ข้อมูลพื้นฐานหุ้น

วิเคราะห์หุ้น S2 บริษัท เซาท์เทิร์นสตีล จำกัด (มหาชน)

เว็บไซด์ http://www.ss.co.th

พล.ต.อ.อำนวย เพชรศิริ ประธานกรรมการ
นายแสงรุ้ง นิติภาวะชน กรรมการผู้จัดการ

บริษัท เซาท์เทิร์นสตีล จำกัด (มหาชน) (?บริษัท?) จดทะเบียนก่อตั้งเมื่อวันที่29 พฤษภาคม 2535 ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มแรกเป็นจำนวน 50 ล้านบาท ต่อมาได้เพิ่มทุนเป็น 60 ล้านบาท ในเดือนกรกฎาคม ปี2535 โดยมีที่ตั้งสำนักงานและโรงงานอยู่ที่อำเภอบางกล่ำจังหวัดสงขลา ซึ่งปัจจุบันเป็นโรงงานผลิตเหล็กรูปพรรณแห่งแรกและแห่งเดียวในภาคใต้ทั้งนี้ในระยะเริ่มแรกบริษัทได้ผลิตเหล็กโครงสร้างรูปพรรณขึ้นรูปเย็นประเภทเหล็กแผ่น ท่อเหล็ก และเหล็กรางรูปตัวซีเพื่อจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เหล็กในประเทศ ต่อมาบริษัทได้ขยายธุรกิจในลักษณะซื้อมาและจำหน่ายไปด้วยการซื้อเหล็กรูปพรรณอื่นๆ เช่น ท่อเหล็กชุบสังกะสีเหล็กฉาก เหล็ก H-Beam เหล็ก I-Beam เหล็กรางน้ำ เหล็กแผ่นลาย เหล็กม้วน และเหล็กเพลาขาวเป็นต้น หรือท่อเหล็ก เหล็กรางรูปตัวซีและลวดตะแกรงเหล็กซึ่งมีขนาดที่บริษัทไม่สามารถผลิตเองได้เพื่อจำหน่ายให้แก่
ลูกค้าในเขตภาคใต้ของประเทศและประเทศมาเลเซีย

ในปี2549 บริษัทได้เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 85 ล้านบาท เพื่อนำไปลงทุนซื้อหุ้นของบริษัท นีสเทิร์นสตีล จำกัด (?บริษัทย่อย?) ในสัดส่วนร้อยละ 99.99 โดยมีวัตถุประสงค์ในการขยายฐานการผลิตและฐานลูกค้าในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทั้งนี้บริษัทย่อยได้ประกอบธุรกิจในลักษณะเดียวกันกับบริษัทโดยผลิตและจำหน่ายเหล็กแผ่น ท่อเหล็กและเหล็กรางรูปตัวซีเว้นแต่ลวดตะแกรงเหล็ก และมีโรงงานตั้งอยู่ที่อำเภอเฉลิมพระเกียรติจังหวัดนครราชสีมา ปัจจุบันบริษัทมีทุนจดทะเบียนทั้งสิ้นจำนวน 200 ล้านบาท และทุนที่เรียกชำระแล้วจำนวน 140 ล้านบาท ซึ่งประกอบด้วยหุ้นสามัญจำนวน 140,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท นอกจากนั้น บริษัทและบริษัทย่อยมีกำลังการผลิตทุกประเภทผลิตภัณฑ์
รวมกันคิดเป็นประมาณ 145,800 ตันต่อปีและ 137,000 ตันต่อปี(ไม่รวมกำลังการผลิตของเหล็กม้วนแถบเล็ก) ตามลำดับโดยมีลูกค้าที่เป็นตัวแทนในการจัดจำหน่ายในภาคใต้ประมาณ 200 ราย และ ภาคตะวันออกเฉียงเหนืออีกประมาณ 150 ราย ปัจจุบันบริษัทมีกลุ่มผู้ถือหุ้นที่สำคัญ ได้แก่กลุ่มลีสวัสดิ์ตระกูล กลุ่มนิติภาวะชน กลุ่มปิติทรงสวัสดิ์ กลุ่มปัญญาเปี่ยมศักดิ์ และกลุ่มดีรุ่งโรจน์

ลักษณะการประกอบธุรกิจของบริษัท
บริษัทและบริษัทย่อยได้ประกอบธุรกิจโดยผลิตเหล็กประเภท เหล็กแผ่น ท่อเหล็ก เหล็กรางรูปตัวซีและลวด ตะแกรงเหล็ก ตามขนาดมาตรฐานหรือขนาดที่ลูกค้ากำหนด และดำเนินธุรกิจซื้อมาและจำหน่ายไปผลิตภัณฑ์เหล็กรูปพรรณ อื่นๆ ได้แก่ท่อเหล็กชุบสังกะสีเหล็กฉาก เหล็ก H-Beam เหล็ก I-Beam เหล็กรางน้ำเหล็กแผ่นลาย เหล็กม้วน และเหล็กเพลาขาว เป็นต้น หรือท่อเหล็ก เหล็กรางรูปตัวซีและลวดตะแกรงเหล็กซึ่งมีขนาดที่บริษัทไม่สามารถผลิตเองได้

ในกระบวนการผลิตเหล็กของบริษัทได้เริ่มจากการนำเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วนมาคลี่และตัดออกมาเป็นเหล็กม้วนแถบเล็กเพื่อที่จะนำไปผลิตเหล็กรางรูปตัวซีท่อเหล็ก และเหล็กแบนพับ โดยบริษัทมีรายได้หลักจากการขายเหล็กรางรูปตัวซีและท่อเหล็กเป็นหลัก ทั้งนี้บริษัทได้เพิ่มกำลังการผลิตเต็มที่เหล็กรางรูปตัวซีจาก 36,000 ตันต่อปีเป็น 58,000 ตันต่อปีในเดือนมิถุนายน ปี2550 และในเดือนกันยายน ปี2549 บริษัทได้เริ่มผลิตลวดตะแกรงเหล็กซึ่งมีกำลังเต็มที่ประมาณ 4,800 ตันต่อปีอย่างไรก็ตามในช่วงปี2549-2551 กำลังการผลิตเหล็กรางรูปตัวซีและท่อเหล็กลดลงในแต่ปีเนื่องมาจากราคาเหล็กที่มีปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี2550 ถึงไตรมาส 3 ปี2551 เป็นเหตุให้ความต้องการการใช้เหล็กปรับตัวลดลง สำหรับการผลิตเหล็กแผ่นที่ปรับตัวลดลงในปี2551 นั้นเนื่องจากราคาเหล็กที่ปรับตัวสูงขึ้น ประกอบกับผู้ผลิตเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วนไม่มีขนาดหรือคุณสมบัติเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วนที่บริษัทต้องการที่ใช้ในการผลิตเหล็ก สำหรับเหล็กแบนพับ บริษัทได้ผลิตเป็นครั้งคราวตามคำสั่งของลูกค้า จึงทำให้ปริมาณการผลิตมีไม่มากนัก อย่างไรก็ตาม ความต้องการใช้ลวดตะแกรงเหล็กเพิ่มขึ้นมากในแต่ละปีเนื่องจากมีความสะดวกในการใช้ก่อสร้างพื้นถนนต่างๆ ทำให้บริษัทมีอัตราการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้นในแต่ละปีสำหรับในงวด 3 เดือนแรกในปี2552 บริษัทได้มีการใช้อัตราการใช้กำลังการผลิตในผลิตภัณฑ์เหล็กต่างๆ เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปี2551 เนื่องจากบริษัทได้ส่งออกผลิตภัณฑ์เหล็กไปยังต่างประเทศเพิ่มขึ้นจากปี2551 ประกอบกับการผลิตสินค้าของบริษัทจะมีผลจากฤดูกาลของงานก่อสร้าง ซึ่งมีความต้องการใช้เพิ่มขึ้นมากในช่วงไตรมาส 1 และ 2 ของแต่และปี

บริษัทย่อยมีรายได้หลักจากการขายเหล็กรางรูปตัวซีและท่อเหล็กเป็นหลัก และในปี2551 บริษัทย่อยได้เพิ่มกำลังการผลิตเต็มที่เหล็กรางรูปตัวซีจาก 32,000 ตันต่อปีเป็น 80,000 ตันต่อปีในเดือนเมษายน ปี2551 และได้เพิ่มกำลังการผลิตเต็มที่ของท่อเหล็กจาก 24,000 ตันต่อปีเป็น 27,000 ตันต่อปีในเดือนพฤศจิกายน ปี2551 อย่างไรก็ตามในช่วงปี2549-2551 กำลังการผลิตเหล็กรางรูปตัวซีและท่อเหล็กลดลงในแต่ปีเนื่องมาจากราคาเหล็กที่มีปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี2550 ถึงไตรมาส 3 ปี2551 เป็นเหตุให้ความต้องการการใช้เหล็กปรับตัวลดลง สำหรับการผลิตเหล็กแผ่นที่ปรับตัวลดลงในปี2551 นั้นเนื่องจากราคาเหล็กที่ปรับตัวสูงขึ้น ประกอบกับผู้ผลิตเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วนไม่มีขนาดหรือคุณสมบัติเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วนที่บริษัทต้องการที่ใช้ในการผลิตเหล็ก สำหรับในงวด 3 เดือนแรกในปี2552 บริษัทย่อยยังไม่ได้เปลี่ยนแปลงการใช้อัตราการใช้กำลังการผลิตในผลิตภัณฑ์เหล็กต่างๆ เมื่อเทียบกับปี2551 เนื่องจากความต้องการในการใช้ผลิตภัณฑ์เหล็กใน
ประเทศยังคงทรงตัว

ข้อมูลทางการเงิน งบการเงิน

อัตราส่วนทางการเงิน กราฟราคาหุ้นย้อนหลัง 5 ปี

บทวิเคราะห์

ข่าวหุ้น

วิเคราะห์หุ้น โดยนักลงทุนรายย่อย

One thought on “วิเคราะห์หุ้น S2 บริษัท เซาท์เทิร์นสตีล จำกัด (มหาชน)

  1. S2 หุ้นที่ขึ้นแรงๆ ในช่วงใกล้ผลประกอบการออกเนียะ มีอยู่เรื่องเดียวคือต้องมีข่าวดี ไม่ว่าจะเป็นกำไร หรือการจ่ายปันผล อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือทั้งสองอย่าง แต่สำหรับ s2 ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าชอบเบิ้ล เพราะฉะนั้นน่าจะดีทั้งสองเรื่อง เด็กแนวจับเข่าคุยกะนักวิเคราะห์ก็พอจะได้ข้อมูลมาว่าอาจจะปันผลถึงขั้นตาเหลือกได้ในงวดนี้เลยทีเดียว มาแอบชอบ แอบลุ้นกันดีกว่า เพราะราคาพื้นฐานนั้นไม่น้อยกว่า 4 บาท สภาพหุ้นเบาๆ อย่างนี้ ใครเห็นเด้งเมื่อวานแล้วขายทิ้งแบบไม่รู้อิโหน่อิเหน่ น่าเสียดายเนอะ อาจต้องมาไล่ซื้อคืนก็เป็นได้

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *