ข้อมูลพื้นฐานหุ้น

หุ้น TOG บริษัท ไทยออพติคอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

บริษัท ไทยออพติคอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (?บริษัทฯ?) เดิมใช้ชื่อว่าบริษัท ไทยโปลีเมอร์เลนส์ จำกัด ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2534?? เริ่มต้นทุนจดทะเบียน 20 ล้านบาท โดยกลุ่มตระกูลประจักษ์ธรรม เป็นบริษัทที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อขยายสายงานการผลิตเลนส์สายตาพลาสติก? จากเดิมที่กลุ่มตระกูลประจักษ์ธรรม มีธุรกิจผลิตเลนส์สายตากระจก ซึ่งดำเนินธุรกิจในนามบริษัท อุตสาหกรรมแว่นตาไทย จำกัดมานานกว่า 47? ปี บริษัทฯ ทำการผลิตและจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ โดยมีโรงงานตั้งอยู่ที่ 15/5 หมู่ที่ 6 ถนนบางบัวทอง-สุพรรณบุรี ตำบลละหาร อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี? บนเนื้อที่ประมาณ 20? ไร่
ในเดือนพฤษภาคม 2549 บริษัทฯ ได้รับการขึ้นทะเบียนจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ให้เริ่มทำการซื้อขายหลักทรัพย์ได้ โดยจัดอยู่ในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค หมวดของใช้ส่วนตัวและ เวชภัณฑ์? และใช้ชื่อย่อในการซื้อขายหลักทรัพย์ว่า ?TOG??? มีทุนจดทะเบียน 400 ล้านบาท ราคาหุ้นละ 2.80 บาท (ราคาPar อยู่ที่ 1 บาท)
จากนั้นในเดือนกันยายน 2551 ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นมีมติให้ขายหุ้นเพิ่มทุนแก่ผู้ลงทุนโดยเฉพาะเจาะจง (Specsavers Asia Pacific Holding Limited ? Specsavers ? ) จำนวน 68.75 ล้านหุ้น ราคาหุ้นละ 4 บาทรวมเป็นเงิน 275 ล้านบาท โดยได้ทำการจดทะเบียนเพิ่มทุนจาก 400 ล้านบาท เป็น 468.75 ล้านบาท ในวันที่ 23 กันยายน 2551 ซึ่งจุดประสงค์หลักในการเพิ่มทุนในครั้งนี้ก็เพื่อรองรับการผลิตที่ขยายโตขึ้น อีกทั้งเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งในอำนาจการแข่งขันและอำนาจการต่อรองในอนาคต
ปัจจุบันบริษัทฯ มีทุนจดทะเบียน จำนวน 475? ล้านบาท? เรียกชำระแล้ว 468.75 ล้านบาท คงค้างชำระอีก 6.25 ล้านบาท เนื่องจากเป็นการสำรองหุ้นสามัญที่จะออกให้แก่พนักงาน (ESOP Warrants)?? เพื่อรองรับการใช้สิทธิของใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัท??? โดยมีอัตราการใช้สิทธิ 1 หน่วยของใบสำคัญแสดงสิทธิต่อ 1 หน่วยหุ้นสามัญ ราคาใช้สิทธิเท่ากับ 2 บาทต่อหุ้นโดยผู้ถือใบสำคัญแสดงสิทธิสามารถใช้สิทธิได้ทุกวันที่ 1 กุมภาพันธ์ และ 1 สิงหาคม อายุของใบสำคัญแสดงสิทธิไม่เกิน 5 ปี นับจากวันที่ออกใบสำคัญแสดงสิทธิครั้งแรก โดยในปีแรกไม่สามารถใช้สิทธิได้ เริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่ปีที่ 2 ถึงปีที่ 5 และใช้สิทธิได้ครั้งละ 25% ต่อปี และสามารถสะสมการใช้สิทธิไปจนหมดอายุใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัทฯ
คณะกรรมการของบริษัทฯมีมติอนุมัติกำหนดวันออกและเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิในวันที่ 8 เมษายน 2552 ซึ่งบริษัทฯได้ทำการจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญดังกล่าวครบทั้งจำนวนแล้วในวันดังกล่าว? และสามารถใช้สิทธิได้ครั้งแรกในวันที่ 1 สิงหาคม 2553

สำหรับปี 2552 บริษัทฯ มีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการที่สำคัญ คือ

1.? บริษัทฯ ได้ซื้อที่ดินเพิ่มขึ้นเพื่อขยายพื้นที่โรงงานผลิตเลนส์? โดยก่อสร้างเป็นอาคารโรงงาน 4 ชั้น มีพื้นที่ใช้สอยทั้งหมด 6,000 ตารางเมตร? เพื่อย้ายสายการผลิตบางส่วนมาไว้ที่อาคารใหม่? และได้นำระบบ Lean manufacturing ??มาบริหาร? ซึ่งประมาณว่าจะทำให้ลดต้นทุนการผลิตได้ถึงร้อยละ 15 เป็นการรองรับปริมาณคำสั่งซื้อที่ประมาณว่าจะเพิ่มขึ้นจากพันธมิตรร่วมค้า? อาคารโรงงาน 4 ชั้นนี้สามารถเริ่มการผลิตในไตรมาสแรกของปี 2553

2. ส่วนพื้นที่โรงงานเดิม? จะมีการปรับปรุงใหม่ให้เหมาะสมกับสายการผลิตต่างๆ ในปี 2553

3. ได้ก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำทิ้งที่ทันสมัยขึ้น คือมีระบบการนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ในโรงงาน ทำให้สามารถประหยัดต้นทุนค่าน้ำ 5 บาทต่อลูกบาศก์เมตร

4.? บริษัทฯ ได้รับประกาศนียบัตร ISO 9001 : 2008? จาก The TUV CERT Certification Body of RWTUV Systems GmbH (?TUV CERT?) ในระบบคุณภาพการผลิตสินค้า

5.? บริษัทฯ ได้ออกผลิตภัณฑ์เลนส์ใหม่ ประเภท Sports Progressive เพื่อให้ผู้สวมใส่แว่นกันแดด สามารถทำแว่นสายตา ?Progressive?? ด้วยลักษณะของเลนส์ที่มีความโค้งเป็นพิเศษ สามารถนำไปประกอบกับกรอบแว่นกันแดดที่มีความโค้งได้ โดยลดการบิดเบือนของภาพ ทั้งยังสวมใส่สบายตาขณะที่อยู่???? กลางแดด

เป้าหมายการดำเนินธุรกิจ

บริษัทฯ และบริษัทย่อย มีเป้าหมายในการดำเนินธุรกิจในอนาคต? ดังนี้

1. ปรับปรุงโครงสร้างรายได้ของบริษัทฯ และบริษัทย่อย โดยไม่ทำการแข่งขันในด้านราคาสำหรับสินค้าประเภทเลนส์กระจก และเลนส์พลาสติกธรรมดา ในรูปแบบเลนส์ชั้นเดียว และเลนส์สองชั้น กับคู่แข่งอื่นๆ โดยจะลดการผลิตลงไปตามภาวะตลาด ซึ่งจะคงสายงานการผลิตไว้เพียงเพื่อรองรับคำสั่งซื้อจากลูกค้าให้บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีสินค้าครบทุกประเภทตามความต้องการเท่านั้น และหันไปเน้นการขยายตลาดสินค้าเลนส์ระดับ Premium ให้มากขึ้นทั้งเลนส์ธรรมดาในรูปแบบเลนส์หลายชั้นไร้รอยต่อ เลนส์เปลี่ยนสี เลนส์บางพิเศษ เลนส์กันแรงกระแทกสูง และ เลนส์สั่งฝนพิเศษ รวมถึงการเคลือบเคมีผิวแข็ง การเคลือบเคมีตัดแสงสะท้อน และการเคลือบเคมี?? ป้องกันน้ำเกาะผิวเลนส์ ที่เป็นสินค้ามูลค่าเพิ่ม ซึ่งสินค้าดังกล่าวมีการแข่งขันต่ำ ราคาต่อหน่วยสูง และมีกำไรขั้นต้นในระดับที่ค่อนข้างดี

2. ลดความสำคัญของรายได้จากการขายสินค้าอื่นๆ ที่บริษัทฯ ไม่ได้เป็นผู้ผลิตเอง โดยเน้นการขายสินค้าที่ผลิตเอง ซึ่งจะทำให้โครงสร้างรายได้ในส่วนนี้ในอนาคต คงเหลือเพียงค่าบริการขนส่งสินค้าในการส่งออก และการขายสินค้าที่เกิดระหว่างบริษัทฯ กับบริษัทย่อยเท่านั้น
3. ติดตามเทคโนโลยีของเลนส์สายตาใหม่ๆ ที่เริ่มออกสู่ตลาดโลก เพื่อทำการทดลองและพัฒนาเทคโนโลยีของบริษัทฯ และบริษัทย่อยให้ทันสมัย และสามารถออกผลิตภัณฑ์ใหม่ได้ทันความต้องการของตลาดโลกอยู่ตลอดเวลา พร้อมกับการออกแบบและพัฒนาแม่แบบแก้วเพื่อใช้ในการผลิตเอง

บทความที่ท่านอาจสนใจ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ  SC บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *