หุ้น ยูบิลลี่ (JUBILE)

Jubilee ผู้พลิกโฉมวงการค้าปลีกเพชรเมืองไทย ต้องนับว่าเป็นความหาญกล้าของทายาทรุ่นที่ 3 ของตระกูลพรประกฤต ที่นำ ยูบิลลี่ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ และในปัจจุบันนี้ก็ถือเป็นบริษัทค้าปลีกเพชรเพียงบริษัทเดียว ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai)

ที่ว่ากล้าก็เพราะในอดีตนั้น การค้าขายเพชรไม่ใช่ธุรกิจที่จะเปิดเผยอย่างโปร่งใสนัก ทั้งในเรื่องต้นทุน กำไร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ?ภาษี?และเพชรยูบิลลี่ (Jubilee) หรือชื่อย่อในตลาดหุ้นว่า JUBILE ก็ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า การออกมายืนกลางแสงไฟ ให้ทุกฝ่ายเข้าถึงข้อมูลอย่างโปร่งใส ยิ่งทำให้เพชรเม็ดนี้เป็นประกายแวววาวยิ่งขึ้นจากรายได้ 500 กว่าล้านบาท เมื่อ 3 ปีที่แล้ว ขยับขึ้นมาเป็น 1,000 กว่าล้านบาทในปีนี้ ย่อมสะท้อนให้เห็นแสงที่เปล่งประกายดังว่านั้น

หากย้อนกลับไปกว่า 80 ปี ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของเพชรยูบิลลี่ ได้สั่งสมความเชี่ยวชาญด้านการทำธุรกิจร้านเพชรจากรุ่นสู่รุ่น ที่เริ่มต้นธุรกิจร้านเพชรที่ย่านสะพานเหล็ก สู่การเป็นผู้บุกเบิกธุรกิจค้าปลีกเพชรกะรัตและเครื่องประดับเพชรผ่านเคาน์เตอร์ ด้วยคุณภาพสินค้า พนักงานขายที่มีประสบการณ์ที่พร้อมให้คำแนะนำการเลือกซื้อเพชรแก่ลูกค้า และการดีไซน์สินค้าที่เป็นที่ยอมรับ พร้อมใบรับประกันสินค้า เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่มีผลต่อการพลิกโฉมวงการค้าปลีกเพชรในรูปแบบเดิมๆ ส่งผลให้ ?เพชรยูบิลลี่? ก้าวขึ้นเป็นผู้นำตลาดค้าปลีกเพชรผ่านช่องทางเคาน์เตอร์ ด้วยจำนวนสาขามากกว่า 80 สาขาทั่วประเทศ

ด้วยวิสัยทัศน์ของบริษัทฯ ที่ริเริ่มสร้างสรรค์นวัตกรรม เพื่อสร้างมาตรฐานของเพชร ที่คำนึงถึงคุณภาพ การมอบบริการที่ประทับใจเพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า ด้วยการลงมือสิ่งใหม่ๆ เพื่อเปลี่ยนแปลงวงการค้าปลีกเพชรในรูปแบบเดิมๆ โดยอาศัยประสบการณ์ความเชี่ยวชาญในธุรกิจที่ถ่ายทอดจากประสบการณ์ ทำให้เพชรยูบิลลี่มีศักยภาพ ความพร้อมและเข้าใจถึงตลาดค้าปลีกเพชรในประเทศไทยได้เป็นอย่างดี

หากไม่นับรวมร้านค้าเพชรดั้งเดิมของบรรพบุรุษรุ่นที่ 1 และ 2 ของตระกูลพรประกฤต ปฐมบทการพลิกโฉมวงการค้าปลีกเพชรกะรัตและเครื่องประดับเพชรในไทยที่เราเห็นทุกวันนี้ อาจกล่าวว่าได้เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2536 ซึ่ง บริษัทยูบิลลี่ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด ได้กำเนิดขึ้นด้วยทุนจดทะเบียน 10 ล้านบาท เพื่อดำเนินธุรกิจค้าปลีกเพชรผ่านเคาน์เตอร์ ซึ่งเปิดสาขาแรกที่ห้างเยาฮัน เมื่อปี 2537? ก่อนเร่งขยายสาขาในห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั้ง เซ็นทรัล ห้างเดอะมอลล์ ห้างโรบินสัน เทสโก้โลตัส บิ๊กซี รวมถึงห้างสรรพสินค้าท้องถิ่น รวมถึงสาขาในลักษณะคล้ายแฟรนไชส์ที่บริษัทฯ ได้เปิดให้นักลงทุนที่สนใจเข้าร่วมลงทุน ทำให้เพชรยูบิลลี่มีสาขาครบ 50 สาขาภายในปี 2549 และเพิ่มเป็น 86 สาขาในปัจจุบัน โดยปีนี้ตั้งเป้าเปิดให้ครบ 95 สาขา

?จุดเริ่มต้นของเรา ก็เหมือนร้านเพชรรายอื่นๆ ที่มีร้านเพชรแถวสะพานเหล็ก ซึ่งถือเป็นย่านที่มีการค้าเพชรกะรัตและเครื่องประดับเพชรที่ใหญ่สุดในไทย ลูกค้าที่อยากซื้อเพชรต้องมาที่ย่านนี้เท่านั้น รูปแบบการขายก็เหมือนกันทุกร้าน ที่เจ้าของธุรกิจคอยให้คำแนะนำแก่ลูกค้า ถึงวิธีการเลือกซื้อเครื่องเพชรแต่ละชิ้น แต่เรามองเห็นว่าตลาดเพชรในไทยยังเติบโตได้อีกมาก จึงเล็งเห็นโอกาสขยายธุรกิจไปยังช่องทางขายรูปแบบเคาน์เตอร์เพชรที่อยู่ในห้างสรรพสินค้า ซึ่งเป็นเรื่องใหม่และยังไม่เคยมีใครทำมาก่อน ส่งผลให้เพชรยูบิลลี่มีความโดดเด่นเหนือคู่แข่ง ด้วยจำนวนสาขาที่เพิ่มขึ้นทุกปี และถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงรูปแบบค้าปลีกเพชรเมืองไทย? นายวิโรจน์ พรประกฤต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ยูบิลลี่ เอ็นเตอร์ไพรส์ กล่าว

จากความสำเร็จดังกล่าว ส่งผลให้ บริษัทฯ ตัดสินใจเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยออกหุ้นเพิ่มทุนขายให้กับผู้ลงทุนทั่วไป และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2552

?เราถือเป็นผู้ประกอบการค้าปลีกเพชรกะรัตและเครื่องประดับเพชรเพียงรายเดียว ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์? mai ซึ่งการจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ นั้น เป็นการตอกย้ำให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาธุรกิจค้าปลีกเพชรกะรัตและเครื่องประดับเพชรของเรา ที่ต้องการเป็นผู้นำตลาดค้าปลีกเพชรในไทย ตลอดจนช่วยสร้างความเชื่อมั่นต่อตราสินค้าให้แก่ผู้บริโภค ว่าเรามีคุณภาพสินค้าที่ดี และสามารถสร้างการยอมรับจากผู้บริโภคได้มากยิ่งขึ้น? นายวิโรจน์ กล่าว

หลังจากเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ? บริษัทฯ ได้เร่งเพิ่มศักยภาพการทำตลาด ภายใต้วิสัยทัศน์ ที่เน้นสร้างความแปลกใหม่ให้แก่วงการอย่างต่อเนื่อง โดย? ?เพชรยูบิลลี่? เป็นผู้ริเริ่มให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรทางด้านพนักงานขายเพชรให้เกิดขึ้นในตลาดเมืองไทย เพื่อทำหน้าที่แนะนำข้อมูลเพชรให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์การใช้งานและบุคลิกของผู้สวมใส่ จากเดิมที่เป็นลักษณะของเจ้าของธุรกิจเป็นผู้ให้ข้อมูล การปรับเปลี่ยนรูปแบบดังกล่าว ทำให้เกิดการสร้างมาตรฐานการซื้อเพชรให้แก่วงการ

นอกจากนี้ เพชรยูบิลลี่ยังเป็นผู้ประกอบการรายแรกๆ ที่ออกใบรับประกันสินค้าให้แก่ลูกค้าทุกชิ้น โดยเริ่มจากใบรับประกันคุณภาพสินค้า HRD (Hoge Raad voor Diamant) Certificate จากสถาบัน Diamond High Council ประเทศเบลเยี่ยม ในปี 2550 และในปี 2551 ออกใบรับประกันจากสถาบัน GIA หรือ Gemological Institute of America ทำให้กลุ่มลูกค้าเดิมมีความมั่นใจในการเลือกซื้อเพชรกะรัตและเครื่องประดับเพชรมากขึ้น และยังช่วยขยายให้ลูกค้าใหม่ที่ไม่ค่อยรู้เรื่องเพชรมีความเชื่อมั่นในการเลือกซื้อสินค้ามากขึ้นอีกด้วย

?เพชรยูบิลลี่? ยังได้ยกระดับมาตรฐานสินค้าเครื่องกะรัตและเครื่องประดับเพชรให้ทัดเทียมกับนานาชาติ โดยการคัดสรรวัตถุดิบจากแหล่งเพชรจาก Sight holder เมืองแอนท์เวิร์ป ประเทศเบลเยี่ยม ซึ่งเป็นศูนย์กลางการเจียระไนเพชรที่ดีที่สุดหนึ่งในห้าของโลก มาสร้างสรรค์เป็นชิ้นงานคอลเลคชั่นต่างๆ ของเพชรยูบิลลี่ ที่ผ่านจาการทำวิจัยพฤติกรรมผู้บริโภค เพื่อพัฒนาชิ้นงานด้วยดีไซน์ รวบรวมความเป็นเลิศทั้งด้านตัวผลิตภัณฑ์ การเจียระไนเพชร และงานดีไซน์ ตอบโจทย์ความต้องการลูกค้า โดยมีคอลเลคชั่นที่เป็นหัวหอกในการทำตลาดได้แก่ คอลเลคชั่น The Excellence ที่เลือกใช้เพชร D color สีขาวบริสุทธิ์ น้ำ100% ผ่านการเจียระไนที่เป็นเลิศระดับ Triple Excellent: 3EXcut-graded diamonds

จากความมุ่งมั่นในการพัฒนาตนเองดังกล่าว? ทำให้เพชรยูบิลลี่ได้รับการคัดเลือกให้รับรางวัล ?ใบโพธิ์ บิสิเนส อวอร์ด บาย ศศินทร์? (Bai po Business Awards By Sasin) ถึง 3 รางวัล คือ ด้านการสร้างสรรค์นวัตกรรม (Innovation) ด้านการมีคุณภาพสูงในสินค้าและบริการ (Quality) และด้านการสร้างตราสินค้า (Branding) ซึ่งรางวัลเหล่านี้ถือเป็นรางวัลเกียรติยศที่สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ร่วมกันจัดขึ้น เพื่อยกย่องผู้ประกอบการไทยที่ประสบความสำเร็จในการสร้างความแตกต่างให้ธุรกิจได้อย่างโดดเด่น ก่อให้เกิดมาตรฐานที่ดี และมีผลเป็นแรงผลักดันเศรษฐกิจไทยให้เติบโตในระยะยาว

?การดำเนินธุรกิจของเพชรยูบิลลี่ ที่เป็นผู้บุกเบิกวงการค้าปลีกเพชรผ่านเคาน์เตอร์ ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อวงการค้าปลีกเครื่องประดับเพชรในประเทศไทยเป็นอย่างมาก เริ่มจากโจทย์ที่เรามองว่าตลาดค้าปลีกเพชรในเมืองไทยยังเติบโตได้อีกมาก เราจึงได้ริเริ่มสร้างระบบค้าปลีกเพชรในรูปแบบเคาน์เตอร์ตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำ พร้อมๆ กับการพัฒนาบุคลากรทางด้านวิชาชีพที่เป็นพนักงานขายเพชรให้เกิดขึ้นในตลาดเมืองไทย และการออกใบรับประกันคุณภาพสินค้า ซึ่งสิ่งเหล่านี้ ล้วนเป็นความสำเร็จที่สำคัญที่มีผลต่อการเปลี่ยนวงการค้าปลีกเพชรและมีผลต่อการผลักดันให้แบรนด์เพชรยูบิลลี่ ก้าวสู่การเป็นแบรนด์เพชรชั้นนำเทียบเท่ากับแบรนด์เพชรในระดับนานาชาติ? นายวิโรจน์ กล่าว
ผู้บริหารเพชรยูบิลลี่ได้ประกาศวิสัยทัศน์ในระยะ 3 ? 5 ปีนี้ว่าจะเป็นบริษัทเพชรอันดับหนึ่งในประเทศไทย ที่อยู่ใน Top of Mind Brand โดยบุคคลที่มีบทบาทสำคัญในการทำวิสัยทัศน์นี้ให้เป็นจริงคือทายาทรุ่นที่ 4 ?อัญรัตน์ พรประกฤต? ซึ่งบอกกับสื่อมวลชนและผู้ที่เกี่ยวข้องในหลายวาระ หลายโอกาสว่าจะต้องทำสิ่งนี้ให้เกิดขึ้นให้ได้ นั่นคือ ?เมื่อไรก็ตามที่ผู้บริโภคนึกถึงเพชรคุณภาพ ต้องนึกถึงเพชรยูบิลลี่?

บทบาทของ Jubilee ต่อจากนี้ จึงน่าจับตาเป็นที่ยิ่ง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *