มุมมองนักวิเคราะห์ กูรู

ลงทุนปี 2553

“เสี่ยป๋อง” วัชระ แก้วสว่าง ..”ตอนนี้ผมถือแต่ “เงินสด” รอจังหวะช้อน (ของถูก) อย่างเดียว..”

ตลาดหุ้นในปี 2553 จะมีหน้าตาเป็นเช่นไร ?เสี่ยปู่? สมพงษ์ ชลคดีดำรงกุล เซียนหุ้นพัน ล้าน ยอมรับโดยดุษณีว่ามองภาพตลาดหุ้นไทยไม่ออกจริงๆ รู้แต่ว่าต้องจับตาปัจจัยการเมืองอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในวันที่ศาลฯนัดฟังคำพิพากษาคดียึดทรัพย์ 76,000 ล้านบาท หากผลการตัดสินไม่ตรงใจกลุ่มผู้สนับสนุนการเมืองอาจดุเดือดขึ้นอีกครั้ง

ส่วนตัวยังมองว่า ภาวะเศรษฐกิจโลกคงยังไม่ฟื้นตัวเร็วๆ นี้ เนื่องจากอเมริกายังประสบปัญหาภาวะขาดดุล หลังอัดเงินเข้าสู่ระบบเพื่อพยุงเศรษฐกิจค่อนข้างมาก และประชาชนของอเมริกายังว่างงานจำนวนมาก ความเห็นส่วนตัวมองว่ากว่าเศรษฐกิจโลกจะฟื้นตัวคงต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 2-3 ปีข้างหน้า

แต่ถ้าถามว่า SET Index จะวิ่งในกรอบเท่าไร เสี่ยปู่ มองไปในทิศทางเดียวกับนักวิเคราะห์น่าจะอยู่ในกรอบ 600-800 จุด ถึงภาพรวมขณะนี้จะดูไม่ดีแต่ถ้าเจาะลึกเข้าไปดูหุ้นรายตัว ยังมีหุ้นปัจจัยพื้นฐานดีและจ่ายเงินปันผลสูงกว่า 10% ให้ลงทุน

“ผมถึงจะเป็นนักลงทุนรายใหญ่ แต่ก็ไม่ชอบดูความเคลื่อนไหวของ SET Index ผมจะมองหุ้นจากปัจจัยพื้นฐาน และแนวทางการจ่ายเงินปันผลมากกว่า บริษัทไหนที่มีคุณสมบัติครบทั้ง 2 ข้อนี้ (พื้นฐานดี-ปันผลสูง) ต่อให้ตลาดหุ้นแย่จนกระทบราคาหุ้นแต่อีกไม่นานราคาก็จะดีดกลับขึ้นมา..ผม เชื่ออย่างนั้น และยิ่งหุ้นดีราคาตกก็ยิ่งน่าซื้อ”
เซียนหุ้นอีกคน “ก๋อย” ยุทธพงษ์ เสรีดีเลิศ มอง ตลาดหุ้นปี 2553 เชื่อว่าจะวิ่งอยู่ในกรอบที่ค่อนข้างกว้าง 600-900 จุด และปีนี้มีโอกาสสร้างผลกำไร 10-20% ได้ไม่ยาก ส่วนตัวมองว่าการเมืองไทยไม่น่าจะมีเรื่องร้ายแรงเหมือนกับช่วงสงกรานต์ปี ที่แล้ว เต็มที่ก็คงเดินขบวนชุมนุมกันตามปกติ ขณะที่เศรษฐกิจโลกก็ค่อยๆ ฟื้นตัว อาจจะไม่แข็งแรงเหมือนเดิม แต่คงไม่เลวร้ายไปมากกว่าปีที่แล้ว

ถ้ามองเศรษฐกิจไทยไม่เห็นเหตุผลที่จะแย่ไปกว่าปี 2552 ปีนี้ จะเริ่มมีเม็ดเงินลงทุนโครงการไทยเข้มแข็งเข้ามาสู่ระบบเศรษฐกิจมากขึ้น สมมติว่าการเมืองไทยดุเดือด และเศรษฐกิจโลกมีเรื่องเซอร์ไพรส์ไม่ดีออกมาอีก SET Index จะหลุด 500 จุด หรือลงไป 380 จุด อีกครั้งหรือไม่?

ส่วนตัวมองว่า คงเป็นไปได้ยากแล้ว เต็มที่ SET Index คงลงไปแตะแถวๆ 580 จุด (กรณีเลวร้ายที่สุด) ผมว่านักลงทุนมีประสบการณ์ตรงนั้นมาแล้ว (ถ้าหุ้นตกหนักๆ จะมีนักลงทุนกลุ่มหนึ่งที่มองเป็นโอกาส) สำหรับนักลงทุนระยะยาวไม่น่าห่วง ส่วนคนที่ชอบลงทุนระยะสั้นอาจต้องเล่นหุ้นเป็นรอบๆ ตามสถานการณ์ เพราะทุกอย่างมีโอกาสพลิกผันได้

“อุตสาหกรรมที่ผมชอบที่สุดตอนนี้คือกลุ่มอาหาร เพราะเป็นหุ้นที่ไม่อิงการเมือง เศรษฐกิจดีไม่ดีทุกคนก็ต้องกิน ส่วนหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวก็ชอบ แต่เสียตรงที่อิงภาวะเศรษฐกิจและการเมืองมากไปหน่อย แต่หากอะไรดีขึ้นกลุ่มท่องเที่ยวก็จะมาก่อนเพื่อน สรุปก็คือเล่นหุ้นเป็นรอบๆ ปลอดภัยที่สุด”

ด้าน ?เสี่ยป๋อง? วัชระ แก้วสว่าง มองว่าตลาดหุ้นปีนี้ น่าจะเป็นลักษณะ “ไซด์เวย์” วิ่งอยู่ในกรอบ 600-800 จุด เนื่องจากยังมีหลายปัจจัยที่นักลงทุนต้องจับตามองแบบ “ห้ามกะพริบตา” อย่างเด็ดขาด โดยเฉพาะการเมืองไทย วันนี้บอกตรงๆ ?มืดแปดด้าน? คาดเดาอะไรไม่ได้เลย

เสี่ยป๋อง มองว่าตลาดหุ้นปี 2553 อาจมีหน้าตาคล้ายๆ กับปี 2547 คือ “ต้นร้าย-ปลายดี”? ช่วงนั้นแทบไม่มีกระแสข่าวอะไรเลย แต่นักลงทุนก็คาดการณ์กันไปต่างๆ นานา ถ้าตลาดหุ้นปีนี้เป็นเช่นนั้นจริงๆ คนเล่นระยะสั้นๆ อย่างผมคงต้องระวังภัยมากกว่าปกติ

“ตอนนี้ผมถือแต่ “เงินสด” รอจังหวะช้อน (ของถูก) อย่างเดียว โดยเฉพาะหุ้น “บลูชิพตัวใหญ่” การเมืองไทยมันเปราะบาง แค่ข่าวว่ามีการชุมนุม ดัชนีก็ไหลรูดแล้ว ผมเข้าใจว่าทุกคนรักประเทศชาติถึงได้แสดงออกลักษณะนี้ (ชุมนุมประท้วง) แต่ถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไป เมื่อไรเมืองไทยจะมีเสถียรภาพเหมือนประเทศอื่น วันนี้ผมยังรอ ?ฟ้าหลังฝนอยู่? การเมืองนิ่งเมื่อไร ตลาดหุ้นไทยไปโลดแน่? เสี่ยป๋อง เชื่อเช่นนั้น

ที่มา BangkokbizNews

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *