ข้อมูลพื้นฐานหุ้น

A บริษัท อารียา พรอพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน)

บริษัท อารียา พรอพเพอร์ตี้ จำกัด? (มหาชน) (บริษัท) เดิมชื่อ บริษัท อารียาค้าวัสดุ จำกัด ก่อตั้งเมื่อวันที่
20 มกราคม 2543 โดยเริ่มจากการประกอบธุรกิจรับจ้างสร้างบ้านบนที่ดินที่เป็นกรรมสิทธิ์ของบุคคลอื่น และได้พัฒนามาเป็นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์โดยดำเนินการพัฒนาที่ดินเพื่อขายเป็นที่ดินจัดสรรพร้อมบ้านภายใต้กลยุทธ์โอนกรรมสิทธิ์ที่ดินให้ลูกค้าหลังจากที่ลูกค้าชำระค่าที่ดินครบถ้วน จากนั้นจึงรับจ้างปลูกสร้างบ้านให้ลูกค้า

กลยุทธ์ที่บริษัทใช้ดำเนินธุรกิจข้างต้น เกิดขึ้นหลังจากเหตุการณ์วิกฤตเศรษฐกิจในปี 2540 ผู้ซื้อบ้านขาดความมั่นใจในการซื้อบ้านจัดสรรพร้อมที่ดิน เนื่องมาจากชำระเงินดาวน์ครบแล้วแต่ไม่สามารถรับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินและรับมอบบ้านได้ บริษัทจึงได้ดำเนินนโยบายให้ลูกค้าสามารถรับโอนที่ดินได้หลังจากที่ลูกค้าได้ชำระค่าที่ดินเรียบร้อยแล้ว หลังจากนั้น จึงสร้างบ้านและส่งมอบบ้านให้กับลูกค้า กลยุทธ์นี้ได้สร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้าได้เป็นอย่างมาก โดยการที่บริษัทโอนที่ดินให้ลูกค้าก่อนทำให้บริษัทใช้เงินลงทุนในโครงการแต่ละโครงการไม่มาก และระยะเวลาของโครงการจะสั้นกว่าโครงการที่ขายบ้านสำเร็จรูปพร้อมที่ดิน ส่วนในแง่มุมของลูกค้าก็จะได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินรวดเร็วกว่า การซื้อที่ดินและบ้านสร้างเสร็จพร้อมขาย โดยบริษัทยึดถือภารกิจหรือสโลแกนที่ว่า ?ผู้นำที่อยู่อาศัยในเมือง? ซึ่งโครงการทั้งหมดจะตั้งอยู่บริเวณใจกลางเมือง นั่นคือ ที่ตั้งโครงการบ้านของบริษัทจะอยู่ห่างจากระบบขนส่งมวลชนต่าง ๆ ไม่เกิน 2 กิโลเมตร และโครงการต่าง ๆ ดำเนินงานภายใต้ชื่อ ?อารียา? ?โดยในปี 2545 บริษัทได้เริ่มดำเนินโครงการ อารียาชบา ซึ่งเป็นโครงการขายที่ดินพร้อมบ้านจัดสรรโครงการแรก

ต่อมาได้มีการเปิดตัวโครงการเพิ่มอีกหลายโครงการ นอกจากบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮ้าส์ที่เป็นโครงการส่วนใหญ่ของกิจการ ในปี 2549 บริษัทได้หันมาขยายตลาดโดยได้เปิดโครงการคอนโดมีเนียมตกแต่งพร้อมอยู่ ?ทำเลใจกลางเมือง เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ทำงานในเมืองที่ต้องการชีวิตที่สะดวกสบาย และอยู่อาศัยในโครงการที่มีความทันสมัยสะท้อนบุคลิกลักษณะเฉพาะคนรุ่นใหม่ ?และในปี 2550 และปี 2551 บริษัทได้เปิดโครงการทาวน์เฮ้าส์ ภายใต้ชื่อ ?เดอะคัลเลอร์ส? และคอนโดมิเนียมตกแต่งพร้อมอยู่ ดีไซน์ทันสมัย พร้อมเฟอร์นิเจอร์ ภายใต้ชื่อ ?เอ สเปซ? จำนวนหลายโครงการ และในปี 2552 บริษัทได้เปิดโครงการทาวน์เฮ้าส์ ภายใต้ชื่อ ?อารียา ทูบี? และ ?เดอะคัลเลอร์ส พรีเมียม?

ปัจจุบันบริษัทดำเนินโครงการขายที่ดินพร้อมบ้านจัดสรรโครงการทาวน์เฮ้าส์และโครงการคอนโดมิเนียมที่เปิดขายอยู่รวมทั้งสิ้น 13 โครงการ ได้แก่ โครงการสวนา 3, โครงการ เมทโทร เกษตร, โครงการโมวา-เกษตร, โครงการ อารียา ทูบี, โครงการ เอ สเปซ เกษตร, โครงการ เอ สเปซ อโศก-รัชดา,โครงการ เอ สเปซ เพลย์, โครงการ แอท โฮม, โครงการ เดอะ คัลเลอร์ส เกษตร เฟส 1, โครงการ เดอะ คัลเลอร์ส เกษตร เฟส 2 , โครงการ เดอะ คัลเลอร์ส เกษตร พรีเมียม, โครงการ เดอะ คัลเลอร์ส ติวานนท์ และโครงการ เดอะ คัลเลอร์ส ติวานนท์ พรีเมียม โดยมีมูลค่าโครงการรวมทั้งสิ้น 11,073 ล้านบาท และในปี 2553 คาดว่าจะมีการเปิดโครงการทาวน์เฮ้าส์ และโครงการคอนโดมิเนียมเพิ่มขึ้นอีกหลายโครงการ

บริษัทมีจุดเด่นในการพัฒนาโครงการที่แตกต่างจากผู้ประกอบการรายอื่น ดังนี้

1. ทำเลที่ตั้งของโครงการจะอยู่ใกล้ระบบขนส่งมวลชนต่าง ๆ หรืออยู่ห่างจากระบบขนส่งมวลชนไม่เกิน 2 กิโลเมตร เช่น สถานีรถไฟฟ้า สถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน และทางด่วน ซึ่งสามารถเดินทางเข้าสู่ศูนย์กลางทางธุรกิจได้สะดวกรวดเร็ว นอกจากนี้สภาพสังคมและสิ่งแวดล้อมบริเวณโดยรอบโครงการเหมาะแก่การอยู่อาศัย

2. บริษัทมีการสร้างความแตกต่างให้กับผลิตภัณฑ์ของตนเอง โดยการสร้างสรรค์แบบบ้านให้โดดเด่นมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยใช้รูปแบบสไตล์ โอเรียนทัล หรือแบบโมเดิร์น และจะเน้นความสะดวกสบายให้ลูกค้า เช่น เพดานของบ้านจะค่อนข้างสูงกว่าเพดานของบ้านจัดสรรทั่ว ๆ ไป ซึ่งบ้านจัดสรรทั่วไป เพดานสูงประมาณ 2.4-2.6 เมตร ส่วนบ้านของอารียาเพดานสูงประมาณ 2.7-3.0 เมตร สำหรับคอนโดมิเนียมราคาล้านเศษๆ มีสระว่ายน้ำพร้อม ระเบียงส่วนตัวหน้าห้องที่ลูกค้าสามารถลงว่ายน้ำจากหน้าห้องของตนเอง เป็นต้น

สำหรับการรับรู้รายได้ของบริษัท บริษัทจะรับรู้รายได้ ในส่วนของรายได้จากการขายที่ดินและบ้านซึ่งเสร็จสมบูรณ์และมีไว้พร้อมขาย บริษัทจะรับรู้รายได้เมื่อได้รับชำระค่าที่ดินและบ้านครบถ้วนตามสัญญา และโอนกรรมสิทธิ์ให้กับผู้ซื้อแล้ว ในส่วนของการรับจ้างปลูกสร้างบ้าน บริษัทจะรับรู้รายได้ตามสัดส่วนของงานที่ทำเสร็จ ในส่วนของคอนโดมิเนียม บริษัทจะรับรู้รายได้เมื่ออาคารชุดสร้างเสร็จและห้องชุดได้มีการโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่ผู้ซื้อและได้รับชำระเงินครบถ้วนตามสัญญา

ในปี 2552 บริษัทมีรายได้รวมทั้งสิ้น 3,459 ล้านบาท เป็นรายได้จากการขายที่ดินและบ้าน 3,383 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นรายได้จากการขายทาวน์เฮ้าส์ และเป็นรายได้จากการรับจ้างสร้างบ้านเท่ากับ 53 ล้านบาท ส่วนในปี 2551 บริษัทมีรายได้รวม 852 ล้านบาท เป็นรายได้จากการขายที่ดินและบ้าน 752 ล้านบาท และเป็นรายได้จากการรับจ้างปลูกสร้างบ้าน 52 ล้านบาท ?จะพบว่า รายได้รวมของบริษัทปี 2552 เพิ่มขึ้นจากปี 2551 โดยมีกำไรก่อนต้นทุนทางการเงิน ภาษีเงินได้ และค่าใช้จ่ายทางการตลาดเท่ากับ 788 ล้านบาท เมื่อบริษัทหักค่าใช้จ่ายทางการตลาด 92 ล้านบาท ต้นทุนทางการเงิน 5 ล้านบาท และภาษีเงินได้ 173 ล้านบาทแล้ว บริษัทจึงมีกำไรสุทธิ 518 ล้านบาท อย่างไรก็ตามในปี 2552 บริษัทมีเงินค่างวดที่ยังไม่รับรู้เป็นรายได้เท่ากับ 303 ล้านบาท ลดลง 220 ล้านบาทจากปี 2551 ซึ่งเป็นเงินค่างวดที่ลูกค้าจองซื้อห้องชุด, ทาวน์เฮ้าส์ และบ้านเดี่ยว ในโครงการต่างๆ ของบริษัทซึ่งมียอดจองซื้อตามสัญญาจะซื้อจะขายรวมเป็นจำนวนมูลค่า 2,510 ล้านบาท ซึ่งบริษัทจะสามารถโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่ผู้ซื้อได้ในปี 2553 และปี 2554

บทความที่ท่านอาจสนใจ

เรื่องที่คุณอาจสนใจ  วิเคราะห์หุ้น PTTCH บริษัท ปตท.เคมิคอล จำกัด (มหาชน)

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *