บทวิเคราะห์หุ้น

เงินหยวน กับ เศษรฐกิจและตลาดหุ้น

หยวนขยับ ถึงเวลาตลาดโลกปรับตัว

เมื่อจีนตัดสินใจเปิดไฟเขียวปรับค่าเงินหยวน ฤดูกาลและความเปลี่ยนแปลงของโลกก็เยื้องย่างมาถึง แม้ว่าจะคืบคลานมาอย่างช้าๆ และค่อยเป็นค่อยไป แต่ที่สำคัญความเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ย่อมมีทั้งผู้ได้และผู้เสีย

เมื่อจีนตัดสินใจเปิดไฟเขียวปรับค่าเงินหยวน ฤดูกาลและความเปลี่ยนแปลงของโลกก็เยื้องย่างมาถึง แม้ว่าจะคืบคลานมาอย่างช้าๆ และค่อยเป็นค่อยไป แต่ที่สำคัญความเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ย่อมมีทั้งผู้ได้และผู้เสีย

จีนยอมกัดฟันประกาศการเปลี่ยนแปลงปรับค่าเงิน หลังทนฟังเสียงพร่ำบ่นและข่มขู่จากหลายประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐที่ดูว่าจะส่งเสียงเรื่องนี้ออกมาดังมากที่สุดประเทศหนึ่ง

ทั้งนี้ มองกันในระยะยาวจีนมีความชัดเจนและมุ่งมั่นมากที่จะเดินหน้าไปสู่เป้าหมาย แห่งการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางเศรษฐกิจของประเทศตัวเองให้แกร่งและยิ่งใหญ่ แบบที่ไม่ต้องพึ่งพิง และโอนเอนไปตามความอ่อนไหวของเศรษฐกิจโลกโดยแท้จริง

การปรับค่าเงินหยวนอาจจะทำให้จีนบอบช้ำ เพราะนักลงทุนต่างชาติก็อาจจะต้องชั่งใจว่าจะหนีตีจากสวรรค์แรงงานราคาถูก อีกทั้งสินค้าจีนก็จะมีราคาสูงขึ้น เมื่อค่าเงินหยวนแข็งค่า แต่มองให้ไกลผลในระยะยาว การปรับหยวนคล้ายกับเป็นการเดินหมาก ?สร้างมังกรให้แกร่ง?

รัฐบาลปักกิ่งจะสามารถกระตุ้นอำนาจการซื้อและการบริโภคภายในประเทศได้ สำเร็จ โดยใช้ตัวเลขของประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลกให้เป็นประโยชน์ ซึ่งถ้าทำได้ตามเป้า มังกรก็จะผงาดในเวทีเศรษฐกิจอย่างยิ่งใหญ่และยั่งยืน

แต่ถ้ามองในช่วงระยะสั้นและระยะกลางการปรับหยวนในครั้งนี้ ประเทศที่ออกมาโวยวายเรื่องนี้เสียงดังที่สุด คงได้ประโยชน์ไปมากที่สุดสมใจ สหรัฐมีตัวเลขขาดดุลทางการค้าจากจีนอยู่สูงลิ่ว การขยับปรับหยวนขึ้นก็ทำให้สหรัฐได้มีโอกาสรอดพ้นจากวิกฤตนั้น

นอกจากนี้ ภาคการผลิตของสหรัฐประเภทเครื่องจักรขนาดใหญ่ รถยนต์ ไปจนถึงเครื่องบินจะได้รับผลประโยชน์ครั้งนี้อย่างเต็มที่ พิสูจน์ง่ายๆ จากตัวเลขเพียงช่วงไม่กี่เดือนก่อนหน้านี้ ที่รัฐบาลปักกิ่งพยายามเร่งเครื่องกระตุ้นการบริโภคมาระยะหนึ่งแล้ว ยอดขายเครื่องจักรหนักของบริษัทสัญชาติอเมริกันอย่าง แคตเตอร์พิลลาร์ (Caterpillar) ก็พุ่งสูงขึ้น
ยอดขายของรถยนต์จากค่ายเจนเนอรัลมอเตอร์ส (จีเอ็ม) เฉพาะในจีน ขายได้มากกว่า 1 ล้านคัน ทำให้จีนกลายเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดของค่ายผลิตรถยนต์ยักษ์ใหญ่ของสหรัฐไป แล้ว

ตลาดอาหารฟาสต์ฟู้ดอย่างแมคโดนัลด์ที่มีสาขาอยู่เฉพาะในจีนแผ่นดินใหญ่ กว่า 1,100 สาขา พิซซ่า ฮัท ที่มีมากกว่า 3.5 หมื่นสาขา ในจีนคงยิ้มรับข่าวดีไปเต็มๆ นี่ยังไม่รวมถึงบริษัทถ่านหินของสหรัฐที่พยายามแย่งส่วนแบ่งทางการตลาดจาก ออสเตรเลีย เจ้าตลาดยักษ์ใหญ่ โผเข้าจับจีนอีกอย่างมหาศาล

ดังนั้น แทบไม่ต้องจินตนาการเลยว่า ถ้าจีนหันมามุ่งเป้ากระตุ้นการบริโภคภายในประเทศอย่างจริงจัง ตัวเลขทางเศรษฐกิจของสหรัฐที่ทำเอานักลงทุนต่างลุ้นระทึกทุกครั้งที่มีการ ประกาศ คงกลับมาแข็งแกร่งเป็นเส้นคู่ขนานตามตัวเลขเงินหยวนที่แข็งขึ้น

อย่างไรก็ตาม ทางฝั่งเอเชียที่ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง นิยมผูกตัวเลขทางเศรษฐกิจของประเทศตนเองไว้กับดีมานด์ของโลกเป็นสำคัญ ก็ได้รับอานิสงส์จากโอกาสครั้งนี้อยู่ไม่น้อย

รัฐบาลประเทศต่างๆ ในเอเชียรวมทั้งไทย ซึ่งขณะนี้มุ่งมั่นปักธงชัยทางเศรษฐกิจไว้กับตัวเลขการบริโภคและการส่งออกไป ยังประเทศจีน ก็จัดให้อยู่ในกลุ่มของผู้มีชัยจากการปรับหยวน และไม่แปลกที่จะร้องเป็นเสียงเดียวกันว่าการปรับค่าเงินหยวนเป็นข่าวดี? นั่นเพราะจีนเป็นตลาดส่งออกที่ใหญ่ที่สุดสำหรับบรรดาสมาชิกอาเซียน ไม่ว่าจะเป็นมาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ เกาหลีใต้ ไต้หวัน รวมทั้งไทยเราเอง

อแมนโด เทแทงโค ผู้ว่าการธนาคารกลางของฟิลิปปินส์ ที่ออกมารับลูกการปรับค่าเงินหยวนอย่างชัดเจนถึงกลับใช้คำว่านี่เป็นนิมิต หมายที่ดีสำหรับการค้าภายในเอเชียและการเติบโตของเศรษฐกิจของประเทศ

นอกจากนี้ การปรับหยวนอาจจะส่งผลไปถึงเทรนด์ตลาดแรงงาน ซึ่งจีนอาจจะไม่ใช่สวรรค์แห่งแรงงานราคาถูกอีกต่อไปแล้ว เมื่อค่าเงินแข็งขึ้นต้นทุนของบริษัทต่างชาติที่หวังฟันผลกำไรจากราคาต้นทุน แรงงานที่ถูกก็อาจจะไม่สมใจ โดยเฉพาะบรรดาบริษัทผู้ผลิตสินค้าที่มีมูลค่าต่ำอย่างเช่น ของเล่น และสิ่งทอต่างๆ

ดังนั้น อินโดนีเซีย เวียดนาม ที่เป็นหนึ่งตลาดแรงงานราคาถูกแข่งกับตลาดจีน คงต้องเตรียมตัวตั้งรับเพื่อคว้าโอกาสนั้นไว้ ยามาฮ่า คอร์ป ซึ่งมีฐานการผลิตเปียโนในจีนและส่งออกไปยังฝั่งยุโรปและสหรัฐ ก็ต้องผวากับมูลค่าผลประกอบการที่ลดลง ตัวเลขประมาณการคร่าวๆ ถ้าหยวนขยับขึ้นไปราว 10% นั่นหมายถึงผลประกอบการของยามาฮ่าจะถูกหั่นลงไปถึงราว 800 ล้านเยนต่อปี

ยูนิโคล (Uniqlo) เสื้อผ้าแบรนด์ดังของญี่ปุ่นที่บุกตลาดทั้งในและต่างประเทศ มีสัดส่วนการผลิตราว 85% ในจีน ที่ตั้งรับข่าวนี้ด้วยการวิ่งหาฐานการผลิตไปยังประเทศอื่นๆ ราว 30% เพื่อกระจายลดต้นทุนที่สูงขึ้น

สอดคล้องกับนักวิเคราะห์หลายท่านที่ระบุเป็นเสียงเดียวกันว่า สินค้าที่ผลิตในจีนและส่งขายในสหรัฐ โดยเฉพาะเสื้อผ้าจะมีราคาแพงขึ้น และเป็นกลุ่มที่เสียหายมากที่สุดกลุ่มหนึ่งจากการปรับหยวนในครั้งนี้

ดูจากรายชื่อผู้กอบโกยและผู้สูญเสียจากความเปลี่ยนแปลงของค่าเงินแดน มังกรในครั้งนี้ เกมนี้คาดว่า นอกจากโลกคงมีโอกาสได้เห็นผู้นำสหรัฐออกมาชื่นชมการปรับค่าเงินหยวนแบบทันที ทันใด คาดว่าโลกอาจจะได้ยินข่าวดีจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่กระเตื้องขึ้นในอีกไม่ ช้า

ในขณะที่จีนอาจจะมีแต่เสียและเสียในเชิงตัวเลข และต้องใช้เวลาสร้างความแกร่งให้กับโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ๆ ของตัวเองอีกสักระยะ แต่ที่จีนจะได้ใจคงเป็นในเชิงความสัมพันธ์กับมิตรประเทศเป็นรางวัลตอบแทน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *