หุ้นที่ขึ้นอยู่กับความหวัง และโชคชะตาพาไป

มีหลายคนเคยมาถามเกี่ยวกับหุ้นตัวหนึ่งชื่อว่า POLAR เพราะเห็นว่า “ราคามันถูกดี” ผมก็ถามว่าที่ราคาถูกดูจากอะไรครับ อ้อ “ราคาถูกดูจากราคาหุ้นปัจจุบัน อยู่ที่ 0.13 บาท” ผมก็ถึงบางอ้อ แสดงว่ายังไม่เข้าใจหุ้นอย่างแท้จริง เพราะลำพังดูแค่ราคาหุ้นอย่างเดียวจะบอกไม่ได้ว่าหุ้นถูกหรือแพง แนะนำให้เรียนคอร์สเบื้องต้นก่อน ถึงจะเข้าใจว่าจริงๆ แล้วมันดูกันยังไง

ไหนๆ ก็มีคนถามถึง POLAR แล้วเลยอยากจะเขียนถึงหุ้นตัวนี้สักหน่อย POLAR หรือ บริษัท โพลาริส แคปปิตัล จำกัด (มหาชน) ทำธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์เป็นหลัก แต่ตอนหลังก็เริ่มเบนเข็มออกไปซื้อลงทุนในหลายๆ บริษัท เรียกว่าตอนนี้เป็นบริษัทแบบ Holding Company ไปเป็นที่เรียบร้อย คือ มีเงินทุน แล้วก็นำเงินไปซื้อลงทุนในบริษัทอื่นเพื่อหวังผลตอบแทนจากกำไรที่บริษัทเหล่านั้นจะทำได้ในแต่ละปี

โครงสร้างการถือหุ้นของบริษัท

Polar sub company

 

จากรูปข้างต้นจะเห็นว่าบริษัท POLAR นั้นนำเงินไปลงทุนในบริษัทย่อยหลายๆ บริษัทในธุรกิจหลากหลาย ผู้เขียนเข้าใจว่าน่าจะอยากกระจายความเสี่ยงออกไปในตัวธุรกิจอื่นๆ นอกจากอสังหาที่ตนเองทำอยู่ แต่พออ่านจากประวัติความเป็นมาของบริษัทจะพบว่ามีการออกหุ้นเพิ่มทุนเป็นจำนวนมาก และส่วนใหญ่จะเป็นแบบ PP คือ ออกหุ้นเพิ่มทุนให้กับนักลงทุนในกลุ่มจำกัด สิ่งที่น่าสังเกตุคือ ทุนที่ออกชำระแล้วเป็นเงินทั้งสิ้น 230 ล้านบาท สินทรัพย์ ณ ปัจจุบันมีเพียง 6 พันกว่าล้านเท่านั้น

ทำให้ยิ่งต้องตามเข้าไปดูเพิ่มเติมถึงงบการเงิน จะพบกว่าบริษัทมีขาดทุนสะสมอยู่ถึง เกือบหนึ่งพันล้านบาท คล้ายๆ ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำยังไงไม่รู้ คือ ระดมเงินนักลงทุนเข้าไปในบริษัทมหาศาล แต่มามองในแง่การดำเนินธุรกิจของบริษัทแล้วเรียกได้ว่าขาดทุนเกือบทุกปี หากเราติดตามข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ก็จะมีข่าวออกมาเป็นระยะๆ ว่ามีหลายๆ โปรเจคที่บริษัททำอยู่

มามองกันถึงราคาหุ้นบ้าง ปัจจุบันราคาลงมาต่อเนื่องอยุ่ที่ 0.13 บาท กำลังลุ้นว่าจะลงไปถึง 0.01 เหมือนกรณี N-PARK หรือไม่ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าราคาเคยขึ้นไปถึง 4.5 บาทเมื่อปีที่แล้ว หากใครซื้อแล้วถือมาจนถึงขณะนี้ต้อง ยกนิ้วให้ เพราะน่าจะเหลือทุนอยู่ไม่มากแล้ว ต้องบอกว่าเกือบล้มละลายกันเลยทีเดียวกับหุ้นตัวนี้

POLAR

 

 

หากถามถึงความเป็นไปได้ว่าราคาจะกลับขึ้นไปยืนเหนือบาทได้หรือไม่ ต้องบอกเลยว่าขึ้นอยู่กับ STORY ที่จะออกมาในอนาคต ซึ่งผมคิดว่าต้องเป็นธุรกิจที่บริษัทเข้าไปจับแล้วต้องทำเงินทันที ถึงจะพลิกขาดทุนกว่าพันล้าน กลับมากำไรได้จนถึงขั้นจ่ายปันผลออกมาให้ผู้ถือหุ้นได้ชื่นใจ

แต่ถึงขณะนี้ผมยังมองไม่ออกว่าจะมีธุรกิจไหนที่จะสามารถพลิกสถานะของบริษัทกลับมาให้เป็นบวกได้ในระยะเวลาอันสั้น ระยะนี้ หากจะเล่นเก็งกำไร Trading สนุกๆ เอามันส์ก็ไม่ขอขัดครับ ส่วนตัวแล้วถ้าหากราคาหุ้นลดลงไปเหลือซัก 0.05 จะเข้าไปเก็งกำไรสักเล็กน้อย เพราะมันคล้ายๆ กับการเข้าไปซื้อของถูกๆ จากจีนแล้วเอาเข้ามาขายในไทย 🙂 อาจจะมีกำไรบ้างไม่มากก็น้อย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *