ยุทธศาสตร์ บริษัทจดทะเบียน

เมเจอร์ MAJOR ก้าวสำคัญปี 2554

‘เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป’ วันนี้ไม่ใช่เด็กวัยรุ่นอีกต่อไป ธุรกิจเข้าสู่ยุคผู้ใหญ่เต็มวัย ‘วิชา พูลวรลักษณ์’ ความคิดของเขาเปลี่ยนแปลง..เพื่อก้าวไปสู่เป้าหมายที่ ‘เงิน’ มากกว่า ‘กล่อง’

ธุรกิจเริ่มโตเต็มวัย บมจ.เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ของ วิชา พูลวรลักษณ์ กลับมาทบทวนแผนยุทธศาสตร์ 3 ปี ไม่เร่งเปิดสาขา เน้นเพิ่มยอดผู้ชมภาพยนตร์ และควบคุมต้นทุนเพื่อเพิ่มผลกำไรให้กับธุรกิจ

แผนการตลาดปี 2554 วิชาตั้งชื่อกลยุทธ์ว่า Customer Empower Program คือมุ่งรักษาฐานลูกค้าเก่าและขยายฐานลูกค้าใหม่ เน้นรู้จักพฤติกรรมและตอบสนองความต้องการของลูกค้า หลังจาก 4-5 ปีที่ผ่านมาได้ขยายสาขาครอบคลุมเมืองหลักๆ เกมการตลาดของวิชาพยายามสื่อสารผ่านบัตร M Generation คืนกำไรให้กับลูกค้าทันทีทุกการใช้จ่าย มีการสะสมแต้มเพื่อแลกรับความบันเทิงต่างๆ ภายในเครือเมเจอร์ ทั้งดูหนัง โยนโบว์ลิ่ง ร้องคาราโอเกะ และเล่นไอซ์สเกต

หลังนำเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ เข้าตลาดหลักทรัพย์และควบรวมกิจการกับอีจีวี วิชาเคยบอกย้ำยุทธศาสตร์ของเมเจอร์ต้องการเป็นแหล่งบันเทิงครบวงจรที่ มากกว่าแค่การมาดูหนัง เช่น ลานโบว์ลิ่ง คาราโอเกะ ฟิตเนส ฯลฯ ขณะเดียวกันยังเดินหน้าเพิ่มจำนวนโรงหนัง ซื้อกิจการและถือหุ้นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์เพื่อเพิ่มขนาดและ Synergy ธุรกิจในกลุ่ม ซึ่งมีทั้งสำเร็จและล้มเหลวอย่างที่เห็นกัน

ในช่วงสองปีที่เมเจอร์มีกำไรสุทธิถดถอยวิชาเริ่มพบทางสว่างว่าขนาดกับภาพ ธุรกิจที่ดูเลิศหรูไม่สำคัญเท่ากับหาวิธีทำกำไรจากเนื้อแท้ของธุรกิจ

การแถลงข่าวเมื่อเร็วๆ นี้ วิชา พูลวรลักษณ์ ประธานกรรมการบริหาร บมจ.เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป แสดงความมั่นใจว่าปีนี้จะเป็น ?ปีที่ดี? ของเมเจอร์ในรอบ 5 ปี เหตุผลเพราะหนังฮอลลีวู้ดรวมถึงหนังไทยฟอร์มยักษ์จ่อที่จะลงโรงฉายในปีนี้ หลายเรื่อง ตั้งแต่ แฮร์รี่ พอตเตอร์, แวมไพร์ ทไวไลท์, ทรานส์ฟอร์เมอร์, ตำนานสมเด็จพระนเรศวร สองภาค? ฯลฯ ยังมีหนังสามมิติจ่อเข้าฉายอีกราว 50 เรื่อง

“คาดว่าอุตสาหกรรมภาพยนตร์ปีนี้จะโตประมาณ 15% จากปีที่แล้ว ที่โตแค่ 5-7% คิดเป็นตัวเลข 4,500 ล้านบาท ส่วนเรา (เมเจอร์) มั่นใจว่ารายได้จะโตขึ้น 15-20% ดีที่สุดในรอบหลายปี นี่มองแบบคอนเซอร์เวทีฟแล้วนะ” เจ้าพ่อโรงหนังมั่นใจถึงขนาดนั้น

วิชา กล่าวว่า การลงทุนของเมเจอร์หลายปีที่ผ่านมาได้ประสบความสำเร็จกับการเจาะตลาดใหม่ไป ยังตลาดภูมิภาค ปัจจุบันมีอยู่ 370 โรง และเลนโบว์ลิ่ง 500 เลน ในแง่ธุรกิจถือว่าได้ ?ขนาด? ที่สมควรแล้ว คงไม่เน้นเร่งขยายสาขาอีก แต่จะให้ความสำคัญกับการเพิ่มอัตราคนดูหนัง (Leverage) มากกว่าซึ่งจะเป็นยุทธศาสตร์หลักของเมเจอร์ในอีกสามปีข้างหน้า

“ถ้าเปรียบเราเหมือนร้านสะดวกซื้อตอนนี้จำนวนสาขาเราเยอะจนต้องชะลอการ เปิด (ให้ช้า) ลงเพื่อรับผลจากการลงทุนก่อนที่จะขยายตัวหนักอีกครั้งหนึ่ง ผมคิดว่านักลงทุนน่าจะชอบเพราะต้นทุนดำเนินงานไม่เพิ่มขึ้นทำให้มาร์จินสูง ขึ้น”

วิชาบอกว่านักการตลาดจะต้องหาคำตอบให้ได้ว่า ?ใคร? คือลูกค้า (Who?s your customer) เป็นที่มาของแผนการตลาด Customer Empower Program ที่จะเพิ่มจำนวนคนดูหนังมากขึ้นจะเริ่มจากบัตรสมาชิก M Generationบริษัททุ่มงบกับโครงการนี้ถึง 100 ล้านบาท เพื่อให้ได้สมาชิกปีแรก 1 ล้านราย ความพิเศษนอกจากการสะสมแต้มจากการใช้จ่ายแล้วยังเป็นการล่วงรู้พฤติกรรมการ ดูหนังของลูกค้าด้วย เช่น ลูกค้าคนไหนที่ดูหนังตลกก็จะส่งโปรแกรมหนังที่คาดว่าจะสนใจไปให้ดูล่วงหน้า หรือคนที่นานๆ ทีจะดูหนังก็จะมีโปรโมชั่นพิเศษให้? พูดง่ายๆ คือมุ่งเน้นตลาดเฉพาะ (Segmentation) มากขึ้น

“จากนี้ไปเราจะรู้จักคนซื้อตั๋วหนังของเมเจอร์ปีละ 20 ล้านคนมากขึ้น เป้าหมายคือการเพิ่มจำนวนคนดูหนังขณะที่จำนวนสาขาไม่เพิ่มขึ้น ถึงอย่างไรเรายังคงมีเป้าเพิ่มจำนวนโรงใหม่อยู่แต่เนื่องจากอยู่บนฐานที่ ใหญ่ขึ้นทำให้เห็นว่าเปอร์เซ็นต์เพิ่มนิดเดียว”

แผนการลงทุนอื่นๆ ปีนี้เมเจอร์จะทุ่มงบประมาณ 800-1,000 ล้านบาท ในการเปิดสาขาทั้งในและต่างประเทศ โดยโรงใหม่ในประเทศจะเน้นเปิดพร้อมกับห้างดิสเคาท์สโตร์ เช่น โลตัส บิ๊กซี รวมถึงคาร์ฟูร์ที่ถูกบิ๊กซีซื้อไป คาดว่าปีนี้จะเพิ่มประมาณ 10 โรง

ไฮไลต์สำคัญคงอยู่ที่การขยายธุรกิจในต่างประเทศโดยเฉพาะที่ ?อินเดีย? ตอนนี้บอร์ดได้อนุมัติให้ถือหุ้นบริษัท พีวีอาร์ ซีนีมาร์ จำกัด (มหาชน) จาก 10% เป็น 20% ใช้เงินประมาณ 10 ล้านดอลลาร์ หรือ 350 ล้านบาทเพื่อขยายธุรกิจโรงหนังใน 10 เมือง รวมถึงขยายเลนโบว์ลิ่งปีนี้ 24 เลนรวมเป็น 48 เลน เป้าหมายภายในสามปีจะต้องมีโรงหนังที่อินเดีย 360 โรงจากตอนนี้มีอยู่ 160 โรง และเลนโบว์ลิ่งเพิ่มเป็น 200 เลน วิชามั่นใจว่าอินเดียเป็น Growth Stage หรือตลาดที่กำลังเติบโต

?นอกจากอินเดียเรายังมองเป้าขยายธุรกิจโรงหนังในประเทศเพื่อนบ้านเพิ่ม เติมตอนนี้กำลังศึกษาอยู่ รวมถึงมีแผนร่วมทุนกับบริษัทข้ามชาติทำธุรกิจในไทยแต่ตอนนี้ยังบอกไม่ได้?

สำหรับการระดมทุนยังไม่มีความคิดจะออกตราสารการเงินชนิดใดๆ คงใช้กระแสเงินสดภายในลงทุนอย่างเดียวซึ่งมีอย่างเพียงพอ ส่วนกองทุนอสังหาริมทรัพย์ปีนี้คงยังไม่มีออกเพิ่มหลังเพิ่งเสนอขายหุ้น เพิ่มทุนกองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ไลฟ์สไตล์ ไปเมื่อปีก่อน

วิชา พูดถึงบริษัทที่เมเจอร์ลงทุนที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ บมจ.สยามฟิวเจอร์ (SF) และ บมจ.เอ็มพิคเจอร์ (MPIC) ว่าปีนี้ยังมีการเติบโตอยู่ ส่วน บมจ.แคลิฟอร์เนียว้าว เอ็กซ์พีเรียน (CAWOW) เขาบอกว่าที่ผ่านมาวาง Business Model ไม่ถูกต้องเน้นแต่ปริมาณมากกว่าคุณภาพ แต่ตอนนี้เมเจอร์เป็นผู้ถือหุ้นส่วนน้อยเหลือเพียง 10% จากเคยถือ 30% และได้ลาออกจากกรรมการบริษัทแล้ว คงไม่สร้างภาระให้ผู้ถือหุ้น MAJOR อีก

ถามถึงทิศทางของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ในอนาคตข้างหน้า วิชา มั่นใจว่าแนวโน้มจะยิ่งดีขึ้น ในแง่ของลูกค้าไม่ได้หวั่นไหวกับปัจจัยการเมืองมากนัก แต่การที่จำนวนคนดูหนังในไตรมาส 4 ปี 2553 ของเมเจอร์ลดลงเยอะเพราะเจอปัญหาน้ำท่วมมากกว่า สรุปว่าการดูหนังน่าจะยังเป็นการจับจ่ายใช้สอยเพื่อการพักผ่อนอันดับต้นๆ อยู่

ในแง่คนทำหนัง เขามั่นใจว่า ผู้ผลิตได้ผ่านช่วงการเรียนรู้ (Learning Curve) ของวิธีการทำหนังไทยให้มีคนติดมาแล้ว เห็นได้จากปีที่ผ่านมามีหนังไทยทำรายได้ระดับ “ร้อยล้านบาท” หลายเรื่อง เชื่อว่าหนังไทยจะมีโมเมนตัมที่ดีขึ้น รวมถึงการมาของหนังสามมิติจะช่วยกระตุ้นคนดูหนังในโรงให้มากขึ้นด้วยเพราะ ไม่สามารถหาดูได้จากแผ่นดีวีดี

เรื่องที่คุณอาจสนใจ  IHL องอาจ ดำรงสกุลวงษ์ การันตีไม่สะเทือนบัลลังก์ ในวันที่ไร้ "ซูมิโตโม" ถือหุ้น

ปีที่แล้ว วิชา คาดว่าบริษัทจะมีรายได้ประมาณ 6,000 ล้านบาท มาจากการขายตั๋ว 70% ธุรกิจมีเดีย 10% ลานโบว์ลิ่ง 10% บริหารพื้นที่เช่า 10% ปีนี้สัดส่วนน่าจะยังเป็นตามนี้ แผนธุรกิจจากนี้คงเน้นที่ Core Business อย่างเดียว

“ผมคิดว่าเราคงต้องโฟกัสธุรกิจที่ทำรายได้ดีอย่างภาพยนตร์ให้ชัดเจนขึ้น ตอนนี้เราคงไม่มีการลงทุนซื้อหุ้นใครอีก ถ้าธุรกิจไหนไม่ดีเราก็จะลดสัดส่วนการถือหุ้นลงไม่ให้นำงบมารวม (คอนโซล) กันก็พอ” วิชาย้ำจุดยืน ขณะที่เริ่มมีเสียงลือว่าเขากำลังสนใจเข้าซื้อกิจการ บมจ.ป่องทรัพย์ (PSAP) เล็ดลอดเข้ามา

One thought on “เมเจอร์ MAJOR ก้าวสำคัญปี 2554

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *