ในไตรมาส 1 ปีนี้ ประมาณ 1,000 ล้านบาท แต่ธนาคารจะไม่นำรายได้ส่วนนี้มาวัดผลการดำเนินงาน

ถามว่าต่อไปธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จะ “เก่ง” ทางด้านไหน ซีอีโอสุภัค ตอบว่า จุดได้เปรียบคือ “เครือข่าย” 1,200 สาขา ใน 4 ประเทศ (มาเลเซีย, สิงคโปร์, อินโดนีเซีย และไทย) จะช่วยเสริมซึ่งกันและกัน ประเทศไทยมีสัดส่วนการส่งออกไปในอาเซียนถึง 20% เช่น กลุ่ม ปตท. ซีพี และบ้านปู ก็มีธุรกิจที่อินโดนีเซีย ธนาคารจะเข้าไปร่วมสนับสนุนทางการเงินได้ เร็วๆ นี้ก็จะเปิดบริการบัตร ATM ที่ใช้ร่วมกันได้ทั่วอาเซียน

ข้อได้เปรียบถัดมา ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จะร่วมใช้เครือข่ายสารสนเทศที่ทันสมัยของ CIMB Group ที่ลงทุนไว้มูลค่า 8,000 ล้านบาท ทำให้ธนาคารลงทุนเองเพียง 1,000 ล้านบาท สามารถแชร์ระบบกันได้ ทำให้ข้อจำกัดเรื่องการเป็นธนาคารเล็กจึงไม่เป็นปัญหา

เรื่องที่คุณอาจสนใจ  บิ๊กโคล่า เติบโตก้าวกระโดด

ด้านการแข่งขันกับธนาคารภายในประเทศ ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จะไม่ลงไป “ต่อย” ทุกเวที ยกตัวอย่างตอนนี้เรามีสาขา 150 แห่ง แต่ 100 สาขา ตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ และเขตเมือง ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีรายได้สูง เราก็จะพัฒนา 100 สาขานี้ให้มีบริการ Wealth Management มีสินค้าการเงินเพื่อรายย่อยครบ เช่น กองทุนรวม ซื้อขายหุ้น

นอกจากนี้ ยังเตรียมออกผลิตภัณฑ์สินเชื่อบุคคลแบบหมุนเวียน ตั้งเป้าปีนี้ ปล่อยสินเชื่อได้ 5,000 ล้านบาท สินเชื่อจำนำทะเบียนรถยนต์ปีนี้ ตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อ 5,000 ล้านบาท จากปีก่อน 3,000 ล้านบาท ส่วนสินเชื่อบ้านธนาคารมีพันธมิตรอย่างเช่น LPN,? PF และกลุ่มอนันดา จะช่วยส่งลูกค้าให้

ในส่วนของสินเชื่อเอสเอ็มอี จะเน้นลูกค้าที่มีรายได้ต่อปีประมาณ 20 ล้านบาท ในต่างจังหวัด ส่วนลูกค้ารายใหญ่จะเน้นรักษาฐานลูกค้าเดิมไว้ จะมีการเสริมบริการสินเชื่อแฝงอนุพันธ์ช่วยบริหารความเสี่ยงอัตราดอกเบี้ย ที่ปีนี้มีแนวโน้มเป็นขาขึ้น

สุภัค ยังกล่าวถึง 3 เป้าหมายที่ CIMB Group จะใช้ในการประเมินผลงานผู้บริหาร ที่ต้องเห็นผลภายในปี 2556 ข้อแรก..คือ เป็นนายจ้างที่พึงปรารถนาของลูกจ้าง ข้อที่สอง..เป็นผู้นำในตลาดอย่างน้อย 3 ธุรกิจ ปี 2552 ที่ผ่านมาธนาคารมีส่วนแบ่งอันดับต้นๆ งานวาณิชธนกิจ เช่น ขายหุ้นไอพีโอและทำดีลควบรวมกิจการและเสนอขายหุ้นกู้ ปีนี้ มีแผนจะรักษาตลาดนี้ต่อไป ส่วนเป้าหมายข้อที่สาม..ROE จะต้องติด 1 ใน 3 ในระบบธนาคารพาณิชย์ วิธีการคือ จะต้องลดต้นทุนการเงินด้วยการเพิ่มสัดส่วนเงินฝากออมทรัพย์และกระแสรายวัน

“สิ่งที่ท้าทายเราอยู่ คือ การเพิ่มสัดส่วนเงินฝากออมทรัพย์และกระแสรายวันเป็น 30% เพราะในขณะนี้ เรามีเงินฝากส่วนนี้น้อยมาก เทียบกับธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ที่มี 50% หากทำได้ผลกระทบจากดอกเบี้ยขาขึ้นก็จะน้อยลง”

อีกส่วนคือเพิ่มอัตราการทำกำไร ธนาคารมีเป้าเพิ่มรายได้ค่าธรรมเนียม 35-40% จากการ Cross Selling ผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ทั้งหมด และเพิ่มส่วนต่างดอกเบี้ยจากปีที่แล้วอยู่ที่ 2.7% เป็น 3.5-3.9% ทำให้รายได้ดอกเบี้ยสุทธิปีนี้จะโตขึ้น 14-18%

?ทุนจดทะเบียนของเราตอนนี้ประมาณ 7,000 ล้านบาท ถ้าจะทำให้มี ROE ระดับ 17-19% ตามเป้าเราคงต้องทำกำไรให้ได้ปีละ 1,000 ล้านบาท? นี่คือ Mission CEO ที่ สุภัค ศิวะรักษ์ ต้องพิสูจน์ตัวเอง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *