บทความโตโร่สอนเล่นหุ้น มือใหม่

เทรดด้วยกราฟเทคนิคอย่างเดียว มันล้าสมัยไปแล้ว

บทความเขียนโดย

toro-author

คงปฏิเสธไม่ได้ว่า “กราฟทางเทคนิค” เป็นศาสตร์ที่หลายๆ คนให้ความสนใจ หากคิดจะเทรดหุ้น หรือเก็งกำไร จากราคาหุ้น คนส่วนใหญ่คิดว่ามันคือหนทางแห่งความสำเร็จ มันคือวิธีการที่จะทำกำไรจากราคาหุ้นอย่างง่ายดาย อาจจะเป็นคำพูดที่ดูเกินจริงสำหรับใครหลายคน แต่ส่วนใหญ่เชื่ออย่างหมดหัวใจ ว่าหากเรารู้เกี่ยวกับ Fibonacci, Elliot Wave, Down Theory, ฯลฯ เหล่านี้จะทำให้เป็นผู้เชี่ยวชาญและสามารถทำกำไรจากตลาดหุ้นได้ง่ายๆ

 

ตั้งแต่ที่ผมทำความรู้จักกับหุ้นมาสิบกว่าปี ผมเองเริ่มต้นจากสมัยเรียนมหาวิทยาลัยปริญญาตรี มหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าธนบุรี สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ต้องขอบคุณมหาวิทยาลัย และคณาจารย์ มากๆ ที่ประสิทธิ์ประสาทวิชาความรู้โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิธีการคิดวิเคราะห์ ผมคิดว่าสิ่งที่ทำให้ผมคิดวิเคราะห์เรื่องต่างๆ รวมถึงเรื่องหุ้น อย่างมีเหตุมีผล เริ่มต้นจากรั้วมหาวิทยาลัยแห่งนี้ สี่ปีที่ฝึกให้คิดคำนวณตั้งแต่ง่ายๆ ไปจนถึงเรื่องสลับซับซ้อน สมัยเรียนปริญญาตรี ผมเองคิดแต่ว่าจะเรียนให้เก่ง เรียนให้ดี เพื่อจะได้มีงานทำเงินเดือนสูง แต่คิดไปคิดมา แล้วไงต่อ? เงินที่หาได้เอาไปไว้ไหน ตอนนั้นก็ลองไปค้นคว้าดูว่าจะเอาเงินไปเก็บไหนได้บ้าง ไม่รู้ความคิดนี้ถูกปลูกฝังมายังไงนะครับ เพราะ เพื่อนๆ ส่วนใหญ่ก็จะมุ่งสนใจแต่สิ่งที่ตอนเองเรียน ไม่ว่าจะเป็นการเขียนโปรแกรม การเขียนเว็บ การออกแบบแผงวงจรต่างๆ แต่ผม “สนใจเรื่องเงิน” “เรื่องการลงทุน” หากมีเวลาว่างจากการเรียน ก็จะใช้เวลาไปกับการค้นคว้าด้านการลงทุน โดยเริ่มตั้งแต่ “ฝากธนาคาร” “ตราสารหนี้” “ตราสารทุน

 

ผมเริ่มเข้าใจว่าเมื่อมีเงินแล้วการนำเงินไปฝากธนาคารเป็นสิ่งแรกที่ควรทำเพราะเงินจะงอกเงย เนื่องจากดอกเบี้ย ตอนนั้นดอกเบี้ยเงินฝากประจำอยู่ราวๆ 3-5% แล้วแต่ธนาคาร ผมก็มองว่ามันน่าสนใจ ในตอนนั้นคิดว่า เอ…มันน่าจะมีวิธีการที่ทำให้เงินงอกเงยมากกว่านี้…ก็มองไปที่ตราสารหนี้ ผลตอบแทนต่อปีมากกว่าฝากธนาคาร เราสามารถได้รับผลตอบแทน 5-7% จากการซื้อตราสารหนี้…แต่ผมมาหยุดตรง “ตราสารทุน” หรือ “หุ้น” ที่ทุกคนรู้จัก ตอนนั้นบริษัทจดทะเบียนปันผลหรือให้ผลตอบแทนเกิน 10% มีมากมาย หาได้ง่าย ผมก็ “หุ้นนี่แหละใช่เลย!

 

จากกนั้นก็เรียกได้ว่าเวลาว่างมักจะเป็นการศึกษาค้นคว้าเรื่องเกี่ยวกับหุ้น ในช่วงแรกเองผมเริ่มบนแนวทางการวิเคราะห์บริษัท อ่านงบการเงิน และซื้อลงทุน เนื่องจากไม่ได้มีเวลาติดตามหรือเฝ้าราคาหุ้นมากนัก แต่ก็เริ่มรู้จักกับแนวทาง “การวิเคราะห์ทางเทคนิค” หรือ “การอ่านกราฟหุ้น” หรือ “เรียนรู้การใช้กราฟทางเทคนิค” นั่นเอง ในตอนนั้นคิดว่าเฮ้ย ถ้าเรารู้หมดก็เทรดแล้วได้กำไรมากๆ ไม่ขาดทุนแล้วสิ 

 

จากนั้นจะมัวรออะไรคับ ก็เริ่มต้นอ่าน Text หาตำราจากต่างประเทศมาศึกษา และประยุกต์ใช้ การวิเคราะห์ทางเทคนิค ประกอบกับ Indicator ต่างๆ ที่มีเป็นร้อยๆ ตัว สมัยก่อนนั้นการวิเคราะห์ทางเทคนิคยังไม่ได้เป็นที่แพร่หลาย และยังจำกัดอยู่ในวงแคบ เนื่องจากคนส่วนใหญ่ยังไม่ได้เรียนรู้ หรือใช้งานเป็น การทำกำไรจากหุ้นในช่วงก่อนหน้านั้นจึงสามารถทำได้ง่าย เพราะ เหมือนเรานั่งอ่านอารมณ์คน หรือนักทุนจากกราฟเทคนิค พูดแล้วเหมือนกับ ผู้หยั่งรู้ ยังไงยังงั้นเลยครับ เพราะความแม่นยำมันสูงมาก ช่วงนั้นผมเก็บเกี่ยวประสบการณ์และกำไรไปพร้อมๆ กัน

 

เวลาผ่านไปหลายปี การวิเคราะห์ทางเทคนิค ผลเหรอครับ? ความแม่นยำลดลง กำไรต่างๆ ลดลง เพราะอะไรเหรอคับ? ผมคิดว่าเนื่องจาก Indicator ส่วนใหญ่ถูกเรียนรู้และใช้งานโดยนักลงทุนรุ่นใหม่ๆ ที่อยากศึกษาและลงทุนเหมือนกัน ดังนั้น เมื่อสูตรในการอ่านและลงทุนเหมือนกัน กำไรมันก็จะลดลงในท้ายที่สุด มันเหมือนคู่แข่งทางธุรกิจมาก กำไรโดยรวมในกลุ่มก็จะลดลงนั่นเอง ช่วงหลังมานี้ผมได้ปรับปรุงสูตรและอินดิเคเตอร์ต่างๆ เพื่อใช้งาน และยังนำมาสอนในหลักสูตรทางเทคนิคของทางสถาบันอีกด้วย เพราะผมรู้ว่าหากสอนเหมือนคนอื่น อินดิเคเตอร์ต่างๆ เหมือนกัน ผลออกมาก็ไม่แตกต่างกัน และกำไรก็ไม่แตกต่างกันนั่นเอง

 

จงคิดในสิ่งที่แตกต่าง และกล้าทำในสิ่งที่แตกต่าง เพื่อผลลัพธ์ที่โดดเด่น

 

ในช่วง 3 ปีมานี้ผมคิดว่า “การวิเคราะห์ทางเทคนิค” หรือ “การอ่านกราฟทางเทคนิค” เพียงอย่างเดียว มันล้าสมัยไปแล้ว เนื่องจากหากยังคงเชื่อและใช้สิ่งเดิมที่ถูกเปิดเผยและใช้งานกันมาหลายสิบปียังคงใช้เหมือนๆ เดิม ผลลัพธ์ที่ได้มันไม่มีประสิทธิภาพแล้ว นั่นหมายถึง “กำไรมันได้น้อย” หรือ “เผลอๆจะขาดทุนจากการเทรดทางเทคนิคอย่างเดียว”

ยกตัวอย่างเช่น

Moving Average (MA)

ใครที่ศึกษาการวิเคราะห์ทางเทคนิคจะทราบดีกว่า อินดิเคเตอร์ตัวนี้ เป็น Indicator สุด Classic ตัวหนึ่งที่ยังไงทุกคนต้องเรียนรู้ หากคิดจะเทรดด้วยกราฟเทคนิค Moving Average คำนวณง่ายๆ โดยการนำราคาปิดของหุ้นในช่วงที่ผ่านมา มาบวกกัน แล้วหารด้วยจำนวนวันทั้งหมดที่ต้องการทราบค่าเฉลี่ย

 

เช่น MA30 ท่านก็จะได้ค่าเฉลี่ยของราคาหุ้น 30 วัน อันนั้นผมยังไม่ได้แจกแจงลงไปถึงชนิดของ MA มีหลากหลายรูปแบบอีกเช่น SMA, EMA, WMA, WEMA อันนั้นขอละไว้ก่อน

 

หลักการใช้งาน MA คือ

หากราคาหุ้นตัดเส้นค่าเฉลี่ยขึ้น ให้นักลงทุน “ซื้อหุ้น”

หากราคาหุ้นตัดเส้นค่าเฉลี่ยลง ให้นักลงทุน “ขายหุ้น”

 

ผมให้ดูกราฟหุ้นด้านล่างนี้จะเข้าใจมากขึ้น

beauty

 

ในรูปข้างบนผมตั้งค่าเส้นค่าเฉลี่ย MA30 คือ เฉลี่ยราคาหุ้น 30 วัน ท่านจะพบกับ Trading Signal หรือ สัญญาณ ซื้อ หรือ ขายหุ้น ตลอดแนวเส้นค่าเฉลี่ย หากราคาหุ้นอยู่สูงกว่าเส้นค่าเฉลี่ยเมื่อใด นั่นคือ จังหวะให้ซื้อ แต่ ถ้าราคาต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ย เป็นจังหวะให้ขายหุ้น

เรื่องที่คุณอาจสนใจ  ลงทุนหุ้นธนาคารไหนดี

 

อย่างไรก็ตามเป็นที่น่าสังเกตุว่าหากท่านประยุกต์ใช้กับหุ้นอื่นๆ ที่ไม่มีทิศทาง หรือ การที่มีคนสามารถควบคุมราคาหุ้นได้เบร็ดเสร็จ การเทรดด้วย MA จะไร้ความหมายทันที เพราะ การเทรดด้วย MA นั้นเน้นการตามแนวโน้ม หรือตามคนหมู่มาก ว่าซื้อหรือขาย

 

นักลงทุนที่ไม่เข้าใจจุดนี้จะพลาดได้ง่ายและเสียหายจากการลงทุน

 

ลองดูตัวอย่างความเสียหายจากการซื้อขายด้วย MA

รูปด้านล่างเป็นราคาหุ้น BEC หากท่านเทรดโดยเชื่อว่า MA น่าจะสร้างผลกำไรอย่างเป็นกอบเป็นกำให้ท่านแล้ว ท่านคิดผิดโดยสิ้นเชิงเพราะเมื่อมีสัญญาณให้ท่านซื้อหุ้น หลังจากเข้าซื้อได้ไม่นาน ราคาหุ้นปรับตัวลดต่ำลงกว่าค่าเฉลี่ยทันที นั่นตามมาด้วยสัญญาณที่ต้องขายหุ้นทิ้ง แน่นอน ท่านจะเกิดการ “ขาดทุน” และหากสังเกตุให้ดี เหตุการณ์แบบนี้จะเกิดซ้ำๆ จนกว่าท่านจะเลิกเทรดไป

bec

ผมจะอธิบายเหตุผลของเหตุการณ์นี้เสมอในคอร์สเทคนิคที่ทางสถาบันจัดขึ้นเพื่อให้นักลงทุนได้ตระหนักรู้ถึงข้อจำกัดของ MA เพื่อป้องกันการขาดทุนในการเทรด

dcc

หากเจอหุ้นลักษณะที่ปรับตัว Sideway ก็ยิ่งแล้วใหญ่ ท่านก็จะเกิดการซื้อๆ ขายๆ บ่อยมาก ความเสียหายที่ตามมาคือ ค่า Commission จากการซื้อขาย จุดนี้เองที่หากท่านไปเข้าอบรมกับทางโบรคเกอร์ต่างๆ อาจจะไม่ได้บอกท่าน เนื่องจาก MA จะให้สัญญาณการซื้อขายบ่อยครั้ง กับหุ้นที่ซื้อขายระยะสั้นๆ แล้วอาจจะขาดทุนจากค่าคอมพ์ มากกว่าราคาหุ้น

 

สมัยก่อนผมเคยติดหลุมพลางจากตัวอย่างข้างต้นมาก่อน และต้องบอกว่าเป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถเรียนรู้ ทำความเข้าใจ และหลบหลุมพรางนั้นได้ เพื่อการเทรดที่ดีขึ้น

 

ตอนนี้ท่านอาจจะเริ่มคิดว่าแล้วเราจะเชื่อกราฟทางเทคนิคได้ขนาดไหน? แสดงว่าท่านมาถูกทางแล้ว ท่านต้องเกิดคำถามนี้ขึ้น ถ้าท่านไม่ได้ถามตัวเองแบบนี้ ให้ปิดเว็บนี้ไปแล้วไปกินกาแฟ หรืออ่านอย่างอื่นไปได้เลยครับไม่ต้องเสียเวลาอ่านต่อ เพราะสิ่งที่ผมจะพูดต่อไปนี้คือ สิ่งที่ท่านอาจจะไม่เคยทราบมาก่อนว่ามันทำได้

 

หากสายตาของท่านลงคงมองลงมาถึงตรงนี้ นั่นแสดงว่า ท่านตัดสินใจว่าอยากจะก้าวผ่านไปสู่ความสำเร็จ

ช่วงสามสี่ปีให้หลังมานี้ผมศึกษาเรียนรู้ และวิจัยเกี่ยวกับหุ้น โดยนำเอาหลักคณิตศาสตร์และสถิติที่ผมได้ร่ำเรียนมาตอนเรียนวิศวะ เพื่อพิสูจน์ถึงผลการเทรด เพราะผมเชื่อว่าตัวเลขจะเป็นสิ่งยืนยันความถูกต้องได้

ในเมื่อเรารู้วิธีการเทรดด้วย MA เรามีข้อมูลย้อนหลังของราคาหุ้นอยู่แล้ว ทำไมเราไม่เทรดบนกระดาษเพื่อดูผลแล้วค่อยนำมาปรับใช้กับการเทรดปัจจุบันหละ? เราจะรู้เลยว่าการเทรดด้วย MA ในหุ้นตัวนี้ผลตอบแทนจะเป็นเท่าไหร่ ออกมาประมาณไหน มากหรือน้อย หากน้อยเราก็ไม่ต้องเทรด ผลที่ออกมาเป็นที่น่าพอใจเนื่องจากผมรู้ Profile ของหุ้นที่จะเทรด และผลตอบแทนโดยประมาณจากการเทรดด้วย MA การทดสอบเหล่านี้ผมก็อาศัยพื้นฐานวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ในการเขียนโปรแกรมเพื่อทดสอบสมมุติฐานของผมและเขียนผลลัพธ์ออกมาเป็นตัวเลขให้นักลงทุนนำไปใช้ตัดสินใจ

ผมนำเอารายชื่อหุ้นที่ผ่านการทดสอบในช่วงนี้มาให้ท่านนำไปลองตรวจสอบดูอีกครั้งดังนี้ รายชื่อหุ้นเหล่านี้ผมทดสอบด้วยการเทรดแบบ MA โดยใช้เส้นค่าเฉลี่ย 5 วัน เพื่อให้เหมาะกับการเทรดระยะสั้นๆ ภายในอาทิตย์

TFG, TKN, COM7, PTG, GL, KYE

ท่านจะพบว่าหากใช้การซื้อ ขายด้วย MA5 ในหุ้นเหล่านี้ผลตอบแทนจะเยี่ยมยอดมากในช่วงที่ผ่านมา (เมื่อเวลาผ่านไปรายชื่อหุ้นเหล่านี้อาจจะเปลี่ยนไปดังนั้น หากท่านเห็นบทความนี้หลังจากเดือน ก.ย. 59 ต้องบอกว่าชื่อหุ้นเหล่านี้ใช้ไม่ได้แล้ว)

อย่างไรก็ตามการทดสอบเหล่านี้เป็นการใช้ข้อมูลย้อนหลังของราคาหุ้นซึ่งการทดสอบนี้ผมนำเอามายืนยันกับการวิเคราะห์ทางเทคนิค ซึ่งผมเชื่อว่าการใช้กราฟทางเทคนิคอย่างเดียวในยุกต์นี้เป็นสิ่งที่ล้าสมัยไปแล้ว

หากท่านสนใจรายชื่อหุ้นอื่นๆ เพิ่มเติม สามารถโทรติดต่อได้ที่ 082-492-7166

 

toro-course-header

+ หลักสูตรเทคนิค แบบกลุ่ม (Group) Click

หลักสูตร Value Investment (VI) แบบกลุ่ม (Group) Click

หลักสูตร Value Investment (VI) และ เทคนิค แบบตัวต่อตัว (Private) Click

หลักสูตรมือใหม่เล่นหุ้น Click

 

toro-course-footer