บทวิเคราะห์หุ้น

หุ้นไทย จะไป 1000 จุด

บาทแข็ง-เงินฝรั่งเข้า 1,000 จุด ‘ใกล้’ แค่เอื้อม หรือไกล ‘เกินฝัน’ ระดมมุมมอง ‘เซียนหุ้น’ ผ่าอนาคต SET Index ช่วงวิ่งขึ้นดอย

ถ้า วัดจากจุดต่ำสุดที่ระดับ 380 จุด ช่วงไตรมาส 4 ปี 2551 ระยะเวลาเกือบ 2 ปี ดัชนีตลาดหลักทรัพย์วิ่งขึ้นมาแล้วประมาณ 130% ท่ามกลางดัชนีชี้วัดทางเศรษฐกิจหลายตัวที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างเหนือความคาด หมาย แม้ในครึ่งปีหลังอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจมีแนวโน้มชะลอตัวลงกว่าครึ่งปี แรก

ขณะที่อัตราดอกเบี้ยกำลังเข้าสู่วัฏจักร “ขาขึ้น” แต่ในระยะสั้นถึงระยะปานกลาง “เซียนหุ้น” ฟันธงไปในทิศทางเดียวกันว่า SET Index ยังน่าจะขับเคลื่อนต่อไปได้ โดยมีเป้าหมายทางจิตวิทยาที่ระดับ 1,000 จุด เป็นระยะเป้าหมาย

เซียนฟันโฟลว์ “วิศิษฐ์ องค์พิพัฒนกุล” กรรมการบริหารสายงานวิจัย บล.ทรีนีตี้ ชี้ให้เห็นว่าค่าพี/อี เรโชล่วงหน้าตลาดหุ้นไทยเทียบ กับกำไรต่อหุ้นของบริษัทจดทะเบียนปีหน้า (2554) ที่นักวิเคราะห์ 20 คนคาดการณ์ว่าจะโต 17% คำนวณออกมาแล้วยังอยู่ที่ 10.7 เท่า ซึ่งยัง “ไม่แพง” ถ้าดูจากการคาดการณ์เศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยปีหน้า โอกาสที่ SET Index จะอยู่ที่ 1,000 จุด ต้องบอกว่า “เป็นไปได้”

หุ้นไทยตอน นี้จากสถิติเก่า 10 ปี กำลังยืนอยู่ที่ระดับ 1 ค่าเฉลี่ยเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) หรือ 1SD ซึ่งถือว่าอยู่ระดับปกติ ถ้าขึ้นไปแตะเป้าหมายแรกในปีนี้ที่ 911 จุด จะอยู่ที่ระดับ 1.5SD และถึงระดับ 2SD ถ้าแตะระดับ 1,000 จุด ซึ่งฐานเริ่มไม่แข็งแรงแล้วต้องระวังให้ดีถ้าไปถึงจุดนั้น

อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นไทยเคย ขึ้นไปถึงระดับ 2SD มาแล้วเมื่อปลายปี 2549 แต่ก็ไม่สามารถยืนอยู่ได้เพราะผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนกับเศรษฐกิจไม่ แน่นพอจะรองรับ ตามสถิติเก่าตลาดหุ้นอาจปรับตัวลงประมาณ 6-8% ถ้าขึ้นไปแตะระดับ 1,000 จุด ได้ภายในปีนี้

พิชัย เลิศสุพงศ์กิจ ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส บล.ธนชาต ให้ความเห็นว่าดัชนีหุ้นไทยจะ ขึ้นไปแตะ 1,000 จุด ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ดูจาก SET Index ตอนนี้ขึ้นอีก 15% ก็ถึง 1,000 จุดแล้ว ปัจจัยเดียวที่อาจ “ไปไม่ถึง” คือเรื่องการเมือง อย่างไรก็ตามนักลงทุนอย่ามองภาพดีเกินไป ถ้าดัชนีขึ้นมาแตะ 900 จุดได้เชื่อว่าจะเกิด “แรงขาย” (ใหญ่) ก่อนหนึ่งรอบ

“หลังจากนี้เราไม่ควรคิดถึงผลตอบแทนมากเกิน 25% โอกาสที่จะเกิดมันมีไม่บ่อยนัก ผมให้เป้า 1,000 จุด มีโอกาสเกิดขึ้นในกรอบ 1 ปี หลังจากนี้เมื่อถึงก็ให้ขายออกมาทันที”

กวี ชูกิจเกษม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.กสิกรไทย บอกว่า ขณะนี้ฝรั่งกำลังซุ่มเก็บ “หุ้นบิ๊กแคป” ทีละน้อยด้วยเงินครึ่งหนึ่งที่จะลงทุนหุ้นไทย เห็นได้ว่า ต่างชาติซื้อสุทธิทุกวันแต่หุ้นยังขึ้นไม่มาก ถ้าฝรั่งเอาจริงเมื่อไรจะใช้เงินที่เหลือ “ลากราคา” ทันที กว่าจะถึงตอนนั้นรายย่อยควรที่จะเริ่มขายได้แล้วอย่าไปไล่ตาม ส่วนตัวมองว่าหุ้นไทยไปถึง 900-1,000 จุด ได้แน่ แต่ไม่น่าจะเกิดขึ้นในปีนี้

เอกยุทธ อัญชันบุตร มองว่า ตลาดหุ้นช่วงนี้ยังไม่น่ากลัว ยังพอเล่นต่อได้ แต่ต้อง “รอบคอบ” ในการลงทุน ส่วนตัวเชื่อว่าต่างชาติยังจะเข้ามาเก็งกำไรอย่างต่อเนื่อง เพราะดูจากทิศทางค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น และพื้นฐานตลาดหุ้นไทย (ผลการดำเนินงานงวดครึ่งปี 2553) ก็ไม่ขี้เหร่ โดยเม็ดเงินจากแถบยุโรป และสหรัฐอเมริกาจะเป็นอันดับแรกๆ ที่ไหลเข้ามาประเทศไทย

หากนักลงทุนรายใดคิดจะลงทุนในช่วงสัปดาห์นี้ แนะนำให้ทยอยซื้อหุ้นกลุ่มพลังงาน เช่น บ้านปู (BANPU) ราคาเป้าหมายสิ้นปี 2553 ยังเพิ่มขึ้นได้อีก 20-30% หุ้นอินโดรามา เวนเจอร์ส (IVL) ก็น่าสนใจ เพราะดูจากแนวโน้มธุรกิจยังเป็นทิศทางขาขึ้น

สำหรับหุ้นกลุ่มส่งออกผลประกอบการปีนี้จะยอดเยี่ยมมาก โดยเฉพาะหุ้นเจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF) ยังไปต่อได้

อีกตัวที่แนะนำคือ ไทยยูเนียน โฟรเซ่น โปรดักส์ (TUF) ใครมีเงินช้อนเก็บไว้เลย รับรองไม่ผิดหวัง หลังเข้าเทคโอเวอร์ MW Brands บริษัทผู้ผลิตอาหารทะเลรายใหญ่ของยุโรปมูลค่า 680 ล้านยูโร หรือประมาณ 28,500 ล้านบาท จะทำให้อนาคตของ TUF มีแต่ดีขึ้น เชื่อว่าราคาหุ้นยังมีอัพไซด์ได้อีก 20% กลุ่มเดินเรือก็น่าสนใจเริ่มมีสัญญาณการฟื้นตัวเกิดขึ้นแล้ว

เอกยุทธ แนะนำหุ้นโทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ (TTA) คาดว่าค่าระวางเรือจะกลับมาอยู่ในช่วงขาขึ้น ส่วนตัวมองราคาเป้าหมายแถว 28 บาท

“มองว่าช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคม สามารถทยอยซื้อหุ้นได้ 30-40% นักลงทุนต่างชาติคงเข้ามาเก็งกำไรผลประกอบการสิ้นปี แต่อย่าไปซื้อหุ้นที่ขึ้นไร้เหตุผล โดยเฉพาะทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) ที่เล่นข่าวลือเรื่อง 3G ส่วนใหญ่ก็เป็นพวกขาใหญ่เข้ามาสร้างราคา ใครหลงเข้าไปออกไม่ทันจะหาว่าไม่เตือน”

นายแพทย์บุญ วนาสิน มองในมุมเดียวกันว่า ตลาดหุ้นไทยยัง “ลงทุนต่อได้” แม้ช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมาจะหวือหวาจนน่ากลัว คาดว่าภายใน 1 เดือนข้างหน้า SET Index คงขึ้นไปอีกประมาณ 20 จุด แต่ทั้งหมดต้องขึ้นอยู่กับปัจจัยภายในประเทศไม่ว่าจะเป็นเรื่อง 3G และมาบตาพุด หากรัฐบาลมีความชัดเจนเรื่องนี้ รับรองว่าตลาดหุ้นเริงร่าได้อีกแน่นอน สำหรับปัจจัยภายนอกประเทศยังไม่ราบรื่น โดยเฉพาะในช่วงไตรมาส 3 สหรัฐอเมริกาอาจปรับลดจีดีพี จากที่คาดว่าจะเติบโต 3% เหลือเพียง 2-2.5%

เรื่องที่คุณอาจสนใจ  เงินหยวน กับ เศษรฐกิจและตลาดหุ้น

หมอบุญมองว่า ก่อนที่ตลาดหุ้นจะเดินหน้าต่อได้ คงลงไปก่อนสัก 20-30 จุด ถ้าดูจากเม็ดเงินไหลเข้าดัชนีสิ้นปี 2553 คงยืนได้ระดับ 900 จุด เงื่อนไขขึ้นอยู่กับว่ารัฐบาลต้องมีนโยบายต่างๆ ชัดเจน หากไม่มีอะไรเป็นรูปธรรมดัชนีสิ้นปีคงยืนได้แค่ 815 จุด

“หุ้นถูกและดียังมีให้เล่นอีกเยอะ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มแบงก์ กลุ่มพลังงาน อย่างน้อยก็ได้เงินปันผล อย่าไปเล่นหุ้นไม่ดีเลยโดยเฉพาะหุ้นที่ขึ้นมา 50-60% แบบไร้เหตุผล ไม่ควรเสี่ยงเป็นอย่างยิ่ง เพราะต่อให้หุ้นตัวนั้นมีข่าวดีเต็มที่ก็ควรขึ้นได้ไม่เกิน 15% ถ้าเกินกว่านั้นก็เวอร์ไปแล้ว” หมอบุญบอกเป็นนัยถึงหุ้นสื่อสารบางตัว

ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร ก็แสดงความคิดเห็นสนับสนุนว่า ตลาดหุ้นในช่วงที่เหลือของปีนี้ยัง “เล่นต่อได้”? ไม่มีอะไรน่ากลัวเป็นพิเศษ แม้ที่ผ่านมาจะขึ้นมามากแล้ว เพราะเชื่อว่าเศรษฐกิจไทยจะดีขึ้น สภาวะโดยรวมของแถบเอเชียยังพอไหวอยู่ หากไม่มีอะไรผิดพลาดสิ้นปี 2553 ดัชนีคงยืนระดับ 900 จุดได้ เพราะเงินต่างชาติยังคงไหลเข้ามาในตลาดหุ้นไทยอย่างต่อเนื่อง

“อยากให้นักลงทุนเลือกหุ้นที่มีปันผลดี พื้นฐานแข็งแกร่งไว้ก่อน แต่อย่าให้ระบุเป็นรายตัวเลยเอาเป็นว่าใครชอบตัวไหน คิดแล้วว่าลงทุนแล้วคุ้มค่าก็เลือกตามสะดวก” ดร.นิเวศน์ ยังแนะนำให้ลงทุน

ทางด้านเซียนหุ้นเก็งกำไร “เสี่ยป๋อง” วัชระ แก้วสว่าง มองว่าแม้หุ้นจะบวกมาค่อนข้างมากแล้ว แต่ตลาดหุ้นยังอยู่ในช่วง “ขาขึ้น” ต่อไปได้อีก เพราะยังมีหุ้นบิ๊กแคปบางตัวราคายัง “ถูกมาก” (ลากเสียงยาว) เมื่อเทียบกับ P/E ณ ปัจจุบัน เท่ากับว่าโอกาสที่จะปรับตัวเพิ่มขึ้นยังมีอยู่ เว้นเสียแต่ว่ามีเรื่องเซอร์ไพรส์ ขณะเดียวกันเงินต่างชาติคงไหลเข้าตลาดหุ้นไทยต่อเนื่อง

“ที่ผ่านมามีคนพูดว่า SET Index สิ้นปี 2553 อาจขึ้นไปถึง 1,000 จุด ซึ่งผมก็เชื่อว่ามีความเป็นไปได้ เพราะดูจากกราฟหุ้นพลังงาน และแบงก์ ยังมีโอกาสทะยานได้อีกไกล ยิ่งถ้าเรื่องมาบตาพุดได้บทสรุปในแบบสวยงามรับรองหุ้นพลังงานวิ่งคล่องตัว แน่นอน” เสี่ยป๋อง ฟันธง

นักลงทุนพันล้าน “เสี่ยปู่” สมพงษ์ ชลคดีดำรงกุล บอกว่า ส่วนตัวไม่ค่อยสนใจดัชนีเท่าไร แต่เท่าที่ดูทิศทางแล้วบอกได้คำเดียวว่าหุ้นที่อยู่ในมือตอนนี้ยังคง “ถือต่อไป”? ไม่ว่าจะเป็นสยามแก๊ส แอนด์ ปิโตรเคมีคัลส์ (SGP) อินเตอร์ไฮด์ (IHL) สมบูรณ์ แอ๊ดวานซ์ เทคโนโลยี (SAT) และอมตะ คอร์ปอเรชัน (AMATA)

“ต่างชาติคงทยอยเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทยมากขึ้น ฉะนั้นถือเป็นโอกาสที่ดีของนักลงทุนที่จะเข้ามาก่อนตกขบวนรถไฟเที่ยวนี้” เสี่ยปู่ แสดงความเห็น

Bangkok BizNews

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *