บทความโตโร่

เทคนิคกราฟหุ้น

บทความเขียนโดย

 

เทรดหุ้นเป็นงานที่ต้องอาศัยความรู้ และประสบการณ์ควบคู่กันไป ในการเทรด หรือค้ากำไรจากราคาหุ้นนั้น ถ้าจะบอกว่ามันยาก มันก็ยากตรงที่เราจะไปกะเกณฑ์ให้ราคาหุ้นมันขึ้น หรือ ลงตาม ที่เราต้องการมันเป็นไปได้ยากมาก

 

การที่จะเป็นเทรดเดอร์ที่ดี หรือ เก่งๆ ได้ จะต้องเข้าใจสภาวะตลาด และอารมณ์ของนักลงทุน คนอื่นๆ เป็นอย่างดี รวมถึงอาจจะต้องเป็นคนที่ต้องชอบคาดเดาใจคนอื่นเก่ง จะเห็นว่าผมพูดถึง EQ ของเทรดเดอร์เป็นหลัก ตามมาด้วย IQ หรือเทคนิคในการเทรดต่างๆ ไม่ว่าจะใช้กราฟเทคนิค ดูข่าว ใช้ปัจจัยพื้นฐานต่างๆ มาประกอบการตัดสินใจ ซึ่งเทคนิคเหล่านี้ล้วนแล้วแต่ทำให้เทรดเดอร์พัฒนาฝีมือการเทรด เพื่อทำกำไรจากตลาดได้อย่างสม่ำเสมอ

 

ปฏิเสธไม่ได้ว่าคนส่วนใหญ่มักจะขาดทุนในช่วงแรกที่เข้ามาลงทุนในตลาดหุ้น เนื่องจากยังขาดประสบการณ์และความรู้ที่ถูกต้อง ที่จำเป็นสำหรับการเอาตัวรอดในตลาดหุ้น เรียกว่า อาจจะต้องใช้เวลาเก็บเกี่ยวประสบการณ์ค่อนข้างนาน หากพูดถึงประสบการณ์ตรง อย่างไรก็ตาม ทางด้านความรู้ในการเทรดหุ้น สามารถเรียนรู้ในระยะเวลาอันสั้น และนำไปปฏิบัติได้เลย อันนี้จะสามารถลดระยะเวลาลองผิดลองถูกไปได้มากทีเดียว แทนที่จะขาดทุนมาก เหมือนคนอื่นก็อาจจะเล็กน้อย และเริ่มเทรดมีกำไรในช่วงเวลาต่อมา

 

เทคนิคในการเทรดหุ้น มีหลากหลายอย่าง แต่สิ่งที่จะขาดไปไม่ได้เลยคือ กราฟเทคนิค และ อินดิเคเตอร์ ทางเทคนิค เนื่องจากว่ามันเป็นสิ่งที่ทำให้เทรดเดอร์เห็นภาพ และสามารถวางกลยุทธ์ในการเทรดด้วยตนเอง อย่างไรก็ตาม ก็อย่าหมกมุ่น หรือ เชื่อ 100% หมดหัวใจว่าระบบต่างๆ นั้นจะถูกต้อง เนื่องจากในสภาวะตลาดจริง อารมณ์คนเปลี่ยนแปลงไปได้เสมอ อินดิเคเตอร์สำหรับการเทรดหุ้นในบางสภาวะแม่นยำจนต้องทึ่ง แต่บางสภาวะตลาดก็อาจจะผิดพลาดไปมากมาย อันนี้ต้องให้คนเก่งๆ แนะนำว่าช่วงไหนควร ช่วงไหนไม่ควรนะครับ

 

เครื่องมือทางเทคนิคมีหลายตัว หรือ อินดิเคเตอร์ทางเทคนิคมีหลายตัว แต่ตัว Basic ที่นักลงทุนจะไม่รู้ไม่ได้เลยคือ Moving Average หรือ MA มันเป็นเครื่องมือที่ง่ายมาก หากใช้เป็นก็จะทำกำไรได้ แต่ถ้าใช้ไม่ถูกต้อง โอกาสเสียเงินก็มาก เพราะฉะนั้น รู้อะไรต้องรู้จริง รู้อะไร ต้องพิสูจน์ให้ได้ หรือต้องรู้ลึก ก่อนการใช้งาน

 

เทคนิคการเทรดหุ้นด้วย MA นั้นก็คือ การอ่านราคาหุ้นปัจจุบัน เทียบกับ MA หรือ ค่าเฉลี่ยของหุ้นในแต่ละช่วงเวลา ถ้าราคาหุ้นสูงกว่าค่าเฉลี่ยก็เป็นโอกาสให้เข้าซื้อหุ้นตาม ในทางกลับกัน ถ้าราคาต่ำกว่าค่าเฉลี่่ย ก็ควรจะขายหุ้นออกไป

 

ผมเองใช้ MA ในการเทรดหุ้นหลายหลายตัว ซึ่ง MA ที่เหมาะสมก็จะแตกต่างกันไป ไม่ใช่ยึดอยู่เพียง 30 วัน 60 วัน ตามหนังสือทฤษฏีทั่วไป เพราะหุ้นแต่ละตัวมีความเป็นอินดี้ และแตกต่างกัน MA จึงแตกต่างกันไป เพื่อผลการเทรดที่ดีขึ้น ผมใช่ MA ค่าหนึ่งสำหรับการเทรดหุ้น PTT และ MA อีกค่าสำหรับเทรดหุ้น BEAUTY ผลลัพธ์ที่ได้ค่อนข้างเป็นที่น่าพอใจเพราะการเทรดที่ผ่านมามักจะทำกำไรได้เสมอสำหรับหุ้นทั้งคู่

 

คำแนะนำสำหรับมือใหม่คือ ท่านอาจจะเลือกค่า MA ที่คาดว่าจะเหมาะสมสำหรับการเทรดหุ้นที่สนใจ และจนเป็นสถิติเอาไว้ว่าแม่นยำหรือทำกำไรได้เพียงใด นั่นจะช่วยให้ท่านได้ฝึกเก็บประสบการณ์และได้ลองผิดลองถูกในตลาดจริง ขอเน้นย้ำว่าหากจะเทรดจริงจัง ควรจะใช้เงินจริงดีกว่านะครับ