มุมมองนักวิเคราะห์ กูรู

หุ้นปันผล ปี 2010

รอบนี้เล่นหุ้นปันผล

โบรกฯ ทำนายหุ้นไทยสัปดาห์นี้มีลุ้นรีบาวน์ เชื่อ เสื้อแดงชุมนุมไม่สะเทือนSET ประสานเสียงเชียร์ เก็บหุ้นปันผลแจ่ม ชู SPALI -ADVANC -NOBLE- HEMRA-KK- DCC- TICON โดดเด่น

จากมาตรการคุมเข้มทางการเงินของจีน และนโยบาย ของประธานาธิบดี โอบามา ที่เตรียมเสนอกฏเกณฑ์ที่จะทำให้ระบบธนาคารมีความปลอดภัยมากขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้ธนาคารขนาดใหญ่แบกรับความเสี่ยงมากเกินไป จนถึงปัจจัยการเมืองในประเทศ และราคาน้ำมันโลก มีทิศทางลดลง เป็นปัจจัยลบหลัก ที่กดดันบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทย อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งนี้ แม้จะมีแต่ปัจจัยลบรุมกดดัน แต่ยังมีทางออกสำหรับนักลงทุน

* ลุ้น SET สัปดาห์นี้รีบาวน์ เชื่อ เสื้อแดงชุมนุมไม่สะเทือน SET

นายสมชาย เอนกทวีผล ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟินันเซียไซรัส คาดการณ์ถึงแนวโน้มดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในสัปดาห์นี้ ว่า มีโอกาสรีบาวน์ขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์ หลังจากที่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาดัชนีหลักทรัพย์ปรับตัวลดลงไปกว่า 5% ประกอบกับกรณีที่ทางการจีนมีมาตรการเข้มงวดในการควบคุมการปล่อยสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์นั้นก็ได้รับรู้ข่าวมาสักระยะแล้ว และถือเป็นเรื่องที่ไกลตัว ส่วนช่วงปลายสัปดาห์รอติดตามสถานการณ์อีกครั้งหนึ่ง
ขณะที่คาดการณ์ราคาน้ำมันตลาดโลกสัปดาห์นี้คงจะเคลื่อนไหวไม่มากหรือคงไม่ปรับตัวลงแรง ประเด็นดังกล่าวจึงไม่น่ากังวล สำหรับสถานการณ์การการเมืองภายในประเทศ โดยเฉพาะการชุมนุมของกลุ่มกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) ซึ่งส่วนตัวไม่ได้ให้น้ำหนักกับปัจจัยดังกล่าวตั้งแต่แรก จึงมองว่าการที่ แกนนำกลุ่ม นปช.ได้มีมติ จะไม่นำกลุ่มผู้ชุมนุมเคลื่อนไหวชุมนุมที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และการเดินทางไปถวายรายงานฯ ที่ รพ.ศิริราช เมื่อวันศุกร์ 22 ม.ค. ที่ผ่านมาไม่มีผลกระทบต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ
นอกจากนี้ ให้ติดตามปัจจัยต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศจีนว่าจะ มาตรการอะไรใหม่ๆออกมาหรือไม่ โดยกลยุทธ์การลงทุน แนะนำซื้อเก็งกำไร หุ้นกลุ่ม ธนาคารพาณิชย์ กลุ่มพลังงาน ประเมินแนวต้าน 720-725 จุด แนวรับที่ 710-705 จุด
นางสาวปองรัตน์ รัตนะตวณานนท์ ผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.บัวหลวง คาดการณ์ถึงแนวโน้มดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯสัปดาห์นี้มีโอกาสที่จะเคลื่อนไหวไม่มากหรือ อาจเห็นดัชนีฯรีบาวน์ทางเทคนิคได้ อย่างไรก็ตาม มองว่ายังคงไม่มีปัจจัยใหม่ๆออกมา ดังนั้นหากดัชนีรีบาวน์ขึ้นคงไม่ไปไหนได้ไม่ไกลมากนัก โดยประเมินแนวต้านที่ 730-740 จุด แนวรับ 705-700 จุด แนะนำซื้อกลุ่มธนาคารพาณิชย์ กลุ่มพลังงาน เนื่องจากในวันนี้ราคาหุ้นปรับตัวลงแรงแต่พื้นฐานแข็งแกร่ง จึงน่าจะมีลุ้นรีบาวน์ได้ดีกว่ากลุ่มอื่น

* กูรู คาด หุ้นไทยสัปดาห์นี้ รีบาวน์ กรอบการเคลื่อนไหวระหว่าง 715-720 จุด

นางสาวจิตรา อมรธรรม ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟินันเซียไซรัสดัชนีฯตลาดหลักทรัพย์ในช่วงสัปดาห์หน้า(25-29 ม.ค.) คาดว่ามีโอกาสรีบาวน์ น่าจะเคลื่อนไหวไต่ระดับแตะ 715-720 จุด ซึ่งสะท้อนได้จากวันนี้ดัชนีฯรีบาวน์ขึ้นมาได้เล็กน้อย หลังจากปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องตลอดทั้ง 4 วันทำการ รวมทั้งนักลงทุนเริ่มคลายความกังวลลงเล็กน้อย เพราะตอบรับกับกระแสข่าวลบไปแล้ว แต่ขณะเดียวกัน ก็จะโดนแรงขายทำกำไรออกมา เนื่องจากนักลงทุนยังคงมีความกังวลกับปัจจัยการเมือง ดังนั้น ควรติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะประเด็นการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) ที่เคลื่อนไหวในสัปดาห์หน้ารวมถึงการคุมเข้มนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศจีนว่าจะมีทิศทางอย่างใด เพราะจะส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์
กลยุทธ์การลงทุน แนะปรับลดพอร์ตการลงทุน และขายเมื่อดัชนีฯรีบาวน์ โดยประเมินแนวรับไว้ที่ 705 จุด และประเมินแนวต้านไว้ที่ 720 จุด

* บลจ.บีที มองภาพรวมตลาดหุ้นไทยยังดี แนะรอจังหวะช้อนหุ้นปันผลดี

นายอนุสรณ์ บูรณกานนท์ กรรมการผู้จัดการ บลจ.บีที กล่าวกับ eFinanceThai.com ว่า คาดการณ์ดัชนีตลาดหลักทรัพย์สัปดาห์หน้ามีโอกาสที่จะแกว่งตัวในกรอบแคบ หรือดีดตัวขึ้น หลังจากสัปดาห์นี้ดัชนีฯปรับตัวลดลงเกือบทั้งสัปดาห์ โดยปัจจัยที่เข้ามากดดันตลาดหุ้น คือ ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวลดลง โดยน้ำหนักของหุ้นพลังงาน โดยเฉพาะกลุ่มปตท. ค่อนข้างที่จะมีมูลค่ามาก และมีผลต่อการเคลื่อนไหวของดัชนีฯ
ขณะเดียวกันตลาดหุ้นสหรัฐฯปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 7-8 เดือน จึงทำให้อาจจะมีโอกาสที่ดัชนีฯอ่อนตัวลงและพักฐานได้เช่นปัจจุบัน นอกจากนี้ตลาดหุ้นจีนและตัวเลขทางเศรษฐกิจจีนเติบโตค่อนข้างมาก ดังนั้นรัฐบาลจีนจึงใช้นโยบายเข้ามาควบคุมการเติบโตจึงเป็นปัจจัยกดดันต่อบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นจีนรวมถึงตลาดหุ้นไทย
“มองว่าภาพรวมของตลาดหุ้นยังน่าสนใจภาพรวมผลตอบแทนในการลงทุนในตลาดหุ้นยังดี และหากดัชนีฯปรับตัวลดลงต่ำกว่า 700 จุด ก็ถือเป็นโอกาสที่ดีที่นักลงทุนจะเข้าช้อนซื้อหุ้นที่ปันผลดี และผลประกอบการเติบโต รวมถึงนักวิเคราะห์ก็ยังพยากรณ์ว่าไตรมาส 1/2553 ผลตอบแทนของแบงก์ก็ค่อนข้างที่จะดี หากนักลงทุนสนใจที่จะลงทุนก็อาจจะซื้อหุ้นที่อิงกันกับ SET 50 ก็ได้ เพราะว่าราคาจะเคลื่อนไหลล้อกับดัชนีฯ” นายอนุสรณ์ กล่าว
ทั้งนี้แนะนำนักลงทุนรอหาจังหวะที่ดัชนีฯอ่อนตัวเข้าซื้อหุ้นที่ปันผลดี และผลประกอบการเติบโต

* เซียนหุ้น คาดดัชนีฯสัปดาห์นี้ ต่ำสุด 680 จุด และสูงสุด 715 จุด แนะช้อนหุ้นปันผล ชี้ SPALI แจ่มสุด

นายสุกิจ อุดมศิริกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส บล.นครหลวงไทย กล่าวกับ eFinanceThai.com ว่า คาดการณ์ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทยสัปดาห์นี้ หากมีปัจจัยลบรุนแรงเข้ามากดดันอาจจะทำให้ดัชนีฯปรับตัวลดลงแตะ 680 จุด โดยมองดัชนีฯสูงสุดไว้ที่ 715 จุด ซึ่งสัปดาห์นี้ตลาดหุ้นไทยยังมีปัจจัยที่เข้ามาชี้นำ คือ มาตรการคุมเข้มสินเชื่อของจีน และกรณีที่สหรัฐฯมีนโยบายกำกับดูแลการดำเนินงานของภาคธนาคารอย่างเข้มงวดมากขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดวิกฤตการเงินในอนาคต ซึ่งแม้ว่าจะเป็นเพียงการประกาศถึงแนวความคิดออกมาก็ส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการลงทุน เพราะในอนาคตอาจจะมีขั้นตอน หรือกระบวนการอื่นๆเข้ามาเพิ่มเติม
ทั้งนี้ ตลาดหุ้นมีโอกาสที่จะดีดตัวขึ้นตาม เทคนิเคิลรีบาวน์ หลังดัชนีฯปรับตัวลดลงต่อเนื่องหลายวันทำการ แต่อย่างไรก็ดีปัจจัยพื้นฐาน หรือ Sundamental ยังไม่มีปัจจัยบวกใหม่ๆเข้ามาสนับสนุนการลงทุน ขณะที่สัญญาณของตลาดหุ้นกลับเข้าสู่ช่วงขาลง ประกอบกับเกิดสัญญาณขายไปเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นนักลงทุนควรจะถือเงินสดให้มากขึ้น หรือเลือกลงทุนในหุ้นที่ปันผลค่อนข้างโดดเด่น โดยจะพบว่าวันนี้ราคาหุ้น บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน)( ADVANC) ก็ปรับตัวเพิ่มขึ้นสอดคล้องกับการที่นักลงทุนหันมาซื้อหุ้นปันผล
ทั้งนี้กลยุทธ์การลงทุน แนะนำหาจังหวะเข้าซื้อหุ้นปันผล โดยฝ่ายวิจัยแนะนำ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) (SPALI) เป็นบริษัทฯที่โดดเด่นรวมถึง บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน)( ADVANC) บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) (BIGC) และ บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) (MAKRO) แต่อย่างไรก็ตาม หากจะเก็งกำไรควรจะพิจารณาดูประเด็นข่าวในระหว่างวันประกอบการลงทุน

เรื่องที่คุณอาจสนใจ  อันดับหุ้นปันผล ประจำเดือน ก.ค. 2554

* บล.กรุงศรีอยุธยา ชู KK, DCC, TICON, BCP, ADVANC, TNH, NOBLE, HEMRA ปันผลดี

บทวิเคราะห์ บล.กรุงศรีอยุธยา ระบุว่า หลังจากที่เราแนะนำนักลงทุนลดสัดส่วนหุ้นในพอร์ตลงเหลือ 60% ของพอร์ต ที่จุด Trailing Stop บริเวณ 735 จุด และ SET ปรับลดลงต่อเนื่องมาที่ระดับ 719 จุดในปัจจุบัน ซึ่งเริ่มเข้าใกล้แนวรับที่อาจคาดหวังการ Rebound บริเวณ 710-716 จุด ทำให้เราแนะนำนักลงทุนเริ่มเข้า Trading (ยังไม่แนะนำให้เพิ่มพอร์ตจากระดับ 60%) ในกลุ่มหุ้นขนาดใหญ่พื้นฐานดีที่ปรับลดลงมามากในช่วง 5 วันที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นหุ้นกลุ่มธนาคาร (KBANK, SCB, BBL,TISCO) กลุ่มพลังงาน (PTT, PTTCH, PTTEP, PTTAR, TOP, BANPU) วัสดุก่อสร้าง (SCC) ขนส่ง (AOT, TTA) ขณะที่แนะนำทยอยสะสมกลุ่มหุ้นที่คาดว่าจะมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลดีอย่าง KK, DCC, TICON, BCP, ADVANC, TNH, NOBLE, HEMRAJ

* SCRI คาด SPALI ปันผล 0.35 บาท , TRT 0.57 บาท , TMT 0.40 บาท และ TPAC 0.52 บาท

บทวิเคราะห์ สถาบันวิจัยนครหลวงไทย (SCRI)ระบุว่า นักลงทุนระยะสั้น ลดพอร์ตหุ้นถือเงินสดมากขึ้น โดยเฉพาะ หุ้น Big Cap และ มีค่า Beta สูง รวมถึงหุ้นที่ NVDR มีการซื้อขายสูงนับจากต้นปี 5 อันดับ ได้แก่ BANPU / BBL / TTA / PTTCH / KBANK เพื่อรอสัญญาณซื้อเก็งกำไรรอบใหม่ ส่วน นักลงทุนระยะกลาง ? ยาว แนะนำ ซื้อสะสมราคาอ่อนตัว ?หุ้นกลุ่มเงินปันผลสูง? SPALI (0.35 บาท) TRT (0.57 บาท) TMT (0.40 บาท) และ TPAC (0.52 บาท) ตัวเลขในวงเล็บเป็นเงินปันผลที่คาดจะจ่าย และหุ้นที่ผลการดำเนินงานเติบโตมั่นคง เช่น PS / GLOBAL / PTTEP / TSTH /

บล.บัวหลวง เตือน การเมือนยังน่าห่วง แนะ หุ้นปันผลสูง เชียร์ ADVANC และ EGCO

บทวิเคราะห์ บล.บัวหลวง ระบุว่า สถานการณ์ทางการเมืองที่เป็นข่าวทางหน้าหนังสือพิมพ์ที่มีการใช้อาวุธ M79 ยิงตึกทบ.นั้น อาจจะดูว่าไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ และเรื่องในที่สุดก็อาจเงียบหายไป แต่การเกิดเรื่องในห้วงเวลานี้จนกระทั่งไปถึงเดือนก.พ.ซึ่งจะเป็นช่วงที่จะมีการพิจารณาคดียึดทรัพย์ 76,000 ล้านบาทนั้น เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าสถานการณ์น่าเป็นห่วง เพราะมีความรุนแรงมากกว่าแค่การชุนนุมเท่านั้น ในกรณีดังกล่าวเราประเมินว่าจะส่งผลให้นักลงทุนต่างชาติชะลอการลงทุนในไทยได้ เพื่อรอดูความชัดเจนทางการเมืองอีกครั้ง
เมื่อคืนที่ผ่าน(21 ม.ค.)มาประธานาธีบดีเสนอกฎเกณฑ์ใหม่ในการควบคุมการทำธุรกรรมทางการเงินและขนาดการลงทุนของธนาคารขนาดใหญ่ในสหรัฐ ซึ่งถ้ากฎเกณฑ์ดังกล่าวมีการปฎิบัติจริงธนาคารในสหรัฐจะมีกำไรลดลง จึงส่งผลให้หุ้นในกลุ่มธนาคารปรับตัวลดลงค่อยข้างมาก นอกจากนั้น ดัชนีชี้วัดความอยากเสี่ยงของนักลงทุนก็ลดลงอย่างมาก ทำให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ลดลง และมีผลให้ค่าเงินดอลลาร์และเยนแข็งค่าขึ้น
เราประเมินว่าสถานการณ์ยังอยู่ในเชิงลบ และตลาดยังมีโอกาสปรับตัวลดลงได้อีก เราได้แนะนำให้นักลงทุนขายทำกำไรไปเมื่อ 2 วันก่อน ช่วงนี้เราแนะนำให้ชะลอการลงทุน หรือเข้าลงทุนในหุ้นมีเราแนะนำเก็งกำไรเช่น SIRI หรือหุ้นที่ให้ปันผลสูง เช่น ADVANC และ EGCO

* บล.เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ ชี้ ปันผลสูง หุ้นใหญ่ต้อง PTTAR PTTEP CPN ส่วนหุ้นเล็ก TRUE MAJOR STEC

บทวิเคราะห์ บล.เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ ระบุว่า ปัญหาการเมืองยังเป็นปัจจัยลบ และจะเพิ่มแรงกดดันขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศที่เคยเป็นกลาง/บวก กลับเป็นลบมากขึ้น ดังนั้นเรายังคงคาด SET จะผันผวนมากและมีโอกาสจะ Sideway Down รอปัจจัยการเมืองที่คาดจะชัดเจนในปลายเดือนหน้า
เราคงน้ำหนักการลงทุนในหุ้นที่ระดับต่ำราว 30% และให้เน้น Trading Buy เล่นสั้น เป็นหลัก โดยระยะสั้น SET มีแนวรับที่ 710-713 ยืนไม่อยู่ต้อง Cut Loss สำหรับคนจะถือหุ้นให้เลือกตัวที่งบดี ปันผลสูง โดยค่อยๆทยอยรับ และเพิ่มน้ำหนักใกล้วันออกงบ หุ้นแนะนำหุ้นใหญ่ PTTAR PTTEP CPN PS KTB หุ้นเล็ก TRUE MAJOR STEC TCAP PF SSI SIRI

บทความที่ท่านอาจสนใจ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ  กองทุนอสังหาฯ

One thought on “หุ้นปันผล ปี 2010

  1. หุ้นปันผล 2010 ที่น่ามีในพอร์ทคือ น่าจะได้ถึงตัวละ 10% เลยทีเดียวคุ้มค่ามากนะครับ ถ้าเทียบกับฝากแบงค์ แต่ก็อย่าลืมว่าอาจจะมีลงมากกว่าปันผลได้นะครับ ต้องตัดสินใจกันดีๆ

    1. TRT
    2. CSL
    3. ASP
    4. JUBILE
    5. KIMENG

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *