มุมมองนักวิเคราะห์ กูรู

หุ้น ADVANC DTAC TRUE 2554

สองหุ้นมือถือ ADVANC-DTAC ธุรกิจอยู่ในช่วง Cash Cow (วัวนม) จ่ายปันผล ‘หนักสุดๆ’ บนความเสี่ยงถูกคู่สัญญาสัมปทานฟ้อง ส่วน TRUE กำลังอยู่ใน Growth Story ที่ High Risk..High Return

สองหุ้นมือถือ บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) และ บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) จ่ายปันผลกันเต็มเหนี่ยว เอไอเอสจ่าย เกิน 100% ของกำไรสุทธิ ทางด้านดีแทคปีที่ผ่านมาจ่าย 70% แต่ปีนี้มีสิทธิจ่าย 100% ของกำไรสุทธิ? แต่ความเสี่ยงสำคัญยังอยู่ที่การถูกคู่สัญญาอย่างทีโอทีและ กสท จ้องเรียกเก็บค่าปรับจากการแปลงสัญญาสัมปทานย้อนหลัง

วิเชียร เมฆตระการ หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ผู้บริหาร? บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส เปิดเผยแผนธุรกิจปี 2554 คาดว่ารายได้รวมปีนี้ไม่รวมค่าเชื่อมโยงโครงข่ายสุทธิ (IC) น่าจะเติบโต 4% เทียบเท่าอุตสาหกรรมที่คาดว่าจะโต 4% เช่นกัน ขณะที่จำนวนเลขหมายใหม่จะคงรักษาตามมาร์เก็ตแชร์ 50% จากคาดการณ์ว่าปีนี้จะมีเลขหมายใหม่ 2-3 ล้านเลขหมาย

แม้จำนวนผู้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่จะไม่โตขึ้นมากแต่กำลังสำคัญในการขับ เคลื่อนธุรกิจคือการใช้งานดาต้าซึ่งปีที่ผ่านมาภาพรวมตลาดมีการเติบโตถึง 100% ส่วนของเอไอเอสเองมีลูกค้าที่ใช้บริการดาต้า 7.5 ล้านราย ปีที่แล้วมีผู้ใช้งานผ่านสมาร์ทโฟนเติบโต 200% ปีนี้คาดว่าภาพรวมน่าจะเติบโตได้ถึง 25-30% และจะมีการจำหน่ายมือถือสมาร์ทโฟนถึง 2 ล้านเครื่อง

แผนงานของเอไอเอสในปี 2554 จึงมุ่งเน้นที่การใช้งานดาต้าโดยใช้กลยุทธ์ Quality DNAs ประกอบด้วย Device, Network, Application และ services? นำเสนอประสบการณ์ใช้งานดาต้าผ่านอุปกรณ์สื่อสารอย่างสมาร์ทโฟนและแทบเล็ต พัฒนาแอพพลิเคชั่น เช่น คลิปข่าว ข้อมูลไลฟ์สไตล์ร่วมกับพันธมิตรเพื่อนำเสนอคอนเทนท์สู่ผู้ใช้งานง่ายขึ้น

ด้านงบประมาณลงทุนในปีนี้ตั้งไว้ที่ 10,000 ล้านบาท จะเน้นไปที่การพัฒนาเครือข่ายทั้งระบบสองจีและสามจีบนคลื่นความถี่เดิมระบบ 900 เมกะเฮิรตซ์ โดย 7,500 ล้านบาทจะนำไปขยายคลื่นความถี่เพื่อบริการดาต้าของระบบสองจีรองรับการใช้งาน ของลูกค้าที่กำลังเริ่มต้นใช้สมาร์ทโฟน ส่วนอีก 2,500 ล้านบาทจะนำไปขยายโครงข่ายสามจีบนคลื่นความถี่เดิมให้เสร็จภายในไตรมาสสาม รวมถึงติดตั้งไวไฟในเขตกรุงเทพคาดว่าจะเสร็จในไตรมาสสอง

?สามจีบนคลื่นความถี่เดิมเราสามารถจัดเก็บรายได้ได้แต่ยังไม่มีเป้า ชัดเจนขอดูตัวเลขที่เข้ามาก่อนแต่เรามีคนรอใช้อยู่แล้ว 2 ล้านราย เรายังสนใจที่จะทำเอ็มวีเอ็นโอระบบสามจี 2.1 กิกะเฮิรตซ์ของทีโอทีด้วยโดยได้สมัครไว้แล้ว?

วิเชียร ยอมรับว่าการลงทุนสามจีบนความถี่เดิมถือเป็นความเสี่ยงและอาจไม่คุ้มค่า เพราะอายุสัมปทานของเอไอเอสกำลังจะหมดลงแต่มีความจำเป็นต้องทำ คู่แข่งเรา (ดีแทค) เขาก็ไม่อยากทำเพราะทำไปก็เก็บเงินไม่ได้ แต่ก็ต้องทำเพราะการใช้งานดาต้ากำลังเติบโตดีซึ่งเป็น Growth Story ถึงอย่างไรนี่เป็นเพียงแผนชั่วคราวเรายังรอคอยการประมูลสามจีไลเซ่นใหม่ของ กสทช.มากกว่า

ส่วนเงินทุนจะใช้กระแสเงินสดภายในบริษัทเป็นหลักโดยไม่จำเป็นต้องกู้เงิน แต่บริษัทจะทำการรักษาระดับเงินกู้เอาไว้เพื่อไม่ให้หนี้ต่อทุนต่ำเกินไปจาก ปัจจุบันมีสถานะเงินสดสุทธิ ส่วนการออกหุ้นกู้ปีนี้ยังไม่จำเป็นแต่ถ้ามีการประมูลสามจีไลเซ่นใหม่เกิด ขึ้นถึงจะพิจารณาอีกครั้ง

วิเชียร กล่าวอีกว่า EBITDA Margin ของบริษัทในปี 2554 น่าจะอยู่ที่ 45% ลดลงจากปีที่แล้วซึ่งอยู่ที่ 46.8% เนื่องจากต้นทุนดำเนินงานเพิ่มขึ้นและรายได้ค่าเชื่อมโยงโครงข่ายลดลงจาก 400 ล้านบาท เป็น 300 ล้านบาท รวมถึงค่าใช้จ่ายการตลาดจะเพิ่มขึ้นเป็น 3% ของรายได้รวมจากปีที่แล้วอยู่ที่ 2.5%

ถามถึงการจ่าย ?ปันผลพิเศษ? ในปี 2554 ซึ่งในปี 2553 ที่ผ่านมา เอไอเอสมี กำไรสุทธิ 20,547 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิต่อหุ้น 6.93 บาท แต่จ่ายเงินปันผลออกมาสูงถึงหุ้นละ 12.92 บาท โดยได้จ่ายเงินปันผลไปแล้วในอัตราหุ้นละ 9 บาท โดยแบ่งเป็นเงินปันผลระหว่างกาล 3 บาท และเงินปันผลพิเศษ 6 บาท คงเหลือเงินปันผลจ่ายหุ้นละ 3.92 บาท

วิเชียร กล่าวถึงประเด็นนี้ว่า ยังบอกไม่ได้และยังไม่มีนโยบายที่ชัดเจนเรื่องจ่ายปันผลพิเศษ ส่วนเรื่องที่ถูกทีโอทีสั่งให้จ่ายค่าปรับจำนวน 73,812 ล้านบาท ได้นำข้อพิพาทยื่นต่ออนุญาโตตุลาการไปแล้วคงต้องไปสู้กันในกระบวนการ ยุติธรรม แต่ถ้ามีการเปลี่ยนสัญญาสัมปทานต้องจ่ายคืนให้ทีโอทีเพิ่มจาก 20% เป็น 30% คงกระทบต่อรายได้ที่ลดลงต่อปี 10%

?เราไม่ได้ประเมินกรณีเลวร้ายสุด (ต้องจ่าย) จะเป็นอย่างไรยังไม่จำเป็นต้องเตรียมตัวอะไรแต่เราก็มีกระแสเงินสดระดับสูง เพียงพอ ประเด็นพวกนี้เป็นการเก็งกำไรราคาหุ้น ขอให้นักลงทุนอย่าหวั่นไหวเป็นแมลงเม่า? วิเชียรเตือนเพราะเรื่องนี้อีกนานไม่จบง่ายๆ

ทอเร่ จอห์นเซ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น ผู้เล่นหมายเลขสองในตลาดมือถือ กล่าวว่า ปี 2553 ที่ผ่านมาดีแทคสามารถทำผลงานได้ “เกินเป้า” โดยมีรายได้เติบโต 10.1% จากเดิมคาดเป็นตัวเลขหลักเดียว สร้างกระแสเงินสดได้ 21,500 ล้านบาทจากเป้าเดิม 17,000 ล้านบาท มีผู้สมัครใหม่ 2 ล้านรายจากเดิมคาดว่า 1.5 ล้านราย และมีกำไรสุทธิ 10,900 ล้านบาทสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์

ประเด็นที่น่าสนใจคือการเติบโตของรายได้จากบริการดาต้าโตขึ้น 19.1% การใช้งานเพิ่มขึ้น 108% จำนวนคนใช้เพิ่มขึ้น 34% คิดเป็นสัดส่วนรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 15% จาก 12.8% ในปีที่แล้ว บวกกับการคุมต้นทุนทำให้ EBITDA margin เพิ่มจากปีที่แล้ว 30% เป็น 35% ทอเร่ กล่าว

กลยุทธ์ในปี 2554 ดีแทคจะ มุ่งเน้นขยายคลื่นความถี่เพื่อรองรับการขยายตัวของการใช้งานดาต้าซึ่งยังมี สัดส่วนเพียงแค่ 3% ของผู้ใช้มือถือทั้งหมดโอกาสเติบโตจึงยังมีอีกมาก โดยงบประมาณลงทุนปีนี้จะใช้ 6,000-7,000 ล้านบาท แบ่งเป็นการ Swap Network จำนวน 10,359 ไซต์ทั่วประเทศรองรับการขยายตัวของการใช้งานดาต้าและคุณภาพสัญญาณที่ดีขึ้น รวมถึงสามจีบนความถี่เดิมระบบ 850 เมกะเฮิรตซ์ และจะเพิ่มให้เป็น 20,000 ไซต์ทั่วประเทศภายในสองปี เป็นการสวอปเครือข่ายครั้งใหญ่ที่สุดของกลุ่มเทเลนอร์ คาดว่าจะใช้เงินลงทุนเกิน 1,000 ล้านบาท นอกจากนี้ยังลงทุนติดตั้งไวไฟและเสาสัญญาณสามจีความถี่ 850 เมกะเฮิรตซ์ 1,220 ไซต์ในกรุงเทพล่าสุดได้รับอนุญาตให้เก็บรายค่าบริการเชิงพาณิชย์ได้แล้ว

เรื่องที่คุณอาจสนใจ  สะสมไวน์ กับ การลงทุน

?เรามองการบริการดาต้าเป็นสงครามที่แท้จริง แม้ทรูจะได้ทำสามจีเอชเอสพีเอก่อนแต่คงต้องใช้เวลาติดตั้งโครงข่ายและถ่าย โอนลูกค้าอีกพักหนึ่ง คิดว่าการแข่งขันไม่น่าจะห่างกัน (ทรู-ดีแทคจะเปิดให้บริการ 3จี พร้อมๆ กันในเดือนเมษายน 2554) เป้าหมายของเราปีนี้รายได้เติบโตเลขตัวเดียวกลางๆ สร้างกระแสเงินสด 17,000 ล้านบาท รักษามาร์เกตแชร์ผู้สมัครใหม่ 20% จากทั้งหมด 3-4 ล้านราย? ทอเร่กล่าว

วัณนา พรสินสิริรักษ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มการเงินและบัญชี บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่นกล่าวว่าบริษัทกำลังปรับโครงสร้างเงินทุนจากตอนนี้มีสถานะเงิน สดสุทธิในมือ 12,600 ล้านบาทจึงต้องการให้มีหนี้ในระดับที่เหมาะสม ซึ่งการจ่ายเงินปันผลเป็นหนึ่งในวิธีที่พิจารณา

ปัจจุบันบริษัทมีหุ้นกู้สกุลเงินบาท 5,000 ล้านบาทที่จะหมดอายุในเดือนสิงหาคม ส่วน 3,000 ล้านบาทแรกจะเกี่ยวพันกับนโยบายการจ่ายปันผลถ้าหนี้ก้อนนี้หมดไปอาจปรับ นโยบายการจ่ายปันผลเป็น 100% ของกำไรสุทธิคืนแก่ผู้ถือหุ้นยกเว้นเกิดการลงทุนสามจีไลเซ่นใหม่ แต่ถ้าเป็นสามจีคลื่นเดิมก็ไม่จำเป็น

ดีแทคมีมติให้จ่ายเงินปันผลงวดปี 2553 ในอัตรา 3.21 บาทต่อหุ้น คิดเป็น 70% ของกำไรสุทธิ เพิ่มเติมจากเงินปันผลระหว่างกาลที่จ่ายไปแล้ว 0.56 บาทต่อหุ้น ในเดือนพ.ย. 2553 ดังนั้นรวมทั้งปีจ่ายเงินปันผล 3.77 บาทต่อหุ้น

เธอกล่าวอีกว่าปีนี้คงยากที่จะสร้างระดับกำไรสุทธิให้เท่าเดิมเนื่องจาก ไตรมาส 4 จะต้องจ่ายส่วนแบ่งสัมปทานให้กับ กสท เพิ่มจาก 25% เป็น 30% และคงไม่สามารถลดต้นทุนดำเนินงานซึ่งเป็นค่าพลังงานและเน็ตเวิร์คลงได้เยอะ กว่านี้อีก เป้าหมายขอรักษาระดับ EBITDA Margin ให้อยู่ในระดับเดิม ส่วนกรณีเลวร้ายสุดที่ต้องจ่ายค่าปรับให้กับ กสท เชื่อว่าจะไม่มีปัญหาจากการมีกระแสเงินสดสุทธิที่เพียงพอ

‘ทรู คอร์ปอเรชั่น’ Growth Story บนเกมเสี่ยง

ภายหลังบริษัทย่อยของ บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้แก่ บริษัท เรียล มูฟ จำกัด และ บริษัท เรียล ฟิวเจอร์ จำกัด เข้าซื้อ “ฮัทช์” ของบริษัทในกลุ่มฮัทชิสัน ฮ่องกง ความสำเร็จในครั้งนี้ส่งผลให้บริษัทย่อยเป็นผู้ให้บริการ 3G บนเทคโนโลยี HSPA ได้ทั่วประเทศ ซึ่งจะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในช่วง 2-3 เดือนนับจากนี้ แม้ยังเป็นที่ถกเถียงในเรื่องข้อสัญญาระหว่าง กสท กับทรู และมีการเอื้อประโยชน์ทางการเมืองอย่างเด่นชัด

ศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่? บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น คาดว่าแผนการลงทุนระบบ HSPA ครั้งนี้ภายในสามปีจะต้องใช้เงินลงทุนกว่า 20,000 ล้านบาท ทรูได้กู้เงินจากธนาคารไทยพาณิชย์ 15,000 ล้านบาท โดย 6,300 ล้านบาทแรกเพื่อใช้ซื้อกิจการฮัทช์ที่เหลือประมาณ 9,000 ล้านบาทจะใช้เป็นทุนหมุนเวียนและลงทุนอัพเกรดโครงข่ายภายในสามปี ซึ่งอาจจะต้อง ?กู้เพิ่ม?

ช่วงแรกยังไม่สามารถเก็บเงินได้แต่จะมีรายได้จากลูกค้าส่วนของฮัทช์จำนวน 8-9 แสนราย ปีละ 4,500-5,000 ล้านบาท รายได้ของทรูมูฟก็จะเพิ่มจาก 25,000 ล้านบาท เป็น 30,000 ล้านบาท

อย่างไรก็ตามสถานะการเงินของทรูยัง ?น่าเป็นห่วง? เพราะบริษัทมีหนี้สินจำนวนมหาศาลถือเป็นความเสี่ยงกับรายได้ช่วงปีแรกที่ยัง เข้ามาแบบไม่เต็มที่ แผนการขั้นต่อไป เจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์ วางไว้ยังต้องมีการ ?เพิ่มทุน? เป็นอีกหนึ่งทางเลือก จากปี 2552 ทรูได้ขายหุ้นเพิ่มทุน 10,000 ล้านหุ้น ซึ่งขายออกเพียงแค่ 3,273 ล้านหุ้นในส่วนของกลุ่มซีพีรับซื้อเกือบจะรายเดียว ส่วนที่เหลือ 6,700 ล้านหุ้นอาจถูกขุดขึ้นมาขายอีกครั้ง ขณะที่แผนการนำทรูมูฟเข้าตลาดหุ้นคงเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกเช่นกัน

ปีที่แล้วราคาหุ้น TRUE เคยถูกฉุดขึ้นไป 7.80 บาท โดยมีสตอรี่สามจีเป็นตัวหนุน แต่สุดท้ายรายย่อยต้องเจ็บตัวกับหุ้นตัวนี้หลายต่อหลายครั้ง จับตาหมากตาต่อไปของเจ้าสัวธนินท์อาจเลือกเดินเกมผ่านกระดานหุ้นอีกครั้ง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *