มุมมองนักวิเคราะห์ กูรู

หุ้นเล็ก เก็งกำไร ตามข่าว Q1/2010

หุ้นจิ๋วแจ๋วคืนชีพ

หุ้นจิ๋วโชว์พลังแจ๋ว เรียงหน้าบวกคึกคักสวนสนาม ทั้ง CEI – KTP – CCP – CMO – CI – AKR – YUASA โบรกเกอร์ประสานเสียงเป็นจังหวะลุยหุ้นเล็ก หลังหุ้นใหญ่อยู่ในช่วงพักฐาน แนะจับจังหวะเล่นหุ้นดีมีสตอรี่เด็ด ผนวกเลือกหุ้นเทคนิคบรรเจิด ค่าพีอีไม่สูง และราคาต่ำกว่า Book Value ประเมินช่วงนี้กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์น่าสน หลังอุตสาหกรรมฟื้น แนวโน้มงบ Q4/52 สวย ชู SYNEX เป็นหุ้นน่าจับตา

****CI มองราคาหุ้นวิ่งแรง หลังเตรียมดันโครงการออกขายเพียบ
นายสงกรานต์ อิสสระ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ CI เปิดเผยกับ eFinanceThai.com ว่าสาเหตุที่ราคาหุ้นของบริษัทฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้นในการซื้อขายสวนทางกันกับภาพรวมของตลาดหุ้นไทยในช่วงเช้าที่ปรับตัวลดลง เพราะนักลงทุนอาจจะเล็งเห็นว่าผลการดำเนินงานน่าจะอยู่ในแนวโน้มที่ดี หลังมีหลายโครงการของบริษัทฯ ที่สร้างเสร็จ และพร้อมขาย ขณะที่ความมั่นใจของผู้บริโภคมากขึ้น ส่งผลให้มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศกลับเข้ามาจองห้องพักในประเทศไทย ส่งผลบวกต่อโรงแรมศรีพันวา และผลประกอบการที่เพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ ในปี 2553 มีแผนที่จะเปิดโครงการใหม่ไม่ต่ำกว่า 2 – 3 โครงการ มูลค่ามากกว่า 1 พันล้านบาท โดยในช่วงเดือน เม.ย. 2553 นี้ บริษัทฯ เตรียมที่จะเปิดขายโครงการย่านหัวหิน – ชะอำ เฟส 2 มูลค่า 200-300 ล้านบาท
“ตอนนี้อยู่ระหว่างการสรุปงบปี 52 เราคงเปิดเผยรายละเอียดไม่ได้ แต่ก็เชื่อว่าทั้งปีผลงานโดยรวมทั้งรายได้และกำไรน่าจะทรงๆ ไม่น่าจะตกลงจากปีก่อน เพราะในปีนี้มีหลายโครงการที่เสร็จแล้วพร้อมขาย” นายสงกรานต์ กล่าว
อนึ่ง รายได้ปี 2551 อยู่ที่ 1127.54 ล้านบาท กำไรสุทธิ 170.95 ล้านบาท ขณะที่งวด 9 เดือน ปี 2552 มีกำไร 43.43 ล้านบาท


****AKR ยอมรับรายได้ปี 52 อยู่ที่ 1.4 พันลบ. ต่ำกว่าเป้าหมายเดิม 5% เหตุยอดขายหม้อแปลงหด ส่วนรายได้ Q4/52 ใกล้เคียง Q3/52

นายวิวัฒน์ แสงเทียน กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอกรัฐวิศวกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ AKR เปิดเผยกับ eFinanceThai.com ว่าแนวโน้มผลประกอบการในปี 2552 คาดจะอยู่ที่ 1,400 ล้านบาท ต่ำกว่าเป้าที่วางไว้ประมาณ 5% เนื่องจากได้รับผลกระทบจากยอดขายหม้อแปลงไฟฟ้า ที่เป็นธุรกิจสร้างรายได้หลักประมาณ 80% ของรายได้รวมมียอดขายที่ปรับลดลง โดยเฉพาะผลกระทบจากกรณีปัญหามาบตาพุดที่มีโครงการจำนวนมากต้องระงับการดำเนินโครงการชั่วคราว ซึ่งลูกค้าผู้ประกอบการอุตสาหรรมต่างๆ มีสัดส่วนอยู่ที่ 50% ของยอดขายหม้อแปลงรวมของบริษัทฯ นอกจากนี้ ยังได้รับปัจจัยกดดันจาก ภาวะเศรษฐกิจรวมที่มีการชะลอตัวลง
สำหรับแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 4/52 คาดว่าจะออกมาใกล้เคียงกับไตรมาส 3/52 อย่างไรก็ดี ในขณะนี้ยังไม่สามารถให้ข้อมูลตัวเลขที่ชัดเจนได้ ทั้งนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการปิดงวดบัญชี
ส่วนเป้ารายได้ในปี 2553 ตั้งไว้ที่ประมาณ 1,500 ล้านบาท โดยเชื่อว่าในปีนี้การไฟฟ้านครหลวงยังคงรักษาระดับงบประมาณการลงทุน เพื่อขยายการให้บริการไฟฟ้าในพื้นที่ต่างๆ ส่งผลให้มีความจำเป็นต้องใช้หม้อแปลงเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ บริษัทฯ มีความพร้อมเข้าประมูลงานใหม่ทั้งในส่วนหน่วยงานรัฐและเอกชน โดยปัจจุบันบริษัทมีงานในมือ (Backlog) มูลค่ารวมประมาณ 300 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรายได้ทั้งหมดภายในไตรมาส 1 – 2/53 นี้

****ฟินันเซีย ไซรัส เชื่อเป็นนาทีทองหุ้นเล็ก หลังหุ้นใหญ่พักฐาน แนะเลือกลุยหุ้นเทคดีแจ่ม – วอลุ่มแน่น
นายสมชาย เอนกทวีผล ผู้อำนวยการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟินันเซีย ไซรัส กล่าวว่า ในระยะ 2 – 3 วันต่อจากนี้ หุ้นขนาดเล็กน่าจะได้รับความสนใจจากนักลงทุน เพราะเป็นช่วงที่หุ้นหลัก หรือหุ้นขนาดใหญ่อ่อนตัวลง ซึ่งการเข้าไปซื้อหุ้นขนาดเล็กนั้น ควรจะพิจารณาจากปัจจัยต่างๆ รอบด้าน เพื่อลดความเสี่ยงในการเข้าลงทุน อาทิ พิจารณาจากกราฟสัญญาณทางเทคนิค และปริมาณการซื้อขายต้องเข้ามาอย่างสม่ำเสมอ โดยหุ้นที่มีปริมาณการซื้อขายหนาแน่นนั้น มักจะเกิดจากการเข้าซื้อเพื่อตอบรับข่าวทั้งข่าวลือ หรือข่าวที่มีข้อเท็จจริง
อย่างไรก็ตาม ในแง่ของการลงทุนนั้น หากเข้าไปลงทุนในหุ้นที่เพิ่งมีปริมาณการซื้อขาย (วอลุ่ม) เข้ามาเพียง 1 วัน หรือเพียงไม่กี่วันแล้วราคาหุ้นพุ่งแรง นักลงทุนที่เข้าไปซื้อหุ้นลงทุน ควรจะต้องใช้ความระมัดระวังในการลงทุน หรือควรจะหลีกเลี่ยง เพราะหากเข้าลงทุน อาจจะซื้อหรือขายหุ้นได้ลำบาก
ทั้งนี้ การเข้าไปลงหุ้นขนาดเล็ก ควรจะพิจารณาการเข้าลงทุนเป็นรายบริษัท โดยเลือกที่กราฟสัญญาณทางเทคนิคดี และมีปริมาณการซื้อขายหนาแน่น


****คันทรี่ กรุ๊ป ชี้เล่นหุ้นเล็กต้องจับจังหวะเทคนิคดีและมีสตอรี่เด็ด ยกนิ้ว SYNEX น่าสน ได้ประโยชน์กระแสอิเล็กทรอนิกส์ฟื้น

นายรณกฤต สารินวงศ์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.คันทรี่ กรุ๊ป กล่าวว่า ในระยะนี้มีการเก็งกำไรหุ้นขนาดเล็กกันมากขึ้น โดยกลยุทธ์ในการลงทุนหุ้นขนาดเล็กต้องเล่นสลับกลุ่มไปเรื่อยๆ โดยนักลงทุนต้องจับประเด็นและจังหวะให้เหมาะสมกัน อย่างเช่นในช่วงที่ราคาเหล็กปรับตัวสูงขึ้นให้สามารถเข้าไปลงทุนในหุ้นกลุ่มเหล็กขนาดเล็กได้
ทั้งนี้ วิธีในการวิเคราะห์ต้องประเมินจากราคาเป็นอันดับแรกว่าพอมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นหรือไม่ อีกทั้งต้องพิจารณาจากปัจจัยพื้นฐานโครงสร้างของบริษัทฯ ถึงแนวโน้มผลกำไรที่ดี ประกอบกับค่าพีอีไม่สูงนัก และราคายังคงต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี (Book Value) แต่หากหุ้นดังกล่าวผลประกอบการไม่ดีนัก ต้องพิจารณาว่าบริษัทฯ มีแผนที่จะฟื้นฟูอย่างไร
โดยย้ำว่าหากหุ้นตัวใดไม่มีประเด็นก็ไม่เหมาะสมที่จะลงทุน นอกจากนี้ยังต้องพิจารณากระแสช่วงดังกล่าวที่จะมีผลต่อหุ้น อาทิ หากค่าเงินบาทแข็งค่าต้องประเมินว่ากลุ่มที่ได้ประโยชน์คือกลุ่มนำเข้า ขณะที่หากค่าเงินบาทอ่อนค่ากลุ่มส่งออกจะได้รับประโยชน์มากกว่า นอกจากนี้ในการพิจารณาเชิงเทคนิคต้องประเมินว่าหุ้นดังกล่าวไม่เข้าข่ายซื้อมากเกินไป และราคาหุ้นที่ปรับตัวลงในระดับต่ำมีสัญญาณเทคนิคที่จะฟื้นตัวหรือไม่
สำหรับกลยุทธ์การลงทุนหุ้นขนาดเล็กช่วงสัปดาห์นี้ พบว่าหุ้น บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SYNEX มีความโดดเด่น เนื่องจากกลุ่มเทคโนโลยีและอิเล็กทรอนิกส์กำลังมาแรง โดยเป็นการฟื้นตัวตามเศรษฐกิจโลก ประกอบกับค่าพีอีที่อยู่ในระดับต่ำ และประเมินว่าผลประกอบการจะออกมาดี ซึ่งกระแสหลักในขณะนี้ให้นักลงทุนพิจารณาจากค่าพีอีที่ต่ำเป็นหลัก ประกอบกับเงินปันผลและผลประกอบการไตรมาส 4/52 ดี โดยให้ราคาเป้าหมายอยู่ที่ 3.20 บาท

เรื่องที่คุณอาจสนใจ  หุ้นปั่น หรือ หุ้นน่าลงทุน


****ฟาร์อีสท์ ระบุเล่นหุ้นเล็กต้องมีวินัยตัดขาดทุนเป็น เชื่อหุ้นมีสตอรี่ กำไรและปันผลงาม ยังมาแรง

นายวีระชัย ครองสามสี ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการและรักษาการผู้บริหารสายงานวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟาร์อีสท์ กล่าวว่า ในระยะนี้การลงทุนในหุ้นขนาดเล็กถือเป็นการขั้นเวลาจากที่หุ้นขนาดใหญ่มีแรงขายทำกำไรตามทิศทางตลาดหุ้นทั่วโลก ภายหลังจากจีนมีมาตรการลดความร้อนแรงเศรษฐกิจลง ซึ่งส่งผลให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์มีแนวโน้มลดลง ดังนั้นจึงเป็นการฉุดหุ้นในกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี
ทั้งนี้ นักลงทุนที่โยกเงินลงทุนไปเก็งกำไรหุ้นขนาดเล็กนั้น ต้องดูปัจจัยข่าว รวมทั้งปัจจัยพื้นฐานรองรับอย่างดี ขณะที่นักลงทุนที่ต้องการเล่นระยะสั้นให้จบภายในวันเดียวต้องมีวินัยในการตัดขาดทุน
สำหรับกระแสข่าวที่เป็นประเด็นในหุ้นขนาดเล็กในขณะนี้ ได้แก่ อัตราการฟื้นตัวของกำไรและปันผลที่คาดว่าจะอยู่ในระดับสูง โดยจะเห็นได้ว่าหุ้นที่มีความสอดคล้องกับกระแสข่าวดังกล่าวได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นในหลายกลุ่มแล้ว อาทิ กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ขนาดเล็ก กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ โดยมองว่าในกลุ่มที่กล่าวมายังสามารถเก็งกำไรได้อีกระยะหนึ่ง โดยเฉพาะกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เห็นได้จากตัวเลขการส่งออกในช่วง 11 เดือนอยู่ในระดับสูง ขณะที่จะพิจารณาว่าหุ้นตัวใดมีความโดดเด่นนักคงจะประเมินได้ยาก เนื่องจากต้องมีการพิจารณาในเชิงเทคนิครายตัว

ที่มา : efinancethai.net

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *