บทความโตโร่บทวิเคราะห์หุ้น

หุ้น KTC ดาวเด่น กลุ่มไฟแนนซ์

บทความเขียนโดย

หากพูดถึงบัตรเครดิต เรียกว่า ทุกธนาคารต่างก็เข็นโปรโมชั่นร่วมกับ ร้านค้าต่างๆ เพื่อดึงดูดใจลูกค้าให้เปิดบัตรใหม่ ส่วนตัวผมเองก็มีอยู่หลายบัตรหลากหลายธนาคาร ขึ้นอยู่กับการนำไปใช้งานจับจ่ายด้านไหน วันนี้เลยอยากจะเขียนบทความเกี่ยวกับหุ้น KTC หรือ เป็นหุ้นที่เน้นธุรกิจบัตรเครดิต และสินเชื่อส่วนบุคคล ซึ่งเป็นบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นโดยผู้ถือหุ้นใหญ่คือ KTB ธนาคารกรุงไทย แล้ว KTC มันดีกว่าเจ้าอื่นๆ เหรอ? Citibank, Krungsri, Bangkok Bank, SCB, Kbank? หากพูดถึงด้านโปรโมชั่นต่างๆ ผมอาจจะตอบไม่ได้เพราะแต่ละบัตรแต่ละแบงค์ก็จะมีโปรออกมาเรื่อยๆ หากพูดถึงหุ้นแล้วหละก็ที่ต้องยก KTC มาคุยกันวันนี้ เนื่องจากหุ้นตัวนี้จดทะเบียนในตลาดเพื่อประกอบธุรกิจด้านนี้โดยตรง มันจะมีหุ้นอีกตัวหนึ่งก็คือ AEONTS หรือบัตรอิออน ที่สามารถเปรียบเทียบกันได้แบบง่ายหน่อย ส่วนบัตรอื่นๆ รายได้กำไรต่างๆ ไปรวมในส่วนของแบงค์ และหุ้นนั้นก็เป็นหุ้นธนาคารจะเทียบกับเลยต้องใช้กำลังหน่อย เพราะ ต้องแกะงบการเงินส่วนของธุรกิจบัตรเครดิตออกมาจากงบการเงินของแบงค์

ทำไมเลือก KTC? ไม่เลือก AEONTS? อันดับแรกผมมองถึงสภาพคล่องการซื้อขายของหุ้น KTC มูลค่าการซื้อขายต่อวันเฉลี่ย 400  ล้านบาทขึ้น ส่วน AEONTS จะต่ำกว่าร้อยล้าน ถ้ามองด้านการซื้อง่ายขายคล่อง กองทุนก็จะชอบตัวนี้มากกว่า เทรดได้ไม่ยาก อีกอย่างพื้นฐานของบริษัท KTC ค่อนข้างจะแน่นเพราะ backup คือ KTB ธนาคารกรุงไทย การตลาดภายในประเทศก็คงไม่ต้องบรรยายมาก ช่วงนี้เห็นราคาสร้างฐาน และเริ่มมีแนวโน้มราคาจะปรับขึ้นต่อเลยคิดว่าน่าจะมีประโยชน์กับนักลงทุนที่มองหาหุ้นเพื่อลงทุน อนาคตมีการเติบโต

รูปด้านล่างซ้าย คือ รายได้ของ KTC ในแต่ละปี หน่วยเป็นล้านบาท เราจะพบว่า 4 ปีที่ผ่านมารายได้เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แท่งสุดท้ายคือรายได้ Q1 ไตรมาสแรกของปีนี้เท่านั้น (สามเดือน) รายได้มาเกือบ 5,000 ล้านบาท หากมองไปถึงสิ้นปี เผลอๆ รายได้แตะ 20,000 ล้านบาท ดูเป็นเป้าหมายที่ทำได้ไม่ยากสำหรับ KTC

กราฟด้านขวา คือส่วนของกำไรสุทธิที่ KTC ทำได้ในแต่ละปี ปีที่แล้วกำไรสุทธิพุ่งไปเกินกว่า 5,000 ล้าน เรียกว่าอัตรากำไรดีมาก ปีนี้ไตรมาสแรกทำไปแล้วเกือบๆ 2,000 ล้าน คาดว่าทั้งปีน่าจะเกิน 6,000 ล้านได้

ผมจะพาไปดูถึงโครงสร้างรายได้ของบริษัทในรอบ 3 ปีที่ผ่านมากันนะครับ KTC มีรายได้หลักจากธุรกิจบัตรเครดิต และรายได้จากสินเชื่อบุคคล 60/40 เกือบครึ่งต่อครึ่ง มีรายได้จากดอกเบี้ย และค่าธรรมเนียมต่างๆ

เราจะพบว่าเป็นธุรกิจที่ทำกำไรดีมาก Margin เกิน 30% เราดูได้จากอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิต หรือดอกเบี้ยส่วนบุคคล สูงเกือบ 18% ต่อปี คิดดูว่าลูกค้าคนไหนผ่อนจ่ายก็อ่วมกันเลยครับ แต่เป็นสิ่งที่ดีสำหรับหุ้น KTC ผลตอบแทนในส่วนของผู้ถือหุ้น หรือ ROE สูงกว่า 30% เรียกว่าผู้ถือหุ้นคงยิ้มไม่หุบเลยทีเดียวครับ

อัตราการจ่ายปันผล 2-3% ต่อปีเรียกว่ามีน้ำย่อยให้กับนักลงทุนสม่ำเสมอ หากพิจารณาคร่าวๆ เพียงเท่านั้น นักลงทุนอาจจะพอได้คำตอบ หรือ เริ่มสนใจหุ้นตัวนี้ขึ้นมา ผมแนะนำว่าให้ศึกษาเพิ่มเติมอีกเล็กน้อยก่อนตัดสินใจว่าจะลงทุนหรือไม่นะครับ แต่ที่แน่ๆ KTC เป็นหุ้นดาวเด่นของปีนี้ และน่าจะต่อเนื่องไปอีกสัก 3-5 ปี ตราบใดที่ธุรกิจบัตรยังเดินหน้าขยายฐานลูกค้าต่อเนื่อง

ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เมื่อเร็วๆ นี้ KTC ได้ตั้งบริษัทย่อย เพื่อลุยธุรกิจสินเชื่อ Nano Finance ไปพัฒนาสินเชื่อในกลุ่มรายย่อยๆ เพื่อแข่งกับผู้เล่นหน้าใหม่ๆ ทุนจดทะเบียน 50 ล้านบาท น่าจะได้เห็นการเติบโตในอนาคตต่อไป

ขอให้ทุกคนโชคดีกับการลงทุนครับ