Uncategorized

สินค้าเกษตรล่วงหน้า ข้าวขาว 5% WRF5

WRF5 น้องใหม่ผู้จะมาต่อลมหายใจข้าว AFET ไตรมาสแรกของปี 2554 ผ่านไป แต่บรรยากาศของการซื้อขายสินค้าในตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าแห่งประเทศไทย (AFET) ยังคงเป็นไปเหมือนเดิมกับทุกๆ ไตรมาสที่ผ่านมา นั่นคือจะมีปริมาณการซื้อขายเข้ามากระจุกอยู่ที่สินค้าชนิดเดียวนั่นคือ ยางพารา แต่ที่จะแปลก และสร้างเซอร์ไพร์สให้กับนักลงทุนมากกว่าช่วงที่ผ่านมา ก็คงจะเป็นเรื่องของราคายางพราคาที่ปรับตัวขึ้นมาอย่างโดดเด่นเกือบแตะระดับ 200 บาท/กิโลกรัม ซึ่งสูงกว่าราคายางในช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาเกือบ 100% ส่งผลให้นักลงทุนยางในรอบนี้สามารถหากำไรจากการเปลี่ยนแปลงของราคาได้อย่างคึกคัก และเต็มเม็ดเต็มหน่วยอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

แต่ในความคึกคักของการซื้อขาย และราคายางพารา กลับส่งผลให้สินค้าชนิดอื่นๆ ในตลาดฯ ถูกรัศมีของยางพาราบดบัง และได้เลือนหายไปจากความทรงจำของนักลงทุนที่ละน้อย นั่นคือสินค้าในตระกูลข้าว ทั้ง 2 ชนิด อย่างข้าวหอมมะลิ 100% ชั้น 2 Both Options(BHMR) และ ข้าวขาว 5% Both Options (BWR5) รวมถึงมันสำปะหลังเส้น Both Options (TC) โดยสินค้าข้าวนั้นยังคงเผชิญกับปัญหาเดิมๆ อย่างการเมือง และการแทรกแซงราคา ส่งผลให้ราคาไม่เคลื่อนไหวไปตามกลไกตลาด จนทำให้หลายคนแปลกใจว่านี่นะหรือ คือสินค้าที่เคยได้รับความนิยมอย่าล้มหลามเมื่อ 3 ปีก่อน ส่วนสินค้ามันสำปะหลังหลายท่านคงทราบดีอยู่แล้วว่ามีปัญหาเกี่ยวกับผู้ประกอบการซึ่งเรื้อรังมานาน จนสินค้าไม่มีปริมาณการซื้อขายเข้าตลาดมาเกินกว่าครึ่งทศวรรษ
และในต้นไตรมาส 2 ของปีนี้ ทาง AFET เตรียมจะนำสินค้า ตัวใหม่เข้ามาให้นักลงทุนได้ซื้อขาย นั่นคือ สัญญาซื้อขายล่วงหน้าข้าวขาว 5% ส่งมอบแบบ FOB ภายใต้สัญลักษณ์ ?WRF5? หรือที่คนในวงการ AFET เรียกกันแบบติดปากว่า ข้าวFOB ซึ่งมีกำหนดเข้าซื้อขายวันแรก 29 เมษายน 2554 นี้ แน่นอนว่าหากใครที่คุ้นเคยกับการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า หรือจะเป็นนักลงทุนที่รู้ระบบการซื้อขายล่วงหน้าจากตลาดอื่นอยู่แล้ว สินค้าในตระกูลข้าวตัวใหม่นี้ มีรูปแบบการซื้อขาย ไม่ต่างจากสินค้าล่วงหน้าชนิดอื่นๆ เพียงแต่อาจจะมีความแตกต่างในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อยู่บ้างที่ทำให้ AFET หมายมั่นปั้นมือ ว่าสินค้าข้าวตัวใหม่นี้จะได้รับการตอบรับจากนักลงทุนเป็นอย่างดี

ความแตกต่างที่สำคัญของ ข้าว FOB กับข้าวรุ่นพี่ทั้ง 2 ชนิดที่อยู่ในตลาด อยู่ตรงที่ ?เงื่อนไขในการส่งมอบรับมอบ? โดยสัญญาซื้อขาย WRF5 จะสอดคล้องกับระบบธุรกิจการค้าข้าวในตลาดจริงมากขึ้น เมื่อเทียบกับข้าวขาว 5% ประกอบกับยังมีสะดวกในการส่งมอบรับมอบสินค้าผ่านคลังสินค้ารับรองที่ขึ้นทะเบียนกับ AFET เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ซื้อใน AFET ที่ต้องการซื้อข้าวเพื่อการส่งออกไปต่างประเทศ โดยจะทำการเก็บรักษาสินค้า บรรจุ ตลอดจนจัดเตรียมเอกสารเพื่อการส่งออกข้าวไปต่างประเทศได้ง่ายยิ่งขึ้นนอกจากนี้สินค้าดังกล่าวยังมี จุดเด่นที่สำคัญอีกประการหนึ่ง คือ การเพิ่มช่องทางใหม่ให้แก่ผู้ประกอบการข้าวทุกระดับ ตั้งแต่ระดับโรงสีจนถึงระดับผู้ค้าข้าว ให้สามารถเข้าถึงโอกาสในการค้าและส่งออกข้าวได้มากยิ่งขึ้น
โดยในวันแรกของการซื้อขายข้าว FOB ตลาด AFET ได้กำหนดให้เดือนกรกฎาคม 54 เป็นเดือนที่ครบกำหนดส่งมอบเดือนแรก และมีเดือนส่งมอบล่วงหน้าไม่เกิน 6 เดือน โดยการซื้อขายในช่วงแรกกำหนดให้มีเดือนซื้อขาย 5 เดือนส่งมอบ คือ เดือนส่งมอบกรกฎาคม 54 (WRF5 JUL 11) กันยายน 54 (WRF5 SEP 11) พฤศจิกายน 54 (WRF5 NOV 11) มกราคม 55 (WRF5 JAN 12) มีนาคม 55 (WRF5 MAR 12) และเมื่อถึงวันทำการแรกของเดือนมิถุนายน ให้เปิดซื้อขายเพิ่มอีก 1 เดือน คือ เดือนส่งมอบพฤษภาคม 55 (WRF5 MAY 12) เพื่อให้ครบ 6 เดือนส่งมอบ ทั้งนี้คุณสมบัติของข้าวขาว 5% ที่จะซื้อขายในตลาด คงต้องมีคุณภาพและชนิดตามที่ระบุไว้ในประกาศกระทรวงพาณิชย์
หน่วยการซื้อขายของสัญญาดังกล่าวกำหนดไว้ที่ 50 ตัน (50,000 กิโลกรัม) และการส่งมอบสินค้าจะเริ่มต้นที่ 250 ตัน (250,000 กิโลกรัม) ซึ่งเท่ากับ 5 เท่าของหน่วยการซื้อขาย ซึ่งเป็นขนาดที่มีความเหมาะสมกับการส่งออกข้าวในปัจจุบัน และราคาขึ้นลงในแต่ละขั้นเท่ากับ 10 บาท/ตัน ข้อจำกัดจำนวนการถือครองข้อตกลงต้องหรือจำนวนสัญญาที่ผู้ลงทุนจะถือได้สูงสุดไม่เกิน 1,000 สัญญาของทุกเดือนรวมกันและในเดือนส่งมอบจะถือได้ไม่เกิน 100 สัญญา ส่วนเงินประกันขั้นต้นที่นำมาวางเพื่อเข้ามาการซื้อขายกำหนดไว้ 40,000 บาท/สัญญา
สัญญาดังกล่าวมีการกำหนดจุดส่งมอบ ตามเงื่อนไข FOB (Free on Board) กรุงเทพฯ แหลมฉบัง และเกาะสีชัง และเพิ่มความคล่องตัวให้สามารถเลือกส่งมอบ ณ คลังสินค้าภายในประเทศได้ด้วย โดย AFET ได้จัดให้มีคลังสินค้าที่ทันสมัยมีมาตรฐานและความพร้อมที่จะปรับปรุงและเก็บรักษาคุณภาพข้าว การจัดหาบรรจุภัณฑ์ที่ต้องการ ตลอดจนจัดเตรียมเอกสารเพื่อการส่งออก เพื่ออำนวยความสะดวกในการส่งออกให้กับผู้ซื้อผู้ขายที่ต้องการส่งมอบรับมอบผ่าน AFET อีกทั้งราคาข้าว ตามเงื่อนไข FOB ยังได้รับผลจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราที่เกิดขึ้นตลอดเวลา ซึ่งจุดนี้จะเป็นอีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่สามารถจูงใจนักลงทุนให้เข้ามาเก็งกำไรได้มากขึ้น

หลายคนอาจจะสงสัยว่า หากสินค้า WRF5 เข้ามาซื้อขาย แล้วทาง AFET จะจัดการกับสินค้า BWR5 อย่างไร เนื่องจากสินค้าทั้งสองชนิดนี้ เป็นสัญญาที่อ้างอิงบนตัวผลิตภัณฑ์เดียวกัน คือ ข้าวขาว5% ซึ่งตรงนี้ยังไม่สามารถฟันธงได้ว่าทาง AFET จะเก็บสินค้าไว้ทั้ง 2 ชนิดคู่กัน หรือ นำสินค้าตัวเก่าออกไป แต่ถ้าดูแนวโน้มหรือให้ลองเดาใจ AFET แล้วละก็ มีความเป็นได้สูงที่ทางตลาดฯ จะเก็บสินค้าใหม่ไว้เพียงตัวเดียว และปล่อยให้ BWR5 เลือนหายไป ด้วยการที่จะไม่เพิ่มสัญญาส่งมอบเดือนใหม่เข้ามา เพราะที่ผ่าน BWR5 ก็ไม่ได้สร้างความหวือหวา หรือเพิ่มปริมาณการซื้อขายให้กับตลาดแต่อย่างใด จึงไม่มีความจำเป็นใด ที่ตลาด AFET จะเก็บ BWR5 ไว้ให้เสียภาพลักษณ์ของตลาด
ในเมื่อยังไม่ถึงวันที่ 29 เมษายนนี้ ยังไม่มีใครสามารถบอกได้ว่า สินค้าข้าวน้องใหม่ตัวนี้จะได้รับความนิยมมากน้อยเพียงใด แม้ว่ารายละเอียดของสินค้าจะดูแปลกและแตกต่างกับสินค้าข้าวชนิดเดิม และเอื้อต่อการซื้อขายในรูปแบบตลาดล่วงหน้าอยู่พอสมควร แต่ต้องอย่าลืมว่าสินค้าข้าวของไทยยังติดปัญหาเรื่องการแทรกแซงราคาจากทางรัฐบาล ที่ทยอยออกมาเพื่อรักษาฐานคะแนนทางการเมืองจากพี่น้องเกษตรกร ซึ่งถือว่าเป็นกลุ่มคนส่วนใหญ่ในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการประกันหรือจำนำราคา การตั้งโต๊ะรับซื้อข้าว และอีกหลายรูปแบบการเอาใจเกษตร ที่ทำกันมาทุกยุคทุกสมัย ซึ่งสร้างความลำบากใจให้กับผู้ส่งออก และนักลงทุนที่จะเข้ามาซื้อ – ขาย หรือเก็งกำไรผ่านตลาดสินค้าเกษตร ซึ่งจุดนี้ถือเป็นอีกหนึ่งการบ้านสำคัญที่ AFET จะต้องล้างภาพสินค้าให้ปลอดจากกลิ่นอายของการเมืองให้หมดจด มิเช่นนั้นผลลัพท์ของสินค้าใหม่อย่าง WRF5 อาจจะออกมาเหมือนกับ สินค้าข้าวทั้ง 2 ชนิดที่อยู่ในตลาดก็เป็นได้
แต่ในทางตรงกันข้ามหากตลาด AFET สามารถสร้างให้ WRF5 เป็นสินค้าที่ปลอดการเมืองได้เหมือนกับยางพาราแล้วละก็ จะเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยต่อลมหายใจของตลาดข้าว AFET ให้อยู่ต่อไป

เรื่องที่คุณอาจสนใจ  ซื้อหุ้นถือยาว ต้องซื้อให้ถูกจังหวะ

ข้อกำหนดการซื้อขายล่วงหน้าWRF5
วันแรกที่เริ่มการซื้อขาย
29 เมษายน 2554

สินค้า
ข้าวขาว 5 % ฤดูกาลผลิตปัจจุบัน (ข้าวใหม่)

คุณภาพสินค้าที่ส่งมอบ
ตามที่กำหนดไว้ในประกาศกระทรวงพาณิชย์ โดยต้องอยู่ในสภาพดีและมีกลิ่นปกติ เป็นที่ยอมรับโดยทั่วไปในการค้าข้าวขาว 5 เปอร์เซ็นต์

หน่วยการซื้อขาย
50 เมตริกตัน (50,000 กิโลกรัม) / หนึ่งหน่วยการซื้อขาย

หน่วยการส่งมอบ
250 เมตริกตัน (250,000 กิโลกรัม) / หนึ่งหน่วยการส่งมอบ ( 5 หน่วยการซื้อขาย)

วิธีการซื้อขาย
ระบบอีเล็กทรอนิกส์

ราคาซื้อขาย
บาท/ตัน

อัตราการขึ้นลงของราคา (ช่วงราคา)
10 บาท/ตัน

อัตราการขึ้นลงของราคาสูงสุดประจำวัน
600 THB/ตัน (อัตราดังกล่าวสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามหลักเกณฑ์การปรับอัตราขึ้นลงของราคาสูงสุดประจำวัน)

จำนวนการถือครองข้อตกลง
Speculator
ไม่เกิน 100 ข้อตกลงในเดือนส่งมอบ
ไม่เกิน 1,000 ข้อตกลงในทุกเดือนรวมกัน

Hedger
จำนวนตามที่ได้รับอนุญาตจาก AFET

อัตราเงินประกันขั้นต้น (Initial margin)
ไม่ใช่เดือนส่งมอบ
สำหรับบัญชีอื่นๆ : 40,000 บาทต่อข้อตกลง
สิบวันทำการก่อนวันทำการแรกของเดือนส่งมอบจนถึงวันซื้อขายสุดท้าย 83,000 บาทต่อข้อตกลง

สำหรับบัญชีประกันความเสี่ยง
สำหรับบัญชีอื่นๆ : 30,000 บาทต่อข้อตกลง
สิบวันทำการก่อนวันทำการแรกของเดือนส่งมอบจนถึงวันซื้อขายสุดท้าย 62,000 บาทต่อข้อตกลง
(สำนักหักบัญชีของตลาดอาจประกาศการเปลี่ยนแปลงอัตราข้างต้นได้)

เงินประกันการส่งมอบ
245,000 บาทต่อข้อตกลง
(สำนักหักบัญชีของตลาดอาจประกาศการเปลี่ยนแปลงอัตราข้างต้นได้)

เวลาซื้อขาย
10.00 น. ถึง 15.45 น.

เดือนที่ครบกำหนดส่งมอบ
มกราคม มีนาคม พฤษภาคม กรกฎาคม กันยายน พฤศจิกายน

วันซื้อขายสุดท้าย
วันทำการสุดท้าย ก่อนวันทำการแรกของเดือนส่งมอบ

วันรับมอบสุดท้าย
กรณี FOB : วันทำการสุดท้ายของเดือนถัดจากเดือนส่งมอบ
กรณี ส่งมอบ ณ คลังสินค้าที่ตลาดกำหนด : วันทำการที่ 5 ของเดือนถัดจากเดือนส่งมอบ

วิธีการส่งมอบ จุดส่งมอบ และ เงื่อนไขการส่งมอบ
ส่งมอบข้าวขาว 5 % ตามเงื่อนไข Free on Board (FOB) กรุงเทพบรรจุกระสอบ PP 50 กก. Break Bulk ตามเงื่อนไขที่ผู้ซื้อกำหนด (Buyer?s Option) โดยผู้ซื้อเป็นผู้จัดหาบรรจุภัณฑ์ และตีตราบรรจุภัณฑ์ นอกจากนี้ผู้ซื้อสามารถเลือกวิธีการส่งมอบรับมอบ ดังนี้
1. ส่งมอบ FOB กรุงเทพฯ บรรจุกระสอบ PP 50 กก. ในตู้ Container 20 ฟุต โดยผู้ซื้อจ่ายส่วนเพิ่ม (Premium)
2. ส่งมอบ FOB แหลมฉบัง บรรจุกระสอบ PP 50 กก. ในตู้ Container 20 ฟุต โดยผู้ซื้อจ่ายส่วนเพิ่ม (Premium)
3. ส่งมอบFOB เกาะสีชัง บรรจุกระสอบ PP 50 กก. Break Bulk โดยผู้ซื้อจ่ายส่วนเพิ่ม (Premium)
4. ส่งมอบ ณ คลังสินค้า ตามที่ผู้ซื้อกำหนด โดยมีส่วนลด (Discount) ตามอัตราที่ตลาดกำหนด
การส่งมอบผู้ขายต้องส่งเป็น Bulk โดยรถบรรทุกที่สามารถยกเทได้เท่านั้น
ในกรณีที่ผู้ซื้อต้องการบรรจุภัณฑ์กระสอบ PP ที่มีขนาดต่างจาก 50 กก.* ผู้ซื้อต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนเพิ่ม (Premium) ซึ่งเป็นค่าแรงในการบรรจุ ตามขนาดของบรรจุภัณฑ์ ตามที่ตลาดประกาศกำหนด
* (ตลาดกำหนดขนาดของบรรจุภัณฑ์อื่น = 25 กก.)

*****************************************************
By สุรเมธี มณีสุโข
eFinanceThai.com

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *