AEC คืออะไร

อาเซียนมีประเทศสมาชิกทั้งหมด 10 ประเทศ ได้แก่ บรูไนดารุสซาลาม กัมพูชา อินโดนิเซีย ลาว มาเลเซีย พม่า ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม นับแต่ก่อตั้ง ประเทศสมาชิกอาเซียนพยายามส่งเสริมการยึดมั่นในบรรทัดฐานร่วมกัน และสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างผู้กำหนดนโยบาย ความร่วมมือที่เกิดขึ้นระหว่างกันมีส่วนช่วยป้องกันความขัดแย้งไม่ให้เกิดขึ้นในภูมิภาค

รู้ ตัวตน คนอาเซียน ก่อนเปิดสนาม AEC

ก่อนประตูสู่เออีซี จะถูกเปิดออกในปี 2558 ยังพอมีเวลาให้ผู้ประกอบการไทยได้เรียนรู้ ตัวตนคนอาเซียน รู้เขารู้เราเพื่อสร้างแต้มต่อที่เหนือกว่

อาเซียนเป็นเหมือนเค้กก้อนใหญ่ แต่อย่ามองเป็นเค้กก้อนเดียวแล้วรีบกระโจนเข้าไป เพราะอาจจมก้อนเค้กตายได้ง่ายๆ !!

นี่คือหนึ่งในมุมคิด จากนักวิชาการ ผู้ประกอบการและที่ปรึกษาองค์กรชั้นนำ ที่มาร่วมแชร์ไอเดีย มุมมองที่กำลังบอกเราว่า ผู้บริโภคอาเซียน แท้จริงแล้วไม่ได้มีความ เหมือน แต่ยังมีส่วน ต่าง กันอยู่เยอะมาก

Asian is not Asian เราอย่าหมายรวมว่าคน 680 ล้านคน จะเหมือนกันหมด เราเหมือนกันในบางส่วนนั่น ใช่ แต่ไม่ใช่ทั้งหมด แต่ละประเทศยังมีความแตกต่างกันเยอะมาก เรามีเชื้อชาติที่หลากหลาย วิถีชีวิตที่แตกต่าง ระบบการบริโภคที่ต่างกัน อาเซียนไม่ใช่อาเซียน เพราะแค่รายได้ ก็แตกต่างกันแล้ว ฉะนั้นจงอย่าเหมารวม

ผศ.ดร.การดี เลียวไพโรจน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจสร้างสรรค์แห่งชาติ ฉายความจริงให้ฟัง ก่อนที่ผู้ประกอบการไทยจะหลงระเริงไปกับความยิ่งใหญ่ของตลาดอาเซียน จนลืมคิดไปว่าการผลิตสินค้าให้? โดนใจ? คนทั้งตลาดที่สุดแตกต่าง

…ไม่ใช่เรื่องง่าย

มีอะไรน่าสนใจ ในความเป็นอาเซียน ณ วันนี้ ดร.การดี เปิดภาพ? เทรนด์ผู้บริโภค ในภาคใหญ่ให้ฟังว่า เจเนอเรชั่นที่จะกลายเป็นผู้บริโภคหลักในอีก 5 ปี ข้างหน้า คือกลุ่มคนที่เกิดมาบนความสะดวกสบาย มีความเป็นตัวของตัวเองสูงมาก เลือกชอปปิงออนไลน์กันมากขึ้น ติดต่อสื่อสารกันมาก รู้จักผู้คนมากมาย ทว่าไม่ขอใกล้ชิด (อารมณ์มีเพื่อนเต็มเฟซบุ๊คแต่ไม่ได้สนิทไปเสียทุกคน) มีความอดทนน้อยลง เก่งเทคโนโลยี มีทักษะการใช้เทคโนโลยีที่ดีมาก

แต่สิ่งที่ตรงกันข้ามคือ? ไอคิว และ? อีคิว ที่กลับน้อยลง

เราต้องออกแบบโปรดักท์ ที่ ง่าย โง่ และสะดวก อย่าทำอะไรที่มันซับซ้อนและย่อยยาก

ขณะที่วิถีชีวิตผู้คนก็เปลี่ยนไป คนจะอยู่ในเมืองกันเยอะขึ้น และใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่บนท้องถนน ผู้บริโภคยุคนี้ มีความเข้าใจเรื่อง ?สังคมสีเขียว? มากขึ้น มีความคิดที่ให้ต่อสังคมมากเช่นเดียวกัน คนส่วนใหญ่ยินดีที่จะซื้อสินค้าหรือบริการที่อาจจะมีราคาแพงกว่า ถ้ามีผลกระทบทางสังคมที่ดีกว่า

และที่ดูจะเหมือนกันทั่วอาเซียน คือการก้าวสู่สังคม? ผู้สูงอายุ คนทำงานนานขึ้น เกษียณช้าลง

นี่เป็นความคล้าย แต่ในความคล้ายก็ยังแตกต่างไปในแต่ละประเทศ อย่างผู้บริโภคจะมีกำลังซื้อสินค้าเพิ่มขึ้น แต่สิงคโปร์ก็มีการใช้เงินในสินค้าหรือบริการแบบหนึ่ง บ้านเราก็เป็นอีกแบบ เวียดนามก็อีกแบบ จะต่างกัน นั่นคือสิ่งที่ ดร.การดี บอกกับเรา

เวลาเดียวกับเทรนด์ในภาพใหญ่ ยังมีเทรนด์ยิบย่อยของผู้บริโภคอาเซียนโดยเฉพาะ? ไลฟ์สไตล์? คนยุคนี้ ที่มีความน่าสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ

เช่น คนแต่งงานแล้วแต่ไม่มีลูก จึงเลือกเลี้ยงสัตว์เติมเต็มความสุขให้ชีวิต ที่น่าสนใจคือ สัตว์พื้นๆ อย่างสุนัขและแมวอาจจะดูเอาท์ไปแล้วสำหรับคนยุคนี้ เมื่อพวกเขานิยมเลี้ยงสัตว์แปลกๆ กันมากขึ้น

หลายสถานที่มีป้ายต้อนรับสัตว์เลี้ยง เพราะเขารู้ว่าเทรนด์แบบนี้มีมากขึ้น บ้าน คอนโดไม่มีที่เดิน ผู้คนก็มาเดินห้างฯ ที่ต้อนรับสัตว์เลี้ยง

ผู้คนจะหันมาขับรถกันเยอะขึ้น เพราะบ้านอยู่นอกเมือง แต่ทำงานในเมือง สินค้าที่ใช้ระหว่างเดินทางจึงน่าจะขายดี ขณะที่คนส่วนหนึ่งอยู่บ้าน สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ต้องทำให้ราคาถูกลง เพื่อใช้ในบ้าน ใช้เพื่อความเป็นส่วนตัวมากขึ้น
นอกจากนี้จะเกิด ?เพศทางเลือก? ที่เปิดมากขึ้น สินค้าที่สนองใจคนกลุ่มนี้จะขายดี ผู้หญิงยุคใหม่วัย 35-45 ปี เป็นตลาดที่มีกำลังซื้อ มีอิสระทางการเงิน จะเป็นที่สนใจของตลาดมากขึ้น

เกิดกลุ่ม คุณพ่อมือใหม่ ที่อายุมาก โดยคนรุ่น 40-50 ปี อาจแต่งงานช้า หรือแต่งงานเป็นครั้งที่ 2 ที่ 3 กลายเป็นคุณพ่ออายุเยอะ ที่มีลูกน้อยวัยเตาะแตะ

วันนี้เวลาซื้อ car seat สำหรับเด็กที่นั่งในรถ เราจะเริ่มเห็น car seat ยี่ห้อ เฟอร์รารี่ หรือ BMW ที่มี car seat เป็นของแถม เรียกว่าทำสินค้า ขายคุณพ่อกันมากขึ้น

กลุ่มคนมีลูก ที่พื้นที่ในการเล่นรอบบ้านลดลง จะเกิดการนัดกันเพื่อไปทำกิจกรรมของคนมีลูก ไปเล่นในสถานที่ที่มีการจัดวางไว้ให้มากขึ้น ให้ลูกได้รู้จักกัน ผู้ปกครองก็สนิทสนมกันตามไปด้วย เกิดกลุ่มคนชอบอะไรเหมือนๆ กัน อย่าง แก๊งคนรักจักรยาน คนรักสัตว์ และสารพัดกลุ่มก้อนที่จะมีมากขึ้น

เกิดนิยามใหม่ของคำว่า Luxury? ความหรูหราที่ถูกให้ความหมายใหม่ จากอดีตที่เคยจินตนาการถึงเหล่าแบรนด์เนมเท่านั้น? แต่ในวันนี้คนหิ้วแบรนด์เนม อาจถูกเรียกได้ว่าพวก? เศรษฐีใหม่ เพราะเดี๋ยวนี้คนส่วนหนึ่งหันมาใช้ของแพงแต่ไม่ใช่แบรนด์ที่เกร่อตลาด ส่วนหนึ่งยอมจ่ายแพงให้กับของดีที่มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ของที่เกี่ยวกับสุขภาพดี และของที่ช่วยเปลี่ยนโลก

ประเทศที่มีคนจนเยอะอยู่ เขาก็จะยังชอบแบรนด์เนม เหมือน เวียดนาม อินโดนีเซีย อาจยังชอบอยู่ แต่สิงคโปร์จะหลุดไปชอบแบรนด์ที่แตกต่างเยอะขึ้น มองของที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ในไทยเองจากการประเมินของนักการตลาดเรายอมจ่ายแพงให้กับของที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และมีความฝันที่จะเปลี่ยนโลก

ดร.การดี ชี้ความน่าสนใจให้เห็นว่า แม้เทรนด์เหล่านี้จะเป็นเพียงคนกลุ่มเล็กๆ แต่มีแนวโน้มที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ สะท้อนโอกาสในการทำธุรกิจ ที่ผู้ประกอบการซึ่งไม่อยากจมอยู่กับน่านน้ำสีเลือด ได้ฉีกตัวเองมาทำสินค้าหรือบริการเชื่อมโยงไลฟ์สไตล์ของคนเหล่านี้

ความแตกต่างหลากหลายของคนอาเซียน สอดคล้องกับแนวคิดของ สรณ์ จงศรีจันทร์ ประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ บริษัท ยังก์ แอนด์ รูบิแคม แบรนด์ ที่บอกเราว่า อาเซียนก็เหมือนจังหวัดใหม่ของไทย นับจากนี้ไทยจะไม่มีเพียง 77 จังหวัด แต่จะมีอีก 9 จังหวัดใหม่ เข้ามาสร้างโอกาสในธุรกิจ

9 จังหวัดที่แตกต่างและซับซ้อน ทั้งเรื่องภาษา วัฒนธรรม ศาสนา ทัศนคติ และพฤติกรรมผู้บริโภค

สมัยก่อนแนวคิดการตลาดที่เราใช้ คือ One size fits all เราผลิตอะไรออกมาแล้วแต่ ผู้บริโภคต้องใช้ เขาเหมือนถูกจับเป็นตัวประกัน แต่วันนี้ไม่ใช่อีกต่อไปแล้ว ผู้บริโภคมีสิทธิ์ มีเสียง มีบทบาท ในการเป็นผู้บริโภคอย่างแท้จริง สิ่งที่เขาต้องการ คือ One size fits one เพราะแต่ละคนแตกต่างกัน

แนวคิดไม่ง่ายที่จะผลิตสินค้าเพื่อตอบสนองลูกค้าเป็นรายคน ในขณะที่กระบวนการผลิตจะต้องมีต้นทุนที่ไม่สูงเกินไป ดร.การดี ร่วมยกแนวคิดเรื่อง Mass Customization หรือการผลิตสินค้าที่มีความคล้ายกันจำนวนมากๆ แต่เมื่อถึงมือผู้บริโภคสามารถปรับใช้ให้เข้ากับสิ่งที่ผู้บริโภคแต่ละคนต้องการได้

อย่าง Build-A-Bear Workshop ที่การผลิตตุ๊กตาทำในระบบ Mass Production คือผลิตจำนวนมาก ต้นทุนน้อย แต่เวลาคนซื้อย่อมไม่อยากได้ตุ๊กตาที่เหมือนๆ กัน เข้าสู่กระบวนการของ Customization เมื่อเด็กๆ สามารถทำตุ๊กตาได้ด้วยตัวเอง เลือกเครื่องแต่งตัวที่จะสร้างความต่างให้กับ? ตุ๊กตาหนึ่งเดียวในโลก แบบฉบับของพวกเขาได้

บุญชัย ปัณฑุรอัมพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ซาบีน่า เจ้าสโลแกน คับที่อยู่ได้ คัพ A อยู่ยาก เป็นอีกหนึ่งผู้ประกอบการไทยที่ส่งสินค้าไปชิมลางในน่านน้ำอาเซียน ทั้งสิงคโปร์ เวียดนาม พม่า ลาว และ กัมพูชา

เขาบอกว่า คนแต่ละชาติล้วนมีสรีระแตกต่างกัน กระทั่งระดับรายได้ นำมาสู่ความต้องการในสินค้าซาบีน่าที่แตกต่างกันออกไป

ซาบีน่า ดูม ดูม เป็นชุดชั้นในที่มีแถบหนาสำหรับคนคัพ เอ จะขายดีในพม่า แต่ขายไม่ดีในเวียดนาม ที่ต้องทำแบบหนาน้อยกว่าปกติเกินครึ่ง ประเทศที่เศรษฐกิจดีอย่างสิงคโปร์ มาเลเซีย ชุดชั้นในสำหรับเด็กจะขายไม่ดี และประเทศเหล่านี้เขาจะคำนึงถึงเรื่อง กรีนโปรดักท์ สินค้ารักษ์โลกจะขายดีมาก เราต้องปรับสินค้าให้เหมาะกับพฤติกรรมผู้บริโภคแต่ละประเทศที่แตกต่างกัน เพราะมีความหมายมากต่อการทำธุรกิจในอาเซียน

ด้าน เกรียงไกร กาญจนะโภคิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ ยังเชื่อมั่นว่า งานครีเอทีฟของไทย ที่เรียกได้ว่าเป็น ?พี่เบิ้ม? ในตลาดอาเซียน ประเทศรอบบ้านเหล่านี้ยังมองไทยเป็นมาตรฐาน ทำให้ผู้ประกอบการนี้ในไทยยังสามารถตั้งราคาที่พอใจได้ ไอเดียง่ายๆ ที่เคยทำแล้วไม่เวิร์คในไทย ก็อาจไปเวิร์คในอาเซียน…

แต่อย่าชะล่าใจเพราะเรื่องที่ใหญ่กว่านั้นยังมีให้? ลุ้น อีกมาก

ที่ผมเป็นห่วง คือเวลาเรามองตลาดใหญ่ แล้วมองเป็นตลาดเดียว อันนี้น่ากลัวมาก เพราะพฤติกรรมของผู้บริโภคไม่เหมือนกันเราชอบเห็นเค้กก้อนใหญ่ แล้วกระโจนเข้าไป สุดท้ายก็ไปจมอยู่ในเค้ก ไม่ได้กิน แต่ไปจม ทุนที่มีก็หายไปหมด

เกรียงไกร บอกว่า ผู้ประกอบการไทยต้องคิดให้เยอะกว่าเดิม และปรับตัวให้เร็ว เพราะถ้าไม่ปรับ ก็เหนื่อย ผู้บริโภค ณ วันนี้ เปลี่ยนแปลงเร็วมาก แม้แต่คนไทยยังเปลี่ยนจากเดิมไปชัดเจน ทุกประเทศในอาเซียนก็เปลี่ยนไปเช่นกัน
ยังมีอะไรอีกหลายๆ อย่าง ที่ส่งสัญญาณความ ไม่ง่าย ในสนามอาเซียน ผู้บริหารอินเด็กซ์ย้ำว่า อย่าฝันไกลเกินไป ทั้งหลายทั้งปวงขึ้นอยู่กับความพร้อมของตัวเอง ที่ต้องพัฒนาคุณภาพสินค้าให้เจ๋ง ให้โดน เป็นที่ต้องการของตลาดอาเซียน รวมถึงต้องศึกษากฎระเบียบของประเทศต่างๆ ให้ดีพอ

เมื่อเตรียมตัวพร้อม…รู้จักตัวตนคนอาเซียนให้ลึกซึ้ง ไม่ยากนักที่เราจะทำคะแนนนำในสนามนี้
———————————-
เคล็ดไม่ลับ รู้จักตัวตนคนอาเซียน

เหล่ากูรูฝากวิธีรู้ตัวตน คนอาเซียนอย่างง่ายๆ

ผศ.ดร.การดี เลียวไพโรจน์ บอกว่า ไม่มีโอกาสไปประเทศเพื่อนบ้าน ก็ลองเปิด อาเซียนทีวี เรียนรู้พฤติกรรมผู้บริโภค เริ่มดูละครของประเทศต่างๆ ดูไลฟ์สไตล์ของคนบ้านเขา เวลาเดียวกันก็พยายามหาเครือข่าย หาพาร์ทเนอร์ในประเทศนั้นๆ อย่าไปคนเดียว หรือคิดเองเออเอง อาจดูตัวอย่างจากคนที่เขาไปมาแล้วก็ได้

หนึ่งในวิธีคิดที่น่าสนใจของการรู้พฤติกรรมคนบ้านเขา คือ เราไม่จำเป็นต้องเอาสินค้าไปขายโดดๆ แต่สามารถไปเชื่อมโยงเข้ากับไลฟ์สไตล์ของคนอาเซียนได้ อย่างวิถีชีวิตเขาเป็นอย่างไร กินอยู่อย่างไร เช่น พิซซ่าที่ต้องทานคู่กันโค้กหรือเป๊ปซี่ ชามะตูมต้องดื่มในสปา ซูชิ ต้องทานกับเหล้าบ๊วย เหล่านี้เป็นต้น

แค่รู้ว่าคนอาเซียนทำอะไร แล้วดีไซน์ผลิตภัณฑ์ของเราไปรวมกับสิ่งที่เขามีอยู่ได้ ไม่ต้องแข่งขัน แต่เป็นการร่วมมือ เพื่อสร้างโอกาสที่เหนือชั้นกว่า

วิธีของ บุญชัย ปัณฑุรอัมพร ผู้บริหาร ซาบีน่า เขาบอกว่าเริ่มจากไปหาข้อมูลจากสถานทูตไทยและประเทศต่างๆ ที่จะเข้าไปทำการค้า หน่วยงานเหล่านี้จะมีข้อมูลผู้ซื้อในอุตสาหกรรมต่างๆ จากนั้นก็เรียนรู้ว่าประเทศนั้นๆ มีใครบ้างที่ไปมาแล้ว ลองโทรเข้าไปพูดคุย สอบถามขอคำแนะนำ ตั้งแต่ธุรกิจขนาดใหญ่ กระทั่งร้านอาหารไทยเล็กๆ ที่อยู่ที่นั่น ก็สามารถเก็บเกี่ยวเป็นทุนความรู้ได้ ที่สำคัญไม่ต้องจ่ายเงินมหาศาลไปกับ ค่าที่ปรึกษา

เรียกว่าเป็นการได้มาซึ่งคำตอบที่คุ้มค่าสุดๆ แล้ว

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *