ข้อมูลพื้นฐานหุ้น

วิเคราะห์หุ้น KCE บริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน)

เว็บไซด์ http://www.kcethai.in.th

บริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) มีชื่อภาษาอังกฤษว่า ? KCE Electronics Public Company Limited ? จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2525 ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มแรก 12 ล้านบาท เพื่อประกอบธุรกิจเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายแผ่นพิมพ์วงจรอิเล็กทรอนิกส์ (PRINTED CIRCUIT BOARD หรือ PCB) ซึ่งเป็นแผ่น ?EPOXY GLASS ที่มีสื่อนำไฟฟ้า เช่น ตะกั่ว ทองแดง เคลือบอยู่ ภายใต้เครื่องหมายการค้า ?KCE? โดยช่วงแรกของการดำเนินธุรกิจ บริษัทสามารถผลิตได้เฉพาะ PCB ชนิด 2 หน้าเคลือบรู (DOUBLE-SIDED PTH) ต่อมาบริษัท ได้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่องจนสามารถผลิตแผ่น PCB ชนิดหลายชั้น? (MULTILAYER PCB) ซึ่งผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเป็นชิ้นส่วนสำคัญขั้นพื้นฐานในการประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องมือสื่อสารโทรคมนาคม? และเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ เกือบทุกประเภท

บริษัทได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเมื่อเดือนสิงหาคม 2531 และได้แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชน เมื่อเดือน ธันวาคม 2535 ทั้งนี้ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2551 บริษัทมีทุนจดทะเบียนทั้งสิ้น 500.0 ล้านบาท และมีทุนชำระแล้ว 462.497 ล้านบาท โดยผู้ถือหุ้นใหญ่ คือ กลุ่มตระกูลองค์โฆษิต

ทั้งนี้ พัฒนาการที่สำคัญของบริษัทในรอบที่ผ่านมา

ปี? 2551? พฤษภาคม???? – จัดตั้ง บริษัท ไทย บิสซิเนส โซลูชั่น จำกัด? ดำเนินธุรกิจเป็นที่ปรึกษาในโครงการติดตั้งระบERP ให้บริการในการวางระบบ ตลอดจนให้การสนับสนุนในการบริการดูแลระบบหลังการติดตั้ง และเป็นตัวแทนจำหน่ายเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เกี่ยวเนื่อง

ภาพรวมการประกอบธุรกิจ

บริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายแผ่นพิมพ์วงจรอิเล็กทรอนิกส์ (PRINTED CIRCUIT BOARD หรือ PCB ) ชนิด 2 หน้าเคลือบรู (DOUBLE-SIDED PTH) และชนิดหลายชั้น (MULTILAYER PCB) บริษัทฯสามารถผลิตได้ตั้งแต่ 4 ชั้น จนถึง 21 ชั้น ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการผลิตที่ต้องการความละเอียดแม่นยำสูง โดยเป็นผลิตเพื่อส่งออกเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งต่อมาบริษัทฯได้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับความต้องการในตลาดโลกเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้บริษัทฯมีการขยายโรงงานผลิต ตัวแทนจำหน่าย และการลงทุนในบริษัทต่างๆ เพื่อสนองความต้องการดังกล่าว

โครงสร้างรายได้

บริษัทและบริษัทย่อยดำเนินกิจการในส่วนธุรกิจหลัก คือ การผลิต

รายได้ ปี 2551 ปี 2550 ปี 2549
ล้านบาท ร้อยละ ล้านบาท ร้อยละ ล้านบาท ร้อยละ
รายได้จากการขาย (1)

– ธุรกิจแผ่นพิมพ์

– อเมริกา

1,417.52 17.95 1,633.06 19.02 1,548.74 20.07

– ยุโรป

4,454.75 56.41 4,900.34 57.08 3,759.66 48.73

– เอเชีย

1,640.87 20.79 1,693.31 19.68 2,098.00 27.15

ธุรกิจพรีเพกและลามิเนต (2)

154.20 1.95 138.70 1.66 133.45 1.77

รวมรายได้จากการขาย

7,667.34 97.10 8,365.41 97.44 7,539.85 97.72

รายได้อื่น

227.19 2.88 214.36 2.50 156.10 2.02
ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทย่อย และบริษัทร่วม 1.97 0.02 4.69 0.06 20.12 0.26

รวมรายได้

7,896.50

100.00

8,584.46

100.00

7,716.07

100.00

หมายเหตุ ? 1.เป็นรายได้ที่ขายให้กับบุคคลภายนอกเท่านั้น ไม่รวมส่วนที่ขายให้กับกลุ่มบริษัท

2.เป็นรายได้จากการขายให้กับบุคคลภายนอกเท่านั้น

ทั้งนี้หากพิจารณาโครงสร้างรายได้ของกลุ่มบริษัทในปี 2549-2551? ตามลักษณะผลิตภัณฑ์จะสามารถจำแนกได้ดังนี้

รายได้ ปี 2551 ปี 2550 ปี 2549
ล้านบาท ร้อยละ ล้านบาท ร้อยละ ล้านบาท ร้อยละ
รายได้จากการขาย

– แผ่นพิมพ์วงจรไฟฟ้า

DOUBLE SIDED

1,172.20 14.84 1,712.34 19.94 2,188.14 28.36

?

MULTILAYER

6,340.94 80.31 6,514.37 75.84 5,218.26 67.59

– พรีเพกและลามิเนต

154.20 1.95 138.70 1.66 133.45 1.77

รวมรายได้จากการขาย

7,667.34

97.10

8,365.41

97.44

7,539.85

97.72

ข้อมูลทางการเงิน งบการเงิน

อัตราส่วนทางการเงิน กราฟราคาหุ้นย้อนหลัง 5 ปี

บทวิเคราะห์หุ้น

ข่าวเกี่ยวข้องทั้งหมด

วิเคราะห์หุ้น โดยนักลงทุนรายย่อย

4 thoughts on “วิเคราะห์หุ้น KCE บริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน)

  1. KCE เมื่อวานให้สะสม DELTA มาวันนี้ให้สะสม KCE หลังจากย่อตัวแรงจาก high 6 บาท ตอนนี้เด็กแนวว่าจังหวะกำลังมาแล้วนะ ยิ่งมาเจอแบงก์ชาติออกมาตรการปลดปล่อยไม่คุมเงินแล้ว และให้ผู้ส่งออกถือเงินสกุลต่างประเทศได้มากขึ้น ความหมายคือหาทางให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าด้วยตัวของมันเอง ไม่ได้ใช้มาตรการรุนแรงอะไรไปทุบมันเหมือนตอน 30% สัญญาณของแบงก์ชาติอย่างนี้ดี เหมือนเป็นการสนับสนุนส่งเสริมให้ผู้ส่งออกสบายตัวขึ้น และแน่นอนว่ากลุ่มอิเล็คเป็นกลุ่มแรกๆ ที่ได้รับผลบวกตรงนี้ เด็กแนวจึงหันมามอง KCE เพราะจัดเป็นหุ้นตัวแม่ตัวเด่นสุดของกลุ่มที่นักวิเคราะห์ปรับประมาณการขึ้นมาใหม่ เนื่องจากยอดออเดอร์ทะลักเข้ามาในบริษัทเยอะ ราคาพื้นฐานปรับสูงขึ้นเป็น 6.70 บาท หรืออาจสูงกว่าขึ้นกับจะเร่งผลิตงานส่งมอบได้มากน้อยขนาดไหน ตอนนี้หันมาเปิดโรงงานที่บางปู เพิ่มค่าจ้างให้คนที่ตกงานไปกลับมาลุยกันใหม่ แสดงให้เห็นว่านี่คือขาขึ้นของอุตสาหกรรมแล้ว ต้านหน้า 6 บาทถึงแน่ ซื้อเก็บกันไว้

  2. KCE ยกนิ้วให้เป็นสุดยอดหุ้นอิเล็คในชั่วโมงนี้เลยก็ได้ เรียกว่าเชียร์ไปนานแค่ไหนก็ไม่พลาดเนื่องจากราคาขึ้นมาตลอดนักวิเคราะห์หน้าบานสำหรับหุ้นตัวนี้เอามาเป็นตัวอ้างได้เลยว่าผมเชียร์ขึ้น ดิชั้นเชียร์แล้วก็แรง ไม่มีใครผิด ขอยกความดีให้ทุกคนล่าสุดประชุมกับผู้บริหารก็ได้ข้อมูลแจ่มๆ มาว่าไตรมาสแรกนี้เอาโรงงานที่ปิดไปนั้นมาเปิดใหม่ เพราะยอดคำสั่งซื้อติดลมบนผลิตไม่ทัน และจะทำให้กำไรจะกระชากตัวอีกทุบสถิติอีกรอบเลย งานนี้ราคาหุ้นน่าจะ new high อีกอะดิ แนวต้านหน้า 6 บาทสู้ๆ

  3. KCE ว่าไปแล้วจัดเป็นหุ้นเด่นของเด็กแนวในอดีตอีกตัวที่เคยขุดขึ้นมาเชียร์จากหลุม ตอนผลประกอบการติดตัวแดงแจ๋ จนตอนนี้เป็นหุ้นเทพไปซะแล้ว โบรกเกอร์กลับมาแนะนำกันทั่วบ้านทั่วเมืองภายหลังตรวจพบว่าผลประกอบการเติบโตรุนแรงอย่างที่สุดตั้งแต่ช่วงไตรมาสสามปีก่อน จากนี้ราคาหุ้นก็ทะยานไร้ขอบเขต ล่าสุดเรามาเก็งเรื่องแนวโน้มผลประกอบการปี 53 ซึ่งจะฟื้นตัวเพิ่มขึ้นตามอุตสาหกรรมยานยนต์และอิเล็คโทรนิคส์ที่ฟื้นตัว ส่งผลให้ทางบริษัทได้กลับมาดำเนินงานโรงงานที่ปิดไปอีกครั้ง และคาดว่าไตรมาส 1 ที่จะประกาศออกมานี้ น่าจะเผยกำไรในช่วง 170-180 ล้านบาทจากการขาดทุน 120 ล้านบาทเมื่องวดเดียวกันของปีก่อน แบบนี้ถือว่าสุดยอดหุ้น turnaround ก็ว่าได้ ถ้าพิจารณาสัญญาณกราฟโอกาสในการดีดตัวขึ้นวันนี้จะมีปริมาณแนะน้ำหนักใกล้เคียงกับเมื่อวาน หรือขึ้นราวๆ 40 ตังค์ ก็จะเจอแนวต้านประจำวัน 7.20 บาท ว่ากันไป

  4. KCE หุ้นอิเล็กทรอนิกส์ช่วงนี้สลับตัวกันไปมา แต่เด็กแนวก็สังเกตว่า KCE หุ้นเด่นตัวแม่ของกลุ่มนี้ที่เคยขึ้นแรงกว่าเพื่อนจากราคาบาทกว่าๆ วิ่งไปเกิน 7.6 บาทอย่างไม่คาดฝันกันมาแล้ว จนนักวิเคราะห์ตอนหลังมาปรับประมาณการไล่ตามกันเป็นทอดๆหลังจากพุ่ง new high ไปก็เริ่มปรับฐานเป็นเรื่องธรรมดา ปล่อยให้ตัวน้องเด้งเก็งกำไรขึ้นมาแทนที่ ถึงตรงนี้เด็กแนวว่าต้องมาดูอีกทีเนื่องจาก KCE มีการพักตัวไปเป็นเดือน หลายคนบอกว่าผลประกอบการ Q2 จะไม่เด่น แต่ไม่แน่นะของงี้ต้องประเมินตัวเลขกันอย่างแรกก็คือว่าเทียบจากราคาปิดเมื่อวานกับหุ้นสามตัว SVI,KCE, CCET กับประมาณการกำไรสิ้นปี 53 พบว่า KCE จะมีค่าPE ต่ำสุด มีอัตรากำไรสุทธิทั้งปีสูงสุด 258% และมี Up side ของหุ้นสูงสุดคือ 13% แบบนี้น่าจะตีความกันได้นะว่าอะไรน่าเล่นแค่นั้นยังไม่พอ นักวิเคราะห์ของเด็กแนวประเมินว่า Q2 นี้น่าจะประกาศกำไร 150 ล้านบาท ดูเหมือนน้อยลงหน่อย แต่ขอโทด เมื่อเทียบกับ Q2ปี 52 แล้วตาเหลือก เพราะปีก่อนกำไรแค่ 4.9 ล้านบาท หรือคิดแล้วQ2/53 จะมีกำไรขยายตัว 3000% พระเจ้าช่วยกล้วยทอด ซื้อดักกันไว้นะ เพราะกราฟกำลังตั้งเต้ารูป V-Shape โอกาสวิ่งไป 7.50 อีกรอบไม่ยากเลย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *