ยุทธศาสตร์ บริษัทจดทะเบียน

AGE เอเชีย กรีน เอนเนอจี การเติบโตยังดำเนินต่อไป

เส้นทางการเติบ โต บมจ.เอเชีย กรีน เอนเนอจี ของ’ซีอีโอ ป.7′ พุ่งเร็วราวติดจรวด ธุรกิจของเขากำลังเข้าตาเซียนหุ้นพันล้าน ‘เคน’ โสรัตน์ วณชวรากิจ

AGE เอเชีย กรีนผลการดำเนินงานเกินครึ่งทางของปี 2554 บมจ.เอเชีย กรีน เอนเนอจี ยังคงทำได้อย่างโดดเด่น และเป็นการเติบโตที่ก้าวกระโดดจากปีที่แล้ว เมื่อปี 2552 บริษัทของเขามีรายได้ปีละ 2,000 ล้านบาท ปี 2553 กระโดดขึ้นมาเป็น 2,800 ล้านบาท และงวด 9 เดือนปี 2554 สามารถทำสถิติสูงสุดครั้งใหม่ที่ 4,000 ล้านบาท

แต่เป้าหมายความสำเร็จของ “ซีอีโอ ป.7” ภายใน 3 ปี เขาฝันเห็นบริษัทมีรายได้ทะลุ 10,000 ล้านบาท และภายใน 5 ปี ทะลุ 15,000 ล้านบาท เบื้องหน้าของเขายังไกลโพ้น แม้จะเจือปนความฝันที่ไม่ง่ายจะเป็นจริง !!!

?A big change for a great success? (การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เพื่อความสำเร็จอันยิ่งใหญ่) Status ใน Blackberry Chats ของ พนม ควรสถาพร ประธานกรรมการบริหาร? บมจ.เอเชีย กรีน เอนเนอจี เขามุ่งมั่นจะสร้างอาณาจักรผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายถ่านหินสำหรับโรงงานอุตสาหกรรมขนาดกลางให้เติบโตเป็น ?บ้านปูมินิ? ในอนาคต

พนมจบการศึกษาแค่ชั้น ป.7 ต้องออกมาช่วยเตี่ย (พ่อ) ทำงานตั้งแต่อายุ 13 ปี เพื่อส่งน้อง 5 คน เรียนหนังสือ แต่ชีวิตการทำงานของชายวัย 60 ปีในวันนี้ ยังไม่ถึงจุดสิ้นสุด ยังคงตั้งหน้าตั้งตาทำงานสวนทางอายุที่เพิ่มขึ้นทุกปี โดยถือคติชีวิตว่า ?ลิขิตฟ้าหรือจะสู้มานะตน?

พนมแสดงความเห็นผ่าน กรุงเทพธุรกิจ BizWeek ว่า วันนี้ราคาหุ้น AGE ยังไม่สะท้อนอนาคตที่สดใส ตอนราคาลงไปต่ำกว่า 5 บาท ส่วนตัวก็ยังซื้อ (จำนวน 642,976 หุ้น ราคา 4.62 บาท มูลค่าประมาณ 3 ล้านบาท) เชื่อว่าเมื่อทุกอย่างกลับมาปกติ ?น้ำเริ่มลดราคาหุ้น AGE จะผุด? วันนี้นักลงทุนยังกังวลหนี้ยุโรป แถมเมืองไทยน้ำยังท่วมใหญ่อีก ก็ไม่แปลกที่ราคาหุ้นจะลดลง ช่วงนี้นักลงทุนยังกล้าๆ กลัวๆ ใครเป็นแฟนพันธุ์แท้ นี่คือ “โอกาสทองของคุณ” เขาว่า

“ผมอ่านบทสัมภาษณ์ของ ?เจ้าสัวซีพี? ธนินท์ เจียรวนนท์ ที่พูดว่าหลังน้ำลด ในปี 2555 เศรษฐกิจไทยจะโต 7% และจะมีการจ้างงานสูงมากขึ้น ทำให้เกิดปัญหาขาดแคลนแรงงานตามมา ถือว่าวิกฤติเป็นโอกาส ผมเชื่อเจ้าสัวซีพี ฉะนั้นหากหุ้นตัวไหนที่มีพื้นฐานดี ก็ต้องรีบเก็บไว้เป็นสมบัติส่วนตัวก่อนจะสายเกินไป” เสี่ยพนมก็เป็นหนึ่งในนักลงทุนรายใหญ่เช่นเดียวกัน

เจ้าของเอเชีย กรีน เอนเนอจี บอกด้วยว่า ช่วงที่ตลาดหุ้นไม่ดี ตนเองก็เข้าไปซื้อหุ้น BANPU เพิ่มอีกนิดหน่อย ราคาลงมาขนาดนั้นใครจะอดใจไหว (หัวเราะ) หุ้นบ้านปูต้องมีติดพอร์ตตลอดเวลา เพราะทำธุรกิจเดียวกันรู้ทุกกระบวนการผลิต หุ้นกลุ่มก่อสร้างก็เก็บเข้าพอร์ตนิดหน่อย เชื่อว่าหลังน้ำลงกลุ่มนี้จะได้ประโยชน์เต็มๆ

“เคล็ดลับการลงทุนของผมก็ยังเหมือนเดิม ถือ 3-5 เดือน ระหว่างนี้ก็มีขายทำกำไรบ้าง”

สำหรับทิศทางของบริษัท พนมไล่เรียงให้ฟังว่า ก่อนหน้านี้เคยตั้งเป้าหมายว่า ภายใน 5 ปีข้างหน้าจะมีรายได้แตะ 10,000 ล้านบาท แต่คิดว่าเราจะทำได้เร็วขึ้น น่าจะภายใน 3 ปี ทุกคนได้เห็นแน่นอน ส่วน 5 ปีรายได้อาจยืนระดับ 14,000-15,000 ล้านบาท หรือมากกว่านั้น ทุกอย่างขึ้นอยู่ที่ว่าเราสามารถทำได้ตามแผนหรือไม่

สาเหตุที่ AGE มีรายได้ถึง “หมื่นล้านบาท” เร็วขึ้นกว่าเดิม เพราะในปี 2555 จะส่งออกถ่านหินไปขายในประเทศจีนเพิ่มขึ้นจาก 700,000 ตัน เป็น 1.4 ล้านตัน ขณะเดียวกันมีแผนจะเข้าไปขายถ่านหินในประเทศอินเดียเป็นครั้งแรก เบื้องต้นจะชิมลางในอินเดีย 300,000-400,000 ตัน รวมถึงจะเข้าไปขายถ่านหินในประเทศฟิลิปปินส์ ราวๆ 100,000-200,000 ตัน ส่งผลให้ปี 2555 บริษัทจะมีรายได้รวมแตะ 7,000 ล้านบาท หรือเติบโต 40% จากปี 2554 แบ่งเป็นรายได้ในประเทศ 50% ต่างประเทศ 50%

สำหรับในปี 2556 เขาคาดว่า ยอดขายต่างประเทศจะเพิ่มอยู่ 60% อีก 40% เป็นยอดขายในประเทศ มาร์จินในและนอกประเทศไม่ได้แตกต่างกันมากมายอยู่ราวๆ 20% บวกลบ แต่อุตสาหกรรมถ่านหินในต่างประเทศเพิ่มขึ้นทุกปี โดยเฉพาะในประเทศจีนที่นำเข้าถ่านหินถึงปีละ 200 ล้านตัน รวมถึงอินเดียที่มีโรงงานเกิดใหม่มากถึง 200 แห่ง ส่วนใหญ่เป็นโรงเหล็ก

ขณะที่ความต้องการใช้ถ่านหินในประเทศไม่ค่อยเติบโตเท่าไร แถมบางพื้นที่ยังถูกต่อต้านอย่างโรงงานในสมุทรสาครของบริษัทก็หยุดดำเนินการ แต่ก็ไม่กระเทือนรายได้ เพราะยังมีโรงงานและคลังสินค้าอีก 3 แห่ง ที่จังหวัดเพชรบุรี ชลบุรี และ พระนครศรีอยุธยา เมื่อมีปัญหาในลักษณะนี้บ่อยๆ ก็ต้องกระจายความเสี่ยง การออกไปหาเงินนอกบ้าน..พนม บอก

เขาบอกอีกว่า ภายในครึ่งปีแรกของปี 2555 เอเชีย กรีน เอนเนอจี จะเป็นเจ้าของเหมืองถ่านหินที่ประเทศอินโดนีเซีย 1 แห่ง ปริมาณสำรองถ่านหินราวๆ 10 ล้านตัน ตอนนี้คุยไว้ 2 เจ้า ทั้ง 2 ราย มีสเปคที่คล้ายคลึงกัน คือ มีปริมาณสำรอง 10 ล้านตัน มีต้นทุนต่ำและการเดินทางสะดวก แต่จะเลือกใครคงดูที่ราคาขายเป็นหลัก สมเหตุสมผลก็เลือกคนนั้น

เรื่องที่คุณอาจสนใจ  THAI การบินไทย เทิร์นอะราวด์

เรามีนโยบายถือหุ้นในเหมืองถ่านหิน 60% ที่เหลือจะเป็นนักลงทุนจากสิงคโปร์หรืออินโดนีเซียที่อยากเข้ามาแจมด้วย อีกส่วนจะถือหุ้นโดยคนในท้องถิ่น เมื่อเรามีเหมืองถ่านหินเป็นของตัวเอง ปริมาณการขายถ่านหินในช่วงแรกของปี 2555 จะเพิ่มขึ้นอีก 20,000-30,000 ตัน จากเป้าหมายที่คาดว่าปี 2555 จะมีปริมาณการขายถ่านหินทั้งหมด 3 ล้านตัวบวกลบ จากนั้น 4 เดือน ก็เพิ่มขึ้นเท่าตัว 6 เดือน อีกเท่าตัว

“ใจจริงผมอยากมีเหมืองถ่านหินปีละแห่ง แต่ถ้ามีเหมืองใหญ่ๆ สัก 1-2 แห่ง อาจหยุดก่อน กลัวทำไม่ทัน โรงไฟฟ้าก็น่าสนใจ เพราะถ้าอยากเป็น ?บ้านปูน้อย? ก็ต้องมีโรงไฟฟ้าเป็นของตัวเอง แต่ภายใน 3 ปีข้างหน้า คงยังไม่เห็นเราดำเนินการ หากทำจริงก็จะไปทำในแถบเอเชียคงไม่ทำในเมืองไทย”

เขาบอกว่า ปีนี้ บริษัทได้ปรับเป้าหมายรายได้ครั้งที่ 4 จากเดิมที่คาดว่าจะมีรายได้ 5,000 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 80% ปรับเป็นเติบโต 100% อยากรู้เราจะมีรายได้เท่าไรก็เอา 2,839 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายได้ปี 2553 คูณ 2 นั่นแหละรายได้ AGE แบ่งเป็นรายได้ในประเทศ 70% ต่างประเทศ 30% ขณะเดียวกันยังปรับเป้าปริมาณการขายถ่านหินในปี 2554 เป็น? 2.2 ล้านตัน จาก 2.1 ล้านตัน ด้วย

?ผมไม่เคยหยุดคิด หากมีอะไรที่ทำให้บริษัทมั่นคงจะทำต่อไป อายุเป็นเพียงตัวเลข ผมไม่เคยรอให้มีวิกฤติแล้วค่อยทำจะแสวงหาสิ่งที่ดีที่สุด เพื่อผู้ถือหุ้นทุกคน ญี่ปุ่น ไต้หวัน หากมีโอกาสก็จะเอาถ่านหินไปขาย? นี่คือแนวทางการทำงานของ ซีอีโอ ป.7 “ลิขิตฟ้าหรือจะสู้มานะตน”
‘เซียนพันล้าน’ รอช้อป AGE ติดตรง ‘แพงไปหน่อย’
ผลงานที่โดดเด่นในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ทำให้หุ้น AGE ของพนม เข้าตา ?เคน? โสรัตน์ วณิชวรากิจ เซียนหุ้นรายใหญ่ระดับ “พันล้านบาท” และเป็นนักธุรกิจเจ้าของ บริษัท แพนเอเชีย อุตสาหกรรม จำกัด ผู้ผลิตแผ่นพลาสติกอะครีลิครายใหญ่
เคนต่อสายตรงถึงพนมขอซื้อถ่านหิน ล็อตใหญ่ หลัง บมจ.ยูนิค ไมนิ่ง เซอร์วิสเซส (UMS) ประสบปัญหาน้ำท่วมไม่สามารถส่งถ่านหินให้ได้ตามปกติ แถมเซียนหุ้นรายใหญ่ยังนัดเจอเสี่ยพนม ที่โรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค ย่านถนนรัชดาภิเษก เพื่อเจาะลึกหุ้น AGE อย่างตั้งอกตั้งใจ

กรุงเทพธุรกิจ BizWeeK ได้สอบถามไปยังโสรัตน์ โดย เซียนหุ้นรายใหญ่ แสดงอาการชื่นชมว่า คุณพนมเป็นคนเก่งมาก ด้วยความที่เป็นคนจีนเหมือนกันจึงเป็นคนที่มีคุณธรรมสูง ที่สำคัญธุรกิจของเขาได้เปรียบคู่แข่งที่พากันปิดโรงงานชั่วคราว เพราะประสบปัญหาน้ำท่วม แต่ AGE ยังสามารถดำเนินธุรกิจได้ตามปกติ แถมยังมีรายได้และกำไรเพิ่มขึ้นด้วย ยิ่งปีหน้ายิ่งสดใสสุดๆ…โสรัตน์ ออกโรง “เชียร์หุ้น” อย่างเปิดเผยเหมือนรู้ข้อมูลตื้นลึกหนาบางจนหมดสิ้น

เคน บอกว่า ชอบหุ้น AGE มากจริงๆ แต่ติดตรงที่ ค่า P/E สูงถึง 20.16 เท่า (ณ 14 พ.ย. 2554) แพงไปหน่อย!!! เขาว่า? ถ้า AGE สามารถสร้างกำไรได้มากกว่าเดิมมากๆ ค่า P/E ก็จะลดลง ถ้าค่า P/E ลงมาต่ำกว่า 10 เท่า จะเข้าไปคุยกับคุณพนมอีกครั้ง เพื่อขอซื้อหุ้นและขึ้นเป็นผู้ถือหุ้นอันดับ 2 ของบริษัท

“คุณพนมก็ดูแฮปปี้ที่ผมจะเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของบริษัทเขา ดูจากสีหน้าแววตาคำพูดที่จริงใจ ถ้าได้เป็นผู้ถือหุ้นจริงๆ ผมคงได้เรียนรู้อะไรมากมายจากคุณพนม ดูเขาเป็นคนมีเมตตา และมีประสบการณ์ชีวิตมากมาย…ช่วงนั้นผมก็เฝ้าดูหุ้น AGE ทุกวัน ถ้าค่า P/E เข้าเป้าหมายเมื่อใดจะรีบเข้าไปซื้อทันที ของ (หุ้น) เขาดีจริงๆ หน้าที่ของผมช่วงนี้คือเชื่อมสัมพันธ์ที่ดีต่อกันไว้ก่อน” โสรัตน์ กล่าว

ขอบคุณข่าวจาก กรุงเทพธุรกิจ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *