สังคมผู้สูงอายุ

ข้อมูลจากสำนักสถิติแห่งชาติ ประเทศไทยเข้าสู่การเป็นประเทศที่เป็นสังคมสูงอายุ (aging society) คือ มีผู้สูงอายุมากกว่า 10% ของประชากรทั้งประเทศ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 หากพูดถึงเรื่องสังคมสูงอายุแล้วจะต้องพูดถึง อัตราการเป็นภาระในวัยสูงอายุ (Old-age Dependency Ratio) คือ สัดส่วนผู้สูงอายุ (ผู้มีอายุมากกว่า 60 ปี) ต่อผู้ที่อยู่ในวัยทำงาน (ผู้มีอายุระหว่าง 15-59 ปี) การเป็นสังคมผู้สูงอายุอาจก่อให้เกิดปัญหาสังคมชราภาพได้ หากภาครัฐไม่ได้เตรียมการอย่างเหมาะสม เนื่องจากภาระของประเทศในการเลี้ยงดูผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นจากค่าใช้จ่ายด้านการประกันชราภาพและค่ารักษาพยาบาล

ในปี พ.ศ. 2553 ประเทศไทยมีคนวัยทำงาน 6 คนต่อผู้สูงอายุ 1 คน มีการคาดการณ์ว่าคนทำงานจะลดลงเหลือ 3 คนต่อผู้สูงอายุ 1 คน ในปี พ.ศ. 2570 นอกจากนี้ยังอาจส่งผลให้การขยายตัวทางเศรษฐกิจชะลอตัวลงได้เพราะจำนวนคนทำงานลดลง ซึ่งกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund: IMF) ประมาณไว้ว่าช่วงปี พ.ศ. 2553-2593 (ค.ศ. 2010-2050) เศรษฐกิจของประเทศญี่ปุ่น สเปน และเยอรมนีจะขยายตัวลดลง 0.7% จากปัญหาสังคมชราภาพ

ค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น รัฐสวัสดิการที่มีอยู่คงจะไม่เพียงพอ ขนาดของครอบครัวที่เล็กลง การพึ่งพาตนเองในวัยเกษียณจึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยาก การออมเงินอย่างสม่ำเสมอและการลงทุนอย่างรอบคอบเพื่อให้มีเงินเพียงพอสำหรับชีวิตสบายๆ ในวัยเกษียณจึงเป็นเรื่องที่ต้องเริ่มลงมือทำอย่างจริงจัง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *