ยุทธศาสตร์ บริษัทจดทะเบียน

สามารถคอร์ปอเรชั่น SAMART ปีมังกร

เปิดแผนธุรกิจ วัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ ปีนี้จะเล่นธีมเรื่องการ Synergy มุ่งเป้ากำไรบรรทัดสุดท้ายแตะ 1,000 ล้านบาท เป็นครั้งแรก จะเข้าเป้าหรือพลาดเป้า(อีกปี)ต้องคอยติดตาม!!!

งบการเงิน บมจ.สามารถคอร์ปอเรชั่น (SAMART) เหมือนคนหัวโตขาเล็ก (หนี้สินมากส่วนทุนน้อย) แผนงานต่างๆ ที่เคยโฆษณาไว้ก็ล่าช้าไม่ค่อยเป็นไปตามเป้าหมาย เป็นเหตุผลหนึ่งที่ราคาหุ้น SAMART วิ่งไปชน 10 บาท ก็ต้อง “ทิ้งดิ่ง” ลงมา อีกทั้งของดีๆ งานสัมปทานภาครัฐไปกองอยู่ที่บริษัทลูก บมจ.สามารถเทลคอม (SAMTEL) ที่เล่นกันแค่ 14 บาท ยังผ่านแนวต้านนี้ขึ้นไปไม่ได้

แม้ที่ผ่านมาจะทราบกันดีทั้งวงในวงนอกว่า วัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ นายใหญ่กลุ่มสามารถฯ พยายามทุกวิถีทางเพื่อเพิ่มมูลค่าหุ้นของตัวเอง แต่ทว่าบ่อยครั้งที่แนวร่วมขอถอนตัวกระทันหันด้วยเหตุผลที่ “เฮียวัฒน์ชัย” ทำไม่ได้ตามที่พูด

สิ่งที่ชัดเจนก็คือหลายปีหลังมานี้วัฒน์ชัย ไม่ปิดบังที่จะเปิดเผยตัวเลข “คาดการณ์กำไรสุทธิ” รวมถึงแนวโน้มงานประมูลใหม่ๆ ที่รอเซ็นสัญญา ขณะเดียวกันยังพยายามส่งสารถึงนักลงทุนว่าเขากำลังสร้างรากฐานรายได้ที่ ?ยั่งยืน? ไม่แกว่งไปมาตามงานประมูลภาครัฐและการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ซึ่งเป็นการสร้างภาพใหม่ของหุ้น SAMART ให้เป็นหุ้นพื้นฐานมากกว่าเล่นเก็งกำไรไปตามข่าว

“ปีนี้และปีหน้ารวมถึงปีต่อไปเชื่อว่ายังคงเป็นปีทองของเราแน่นอน” วัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.สามารถคอร์ปอเรชั่น กล่าว

แม้งบการเงินสิ้นปี 2554 ยังปิดไม่สนิท แต่วัฒน์ชัยมั่นใจในตัวเลขที่โก้หรูแถลงสื่อมวลชนในฐานะหัวหน้าทัวร์ที่ วีรันดา รีสอร์ท จังหวัดเชียงใหม่ว่ารายได้ปีที่แล้ว (2554) น่าจะแตระดับ 22,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35-40% จากปีก่อน 16,266 ล้านบาท แม้จะ ?พลาดเป้า? จากเดิมตั้งไว้ 25,000 ล้านบาท เนื่องจากพิษน้ำท่วมเลยทำให้ยอดขายมือถือและงานประมูลล่าช้าออกไปบ้าง

?เราโตแบบนี้มาสองสามปีแล้ว แม้รายได้พลาดเป้าแต่กำไรไม่ตก แถมมาร์จินรวมของเราดีขึ้นด้วย? วัฒน์ชัย คุย..เมื่อย้อนไป 3 ปี (2551-2553) รายได้ของสามารถคอร์ปอเรชั่น แทบไม่ขยับขึ้นเลยอยู่ระดับ 16,000-17,000 ล้านบาท แต่กำไรสุทธิขยับตัวขึ้นจาก 261 ล้านบาท เป็น 455 ล้านบาท และ 628 ล้านบาท แต่อาจยังไม่ดีพอที่จะทำให้นักลงทุนไว้เนื้อเชื่อใจ

วัฒน์ชัย บอกว่าเป้าหมายรายได้ 50,000 ล้านบาท ภายในปี 2557 ยังคงเหมือนเดิม แต่ไฮไลท์สำคัญคือการเติบโตแบบยั่งยืนเน้นไปที่รายได้ประจำไม่ใช่หวังพึ่งเพียงแค่งานประมูลและยอดขายมือถือซึ่งมีความไม่แน่นอนสูง เช่นงานบริการที่มีสัญญาระยะยาว บริการด้านคอนเทนท์ ปีก่อนกลุ่มสามารถมีรายได้ประเภทนี้ 4,624 ล้านบาท ส่วนปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ 6,000-7,000 ล้านบาท

?เป้าระยะยาวในปี 2557 เราต้องการมีรายได้ประจำสัดส่วน 50% ของรายได้รวม ซึ่งจะช่วยให้อัตรากำไรของเราดีขึ้นด้วย?

สำหรับแผนงานในปี 2555 กลุ่มสามารถเผยไต๋ออกมาแล้วว่าจะเล่นธีมเรื่องการ Synergy ธุรกิจในกลุ่มและร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ ภายใต้ยุทธการ The Power of Synergy เพื่อต่อยอดธุรกิจนำไปสู่การสร้างรายได้ใหม่ๆ ที่ต่อเนื่องมั่นคง เริ่มจาก บมจ.สามารถเทลคอม (SAMTEL) ซึ่งเป็น “พระเอก” มาสองปี ในปี 2555 คาดว่าจะมีงานประมูลใหม่ๆ กว่า 40,000 ล้านบาท เช่น โครงการติดตั้งเครือข่าย 3G ของทีโอทีเฟสสอง มูลค่า 10,000 ล้านบาท ศูนย์ข้อมูลกรมที่ดิน 10,000 ล้านบาท? โครงการบอร์ดแบรนด์ทั่วประเทศของทีโอที 10,000 ล้านบาท และอื่นๆ โดยตั้งเป้าชนะประมูลไว้ที่ 50%

?สามารถเทเลคอมเราตั้งเป้ารายได้ 15,000 บาท (งวด 9 เดือนทำได้ 8,230 ล้านบาท) ส่วนมาร์จินก็ดีขึ้นเรื่อยๆจนแตะระดับเลขสองหลัก คาดว่ากำไรสุทธิจะเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 60%?

ส่วนของ บมจ.สามารถ ไอ-โมบาย (SIM) วัฒน์ชัย กล่าวว่า กำลังอยู่ระหว่างปรับฐานธุรกิจไม่เน้นรายได้หลักมาจากการขายมือถือเพราะทำกำไรได้น้อย กำไรหลักๆในอนาคตจะต้องมาจากธุรกิจเครือข่าย MVNO และบริการขายคอนเทนท์ ขณะที่มือถือรุ่นใหม่ๆจะต้องรองรับ 3G ตามกระแสผู้บริโภค เป้าหมายจะต้องเพิ่มราคาขายต่อเครื่องจาก 1,800-1,900 ล้านบาท เป็น 2,000 บาท? คาดว่าปีนี้จะมียอดขายมือถือ 3.5 ล้านเครื่องจากปีที่แล้วขายได้ 3 ล้านเครื่อง มีมาร์เกตแชร์ตลาดเฮ้าส์แบรนด์ 31%

?ส่วนของรายได้จากคอนเทนท์เช่นกีฬา ดนตรี ดูดวง จะเป็นรายได้ Cash Cow ของเราในอนาคต ปีนี้คาดว่ารายได้ส่วนนี้จะเติบโต 20%?

ด้านธุรกิจ MVNO ซึ่งมีสัญญากับทีโอที ปัจจุบันมีจำนวนผู้ใช้บริการไอ-โมบาย 3 จีเอ็กซ์? 250,000 ราย ถ้าจะถึงจุดคุ้มทุนต้องมีผู้ใช้ 750,000 ราย แต่บริษัทมองเป้ามีผู้ใช้งาน 1 ล้านราย ภายใน 1 ปี โอกาสที่จะเกิดขึ้นต้องติดตั้งเสาสัญญาณเพิ่มซึ่งสามารถเทลคอม เป็นผู้ชนะประมูลตอนนี้ยังมีอยู่เพียง 500 สถานี แต่กลางปีนี้คาดว่าจะเพิ่มเป็น 1,700 สถานี และยังมีเฟสสองอีก 1,000 สถานีรออยู่ โอกาสที่จะเพิ่มจำนวนสมาชิกยังมีอีกมาก ตอนนี้รายได้เฉลี่ยต่อเบอร์ (ARPU) อยู่ที่ 160 บาท บริษัทมีเป้าเพิ่มให้เป็น 200 บาท

?ไอ-โมบาย ปีนี้เราตั้งเป้ารายได้ 9,000 ล้านบาท ส่วนกำไรอาจจะโตได้ถึง 100%? วัฒน์ชัย ประเมิน

ส่วนธุรกิจอื่นๆ เช่นกล้องวงจรปิด คอลเซ็นเตอร์ ตอนนี้เริ่มมีรายได้ประจำเข้ามาแล้วหลังจากเซ็นสัญญากับลูกค้ารายใหญ่ เช่น สายการบิน ธนาคาร โรงพยาบาล ที่ผ่านมาธุรกิจนี้มีการเติบโตรวดเร็วมาก นอกจากนี้ยังมีธุรกิจสาธารณูปโภค เช่น ธุรกิจเดินสายการบินที่กัมพูชา โรงไฟฟ้าก็สามารถทำรายได้ปีละ 200 ล้านบาท คาดว่ากลุ่มธุรกิจนี้จะทำรายได้ปีนี้ 1,300-1,400 ล้านบาท

เรื่องที่คุณอาจสนใจ  อนาคตของ ITD อิตาเลียนไทย กับ CK ช.การช่าง

นอกจากนี้ กลุ่มสามารถยังมองหาโอกาสเข้าไปลงทุนในพม่าและลาว ที่กำลังเปิดประเทศที่เล็งไว้คือธุรกิจสายการบิน พลังงานและโทรคมนาคม แต่บริษัทไม่มองเป้าว่าจะต้องมีสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศเป็นเท่าไรแต่มองว่าจะเป็นกลุ่มที่สร้างรายได้อย่างมั่นคงในระยะยาวมากกว่า

สำหรับการแนวโน้มการ ?ซื้อกิจการ? ตอนนี้กำลังเจรจาอยู่ 2 ราย บริษัทแรกหลักพันล้านบาท บริษัทที่สองขนาดเล็ก ทั้งสองแห่งไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหุ้นแต่มีแห่งหนึ่งถือหุ้นโดยบริษัทในตลาด คาดว่าจะปิดดีลได้ในไตรมาสแรก

?เรื่องการเข้าซื้อกิจการแล้วแต่โอกาส เรื่องเงินไม่ต้องห่วงตอนนี้ธนาคารมีแต่อยากจะให้เรากู้ทั้งนั้นและไม่มีแผนที่จะต้องเพิ่มทุนด้วย?

วัฒน์ชัย ปิดท้ายว่าภารกิจสำคัญจากนี้คือการเพิ่มสัดส่วนรายได้ประจำจากตอนนี้มีสัดส่วนเพียง 25% ให้โตเป็นสองเท่า รวมถึงเพิ่มมาร์จินในแต่ละธุรกิจให้มีอัตราการทำกำไรที่สูงขึ้นด้วย ต่อไปจะได้เห็นบริการใหม่ๆออกมามากขึ้นทั้งในส่วนตลาดคอนซูเมอร์รวมถึงลูกค้าภาครัฐและเอกชน

?สรุปว่าปีนี้สามารถคอร์ปอเรชั่น ตั้งเป้ารายได้รวม 27,500 ล้านบาท และกำไรสุทธิจะแตะระดับ 1,000ล้านบาท เป็นครั้งแรก? นายใหญ่กลุ่มสามารถตั้งเป้าหมาย…จะเข้าเป้าหรือพลาดเป้า(อีกปี)ต้องคอยติดตาม!!!

เรามาลุ้นกันว่าท่านจะทำได้หรือไม่

ขอบคุณ BangkokBizNews

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *