วิเคราะห์งบการเงินของบริษัท

ส่วนลดจากระแสเงินสด หรือ discounted cash flow

เป็นที่ยอมรับกันทั่วไปว่า สินทรัพย์ใดๆจะมีมูลค่าได้สินทรัพย์นั้นจะต้องสามารถสร้างกระแสเงินสดได้ในอนาคต ดังนั้นสินทรัพย์ใดๆก็ตามจะมีค่ามากน้อยจะขึ้นอยู่กับความสามารถสร้างกระแส เงินสดในอนาคต ดังนั้นก่อนที่เราจะเรียนรู้เรื่องการประเมินมูลค่าเราควรจะต้องรู้ที่มาของ เรื่องก่อน

เงิน ลงทุนเริ่มต้น

แน่ นอนว่าการจะได้มาซึ่งสินทรัพย์นั้นเราต้องจ่ายเงินเพื่อซื้อมา ฉะนั้น เราก็จำเป็นที่จะต้องพิจารณาว่าเงินที่เราจ่ายไปนั้นจะทำให้เราได้รับผลตอบ แทนที่คุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไปหรือไม่

ความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดในอนาคต

สมมุติ ว่ามีคนมาเสนอที่ดินให้เราให้เราเลือกสองแปลง แปลงหนึ่งอยู่ในซอยลึก อีกแปลงหนึ่งติดถนนใหญ่ เราคาดได้แน่นอนเลยว่า แปลงที่ติดถนนใหญ่จะต้องมีราคาสูงกว่าแน่นอน เพราะหากเราเอาที่ดินไปสร้างที่พักให้เช่า แน่นอนว่าเราสามารถตั้งราคาค่าเช่าในที่ดินที่อยู่ติดถนนและสามารถหาคนพัก ได้เต็มเร็วกว่าทำที่พักในที่ดินที่อยู่ลึกเข้าไป ฉะนั้นเราจะเห็นได้ว่าที่ดินทั้งสองแปลงนี้มีความสามารถในการสร้างกระแสเงิน สดในอนาคตได้ไม่เท่ากัน ราคาที่ดินจึงต่างกัน ฉนั้นด้วยเหตุผลเดียวกัน บริษัทที่มีความสามารถในการแข่งขันในระยะยาวจึงมีแนวโน้มที่จะสร้างกระแส เงินสดในอนาคตได้สูงกว่าบริษัทที่มีความสามารถในการแข่งขันต่ำ

ความ ไม่แน่นอนในการสร้างกระแสเงินสดและการเติบโตในอนาคตในอนาคต

ถ้า ที่ดินที่อยู่ในซอยลึกนั้นอาจโชคดีมีถนนตัดผ่าน หรืออาจมีโครงการรถไฟฟ้าผ่านเข้ามาในอนาคต ที่ดินแปลงดังกล่าวอาจมีราคาสูงกว่าแปลงที่ดินถนนเสียด้วยซ้ำ เพียงแต่ว่าโครงการนั้นอาจจะยังเป็นเพียงแผนงานในอนาคตซึ่งไม่แน่ว่ารัฐจะทำ โครงการดังกล่าว หรือ ถ้าที่ดินที่ติดถนนใหญ่นั้นหากเราสร้างที่พักไปแล้วให้เช่าได้เต็ม แต่ก็ไม่แน่ว่าเราจะสามารถเก็บค่าเช่าได้สูง หรือมีคนมาเช่าได้เต็มตลอดเวลาในอนาคต เพราะอาจมีคนมาสร้างที่พักในบริเวณใกล้กันนั้นกลายเป็นคู่แข่งกับเราไป และเราก็อาจไม่สามารถปรับราคาค่าที่พักขึ้นได้ในอนาคต ทั้งหมดนี้คือความไม่แน่นนอนว่าสินทรัพย์ของเรานั้นจะสร้างกระแสเงินสดได้ดี ในอนาคต และความไม่แน่นอนนี้เองที่เรารู้จักกันในชื่อว่าความเสี่ยง

ต้น ทุนของเงินลงทุน

หลายท่านอาจจะบอกว่า ถ้าเราเอาเงินเย็นๆของเรามาลงทุน เงินนั้นจะไปมีต้นทุนอะไร แต่อย่าลืมว่าถ้าเราเอาเงินที่จะลงทุนสร้างที่พักนั้นไปทำอย่างอื่น เราอาจจะได้ผลตอบแทนที่ดีกว่า แน่นอนกว่า ตรงนี้เองที่เรียกว่าต้นทุนค่าเสียโอกาส และถ้าเราต้องกู้เงินมาลงทุนด้วยแล้วยิ่งเห็นชัด เพราะเราต้องเสียดอกเบี้ย และดอกเบี้ยนี่เองคือต้นทุนของเงินกู้

ค่า ของเงินตามเวลา

คนทุกคนถ้าเป็นไปได้จะต้องการ เงินสดในวันนี้มากกว่าที่จะต้องรอเพื่อจะได้รับเงินสดในวันหน้า เพราะเนื่องจากเงินในอนาคตนั้นอาจจะมีมูลค่าลดลงในอนาคตได้ ถ้าไม่เชื่อลองคิดดูว่า เมื่อก่อนเราซื้อไข่ฟองละเท่าไร บัดนี้ซื้อไข่ฟองละเท่าไร แน่นอนแพงขึ้น แต่ขอบอกว่าของไม่ได้แพงขึ้น แต่เงินลดมูลค่าลง ฉะนั้นยิ่งระยะเวลานาน เงินนั้นยิ่งมีมูลค่าลดลง ถ้าเปรียบกับกระแสเงินสดในอนาคตที่ได้จากสินทรัพย์ ยิ่งเวลานานเท่าใดเรายิ่งได้เงินที่มูลค่าลดลงไปตามเวลาเท่านั้น

ถ้า เราจับเอาปัจจัยดังกล่าวข้างต้นมาเขียนให้เป็นสัญลักษณ์ เราจะเขียนได้ดังนี้

มูลค่าของสินทรัพย์ = (- เงินลงทุนเริ่มแรก + กระแสเงินสดในอนาคต x (อัตราการ เติบโต)) / (ต้นทุนของเงินลงทุน ? ความไม่แน่นอน)

  • เงินลงทุนเริ่มแรกเป็นเงินที่เราจ่ายออกไป ดังนั้นจึงมีค่าเป็นลบ
  • กระแสเงินสดในอนาคตและอัตราการเติบโตเกิดจากการประมาณการ
  • ต้นทุนเงินลงทุนนั้นจะมากจะน้อยขึ้นอยู่กับความไม่แน่นอน ยิ่งความไม่แน่นอนสูง เราก็ต้องเผื่อค่านี้เอาไว้มากๆ ฉะนั้น ต้นทุนของเงินลงทุน ? ความไม่แน่นอน นี้สะท้อนถึงความเสี่ยง

หาก เราเอามาเขียนในรูปแบบทางคณิตศาสตร์ เราจะได้ดังนั้น

Value of asset, Va =? ? Int. Inv. + CF (1+g) /(r ? g)

สมการนี้ใช้กันอย่างแพร่หลาย ในวงการธุรกิจ การเงินและการวิเคราะห์หลักทรัพย์ เรียกว่า การคิดลดกระแสเงินสด, Discounted Cash flow

ถ้าเราเอามาใช้กับการลงทุน ตัวแปรต่างๆก็จะถูกแทนค่าดังนี้

มูลค่าหุ้น = ? ราคา หุ้น + กระแสเงินสด ที่ได้รับจากหุ้น x อัตราการเติบ โตของผลตอบแทน / ต้นทุนเงินทุนของผู้ลงทุน

ที่นี้ตามแปรในสมการส่วนหลังนี้มันไปเกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของบริษัท เราจึงจำเป็นต้องศึกษาธุรกิจของบริษัทที่จะไปลงทุนเพื่อที่เราจะได้ทราบถึง กระแสเงินสด อัตราการเติบโต ความเสี่ยง ในฉบับหน้าเราจะมาคุยกันถึงเรื่องนี้กัน

ที่มา คุณมนตรี นิพิฐวิทยา

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *