ข้อมูลพื้นฐานหุ้นบทความโตโร่

AH บริษัท อาปิโก ไฮเทค จำกัด (มหาชน)

บทความเขียนและเรียบเรียงโดย

บริษัท อาปิโก ไฮเทค จำกัด (มหาชน) (AH)

 

บริษัท อาปิโก ไฮเทค จำกัด (มหาชน) ก่อตั้งขึ้นในปี 2539 และจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในปี 2545 บริษัทฯ เริ่มดำเนินธุรกิจจากการออกแบบ ผลิต และติดตั้ง อุปกรณ์จับยึดเพื่อใช้ในการประกอบรถยนต์แบบครบวงจร (Car Assembly Jigs) การออกแบบและผลิตแม่พิมพ์ปั๊มโลหะแผ่น (Stamping Die) และรับผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ (OEM Auto Parts) ได้แก่ ชิ้นส่วนพื้นรถยนต์ ตัวค้ำ ตัวยึด และชิ้นส่วนปลีก ย่อยอื่นๆ จากนั้น บริษัทฯ ได้พัฒนาก้าวหน้ามาสู่การผลิต ชิ้นส่วนพลาสติกชิ้นส่วนโลหะตีอัดขึ้นรูป (Forging) และกลึง สำเร็จด้วยเครื่องจักร และชิ้นส่วนกรอบโครงช่วงล่างรถกระบะ (Frame components) นอกจากนี้ บริษัทฯ มีการลงทุนใน บริษัทย่อยและบริษัทร่วมในกลุ่มธุรกิจที่มีความเกี่ยวเนื่องกับผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัทฯ ได้แก่ บริษัทตัวแทนจำหน่าย รถยนต์ และบริษัทพัฒนา ผลิต และจำหน่ายระบบนำร่องการเดินทางในรถยนต์ เป็นต้น ในปัจจุบัน กลุ่มบริษัทอาปิโก ประกอบด้วยบริษัทย่อยและบริษัทร่วมรวมทั้งสิ้น 37 บริษัท (ในประเทศ 27 บริษัท และต่างประเทศ 10 บริษัท) โดยมีกลุ่ม ลูกค้าหลักของบริษัทฯ เป็นบริษัทผู้ผลิตยานยนต์ชั้นนำในประเทศไทย

บริษัท อาปิโก ไฮเทค จำกัด (มหาชน) ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2558 มีทุนจดทะเบียนชำระแล้วจำนวน 322.58 ล้านบาท โดยผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทฯ ได้แก่ กลุ่มของนาย เย็บ ซู ชวนและครอบครัว ถือหุ้นรวมกันร้อยละ 39.85 ของทุนจดทะเบียน ทั้งหมดของบริษัทฯ และกลุ่มบริษัท โซจิทสึ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น ถือหุ้นรวมกันร้อยละ 15.76 ของทุนจดทะเบียน ทั้งหมดของบริษัทฯ โรงงานของบริษัทฯ 2 แห่ง ตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหรรมไฮเทค ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และนิคม อุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ในจังหวัดระยอง กลุ่มลูกค้าหลักของบริษัทฯ ได้แก่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ เอเชีย แปซิฟิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด และบริษัท อีซูซุ มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เป็นต้น

กลุ่มบริษัทอาปิโกผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ที่หลากหลายซึ่งประกอบไปด้วยชิ้นส่วนปั้มขึ้นรูป ได้แก่ ถังน้ำมันเหล็กและโครงรถกระบะ ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ตีอัดขึ้นรูป (Forging) บริการตีกลึงอะไหล่ชิ้นส่วนรถยนต์ (Machining) ผลิตและจำหน่ายชิ้นส่วนพลาสติก และผลิตชิ้นส่วนประดับยนต์ อีกทั้งออกแบบติดตั้งและผลิตอุปกรณ์จับยึด และออกแบบและผลิตแม่พิมพ์ ผลิตภัณฑ์ที่นอกเหนือจากชิ้นส่วนยานยนต์ได้แก่ เป็นตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ อุปกรณ์ระบบนำร่องการเดินทาง ธุรกิจด้านการพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์สำหรับอุปกรณ์ระบบนำร่องการเดินทาง และ โปรแกรมการวางแผนทรัพยากร

 

วันนี้ผมนำเอาบทวิเคราะห์จากโบรคเกอร์ต่างๆ ที่ได้วิเคราะห์ AH ในปี 2561 น่าจะพอทราบถึงแนวโน้มของบริษัทในปี 61 ค่อนข้างชัดเจนว่าเป็นขาขึ้น

 

DBSV:

ถึงเล็กแต่สวยงาม

• หลังปี 60 ที่ผ่านมาคาดว่าอัตราการเติบโตกำไรหลักสูงเป็น 62% y-o-y สำหรับปี 61 และ 62 ยังจะดีต่อเนื่องคือ เติบโต 25%/16% y-o-y ผลพวงจากอุตสาหกรรมยานยนต์กลับมาเป็นขาขึ้น (upcycle) โดยทางบริษัทได้ประโยชน์จากการมีสินค้าในพอร์ตฟอลิโอที่ดี และฐานลูกค้าที่แข็งแกร่ง ยิ่งไปกว่านั้นยังได้รับผลดีจากการซื้อกิจการ Sakthi Global Auto Holdings Limited (SGAH) ซึ่งตั้งอยู่ในประเทศอินเดีย มาตั้งแต่ มิ.ย.60 นอกจากได้รับส่วนแบ่งกำไรปีละ 150 ล้านบาท และขยายฐานลูกค้าไปยังระดับโลกซึ่งเป็นประเทศ อินเดีย โปรตุเกส สหรัฐฯ และจีน ก็จะได้รับรายได้ในส่วนดอกเบี้ยอีกปีละ 10 ล้านเหรียญสหรัฐ จากการที่ AH ปล่อยกู้ให้กับ SGAH

• AH เป็นผู้นำธุรกิจออกแบบผลิตและติดตั้งอุปกรณ์จับยึดเพื่อประกอบรถยนต์ ออกแบบและผลิตอุปกรณ์แม่พิมพ์ปั๊มโลหะและผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ในไทย ได้แก่ ชิ้นส่วนพื้นรถ เหล็กขวาง ตัวค้ำ ตัวยึด ถังน้ำมัน เป็นต้น และมีบริษัทย่อยและบริษัทร่วมเป็นตัวแทนจำหน่ายและศูนย์บริการรถยนต์ที่ไทยและมาเลเซีย และเป็นผู้พัฒนาและจำหน่ายระบบนำร่องการเดินทางและให้บริการด้านเทคโนโลยีการเดินทาง ด้านฐานะการเงินแม้ว่าล่าสุด 3Q60 อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนได้เพิ่มขึ้นเป็น 0.78 เท่า เทียบกับปี 59 ที่ 0.3 เท่า เพราะใช้เงินไปซื้อ SGAH แต่คาดว่าในงวดปี 61 และ 62 จะทยอยลดลงเป็น 0.5 และ 0.3 เท่า ตามลำดับ สืบเนื่องจากไม่มีการใช้เงินลงทุนที่มากๆแล้วใน 2 ปีนี้

• แนะนำ ซื้อ ราคาหุ้นขณะนี้ซื้อขายที่ P/E ปี 61 ที่ 9.8 เท่า ต่ำกว่าเทียบกับค่าเฉลี่ยของกลุ่ม (Peer) ที่ 12.8 เท่า กำหนดราคาพื้นฐานไว้ที่ 41.80 บาท ซึ่งประเมินด้วย P/E ปี 61 ที่ 12 เท่า (+0.5 SD จากค่าเฉลี่ย P/E 5 ปี ย้อนหลัง) การที่ให้ส่วนเพิ่ม (premium) 0.5 SD เพื่อสะท้อนการที่บริษัทอยู่ในช่วงการเติบโตที่สูงและวัฎจักรธุรกิจเป็นขาขึ้น อีกทั้งมีโอกาสที่จะขยายฐานลูกค้าได้กว้างขึ้นในอนาคตด้วย แนวโน้มธุรกิจสดใส จากการที่ค่ายรถยนต์ขยายกำลังการผลิตรถยนต์ในประเทศที่ตลาดกำลังฟื้นตัวและส่งออกที่เติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะลูกค้าหลักคือ Isuzu Motors ซึ่งเป็นลูกค้าหลัก ให้รายได้ในสัดส่วนถึง 40% ของรายได้รวมมีแผนจะออก model ใหม่ในปี 62 จึงคาดว่าจะเป็นปัจจัยบวกสำคัญต่อการเติบโตที่สูงกว่าอุตสาหกรรมได้

เรื่องที่คุณอาจสนใจ  UST บริษัท ยูไนเต็ด แสตนดาร์ด เทอร์มินัล จำกัด (มหาชน)

นักวิเคราะห์ : อภิชญา เกตุรัตนบวร : apichayak@th.dbs.com

 

 

ที่มา : บมจ.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง

แนวโน้มจะเติบโตแต่หุ้นขึ้นรับแล้ว

AH ผู้บริหารมีมุมมองในด้านบวกแนวโน้มอุตสาหกรรมรถยนต์และแนวโน้มผลประกอบการจะมีการเติบโตต่อเนื่องในปี2561 เราประเมินผลประกอบการ4Q60 จะชะลอตัวลงจาก3Q60 เนื่องจากมีวันหยุดติดต่อกันหลายวันแต่ผลประกอบการรวมปี2560-2561 คาดจะทำนิวไฮต่อเนื่องราคาหุ้นAH ปัจจุบัน33.25 บาทได้ปรับลดลงหลังจากที่ขึ้นไปสูงสุดที่38.25 บาทและลงมาต่ำกว่าราคาเป้าหมายเราที่35 บาทแต่อัพไซด์ก็ไม่มากนักเราได้เพิ่มเกรดคำแนะนำเป็นถือจากเดิมTAKE PROFIT

ผู้บริหารมีมุมมองด้านบวกแนวโน้มจะเติบโตต่อเนื่อง
AH ได้จัดงานบริษัทจดทะเบียนพบผู้ลงทุนเมื่อวันที่4 ธ.ค. ที่ผ่านมาผู้บริหารมีมุมมองในด้านบวกแนวโน้มอุตสาหกรรมรถยนต์และแนวโน้มผลประกอบการโดยยอดผลิตรถยนต์ปีนี้ประเมินจะเท่ากับ1.95 ล้านคันใกล้เคียงปีก่อนที่มียอดผลิตรถยนต์เท่ากับ1.94 ล้านคันในขณะที่ปี2561 คาดยอดผลิตรถยนต์จะเติบโตได้จากปีนี้ปี2561 มีแนวโน้มจะไม่มีการลงทุนขนาดใหญ่โดยจะใช้งบลงทุนประมาณ300-400 ล้านบาทเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพเครื่องจักรหลังจากที่ปีนี้ใช้เงินลงทุน25% ในSGAH รวมถึงเงินปล่อยกู้รวมทั้งหมด100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯผู้บริหารมองประโยชน์จากการเข้าลงทุนในSGAH จะทำให้AH สามารถเติบโตในตลาดโลกคือสหรัฐยุโรปและอินเดีย

แนวโน้ม4Q60จะชะลอตัวแต่รวมปี2560-2561 จะทำนิวไฮต่อเนื่อง
ปกติยอดผลิตรถยนต์ใน4Q60 จะชะลอตัวจาก3Q60 เนื่องจากมีวันหยุดติดต่อกันหลายวันทำให้เราประเมินกำไร4Q60 จะชะลอตัวลงจาก3Q60 แต่รวมปี2560 กำไรจะเพิ่มเป็น1,015 ล้านบาทเติบโต87%YoY เนื่องจากได้แรงหนุนจากผลประโยชน์ที่AH จะได้รับจากการเข้าลงทุน100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯในบริษัทSakthi Global Auto Holdings Limited (SGAH) ผู้ผลิตชิ้นส่วนในอินเดีย-โปรตุเกส-สหรัฐ-จีนคือดอกเบี้ยรับจำนวน10 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯต่อปีเป็นเวลา3 ปีและส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุน25.1% เราประเมินจะช่วยเพิ่มกำไรในปี2560 ประมาณ127 ล้านบาทและเพิ่มเป็น324 ล้านบาทในปี2561 จากที่รับรู้ผลบวกเต็มปีและเราประเมินกำไรในปี2561 จะเท่ากับ1,040 ล้านบาทเติบโต2%YoY ถ้าหากไม่รวมรายการพิเศษในปี2560 กำไรปกติจะเติบโต12%YoY

เพิ่มเกรดเป็น ถือ จาก TAKE PROFIT หลังราคาหุ้นลงมาต่ำกว่าเป้าหมาย
เราประเมินราคาเป้าหมายเท่ากับ35 บาทบนฐานP/E ปี2561 เท่ากับ11 เท่าราคาหุ้นAH ได้ปรับฐานหลังจากขึ้นไปสูงสุดที่38.25 บาทลงมาปิดเมื่อวานที่33.25 บาทแต่ยังปรับขึ้นมา65% ตั้งแต่ออกข่าวเข้าร่วมทุนSGAH ราคาหุ้นปัจจุบันปรับลดลงจนเริ่มมีอัพไซด์5% เราจึงเพิ่มเกรดคำแนะนำเป็นถือจากเดิมTAKE PROFIT

Surachai Pramualcharoenkit
surachai.p@maybank-ke.co.th

 

 

สำหรับการลงทุนหุ้น AH ในปี 2561 แล้วน่าจะเป็นปีที่ดีสำหรับนักลงทุน เพราะ นักวิเคราะห์ในตลาดต่างพากันตบเท้าออกมาคอนเฟิร์มถึงขาขึ้นอย่างชัดเจน เนื่องจากออเดอร์ทะลักไม่หยุดนั่นเอง เห็นกราฟช่วงนี้ราคาถอยมารับแบบน่าเข้าไปช้อนซื้อ โอกาสแบบนี้ไม่มีบ่อยๆ ครับ ขอให้โชคดีสำหรับการลงทุน

 

อยากเริ่มเล่นหุ้น อยากวิเคราะห์หุ้นเป็น มาลงทะเบียนเรียนหลักสูตรเบื้องต้นที่นี่

สอนเล่นหุ้น

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *