รีวิวหุ้นน้องใหม่ AMATAV บริษัท อมตะ วีเอ็น

บริษัท อมตะ วีเอ็น จำกัด (มหาชน)

ประเภทธุรกิจ: ประกอบธุรกิจการลงทุนในบริษัทที่พัฒนา และประกอบกิจการนิคมอุตสาหกรรม และกิจการที่เกี่ยวเนื่องในเวียดนาม
กลุ่มอุตสาหกรรม / หมวดธุรกิจ: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง / พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
จำนวนหุ้นที่ IPO: 139,832,400 หุ้น
ระยะเวลาเสนอขายหุ้น: รอข้อมูล
ราคา IPO: รอข้อมูล
ราคา PAR: 0.50 บาท
วันที่เริ่มซื้อขาย: รอข้อมูล
ที่ปรึกษาทางการเงิน: ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) และ บมจ. หลักทรัพย์ โอเอสเค (ประเทศไทย)
มูลค่าทางบัญชีต่อหุ้น: 2.67 บาท
นโยบายการจ่ายปันผล: ไม่น้อยกว่า 40% ของกำไรสุทธิ

ในขณะที่ปรึกษาทางการเงินของบริษัทกำลังคำนวณมูลค่าหุ้น เรามาทำความรู้จักกับบริษัท อมตะ วีเอ็น กันก่อนเพื่อตัดสินใจเข้าลงทุนในลำดับถัดไปหลังจากมีข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับราคา IPO

ประวัติความเป็นมาของบริษัท

อมตะ วีเอ็น จดทะเบียนตั้งบริษัทเมื่อ 30 ส.ค. 2555 เพื่อเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยประกอบธุรกิจที่เป็น Holding Company คือ ลงทุนในบริษัทอื่นๆ บริษัทมีทุนจดทะเบียน 460 ล้านบาท ชำระแล้ว 384 ล้าน มีการลงทุนในบริษัทย่อยทั้งหมดหนึ่งบริษัทนั่นคือ Amata (Vietnam) ซึ่งเป็นบริษัทร่วมค้า ถือหุ้นอยู่ 69.99%

อมตะ เวียดนาม ตั้งบริษัทเมื่อวันที่ 31 ธ.ค. 2537 ที่เวียดนามทุนจดทะเบียนเริ่มต้น 17 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อทำธุรกิจพัฒนานิคมอุตสาหกรรมในเมืองเบียนหัว ในนิคมอุตสาหกรรม Amata City (Bien Hoa) โดยเป็นการร่วมทุนระหว่างกลุ่มนักลงทุนไทย และเวียดนาม

โครงสร้างการถือหุ้นของ Amata VN

amatav

บริษัทอมตะเวียดนาม บริษัทลูกของ Amata VN ทำธุรกิจพัฒนานิคมในเวียดนามบนพื้นที่โครงการรวม 4,375 ไร่ ตั้งอยู่ใกล้สี่แยกทางหลวงสาย 1 และสาย 15 ตำบลลองบินห์ เมืองเบียนหัว จังหวัดดองไน ประเทศเวียดนาม ทั้งนี้ทางหลวงสาย 1 เป็นทางหลวงสายหลักของประเทศเวียดนามซึ่งเชื่อมระหว่างใต้สุดจนถึงเหนือสุดของประเทศ และตัดผ่านเมืองสำคัญต่างๆ เช่น นครโฮจิมินห์ เมืองเบียนหัว และกรุงฮานอย ในขณะที่ทางหลวงสาย 15 เป็นทางหลวงซึ่ง ไปเชือมกับทางหลวงสาย 51 ซึง เชือมตรงไปสู่ท่าเรือ Cai Mep และท่าเรือ Vung Tau ซึ่งเป็นท่าเรือนํ้าลึกที่สำคัญของประเทศเวียดนาม

โครงสร้างรายได้ (ปี 2556)

  1. จากการขายอสังหาฯ 330 ล้านบาท หรือ 45.6% ของรายได้รวม
  2. จากการให้เช่าอสังหาฯ 159 ล้านบาท หรือ 22% ของรายได้รวม
  3. จากการให้บริการ 150 ล้านบาท หรือ 20.7%
  4. ดอกเบี้ยรับ 82 ล้านบาท หรือ 11.4%
  5. รวมทั้งสิ้น 723 ล้านบาท

ผู้ถือหุ้นใหญ่และกรรมการบริหารคือ คุณวิกรม กรมดิษฐ์

ฐานะทางการเงินย้อนหลัง 3 ปีดูดีมากเลยทีเดียว หนี้น้อย D/E 0.26 เท่า รายได้มีโอกาสเติบโตขึ้นในอนาคต กำไรจากการเดินงานอยู่ในระดับเกิน 40% ถือว่าดีเลย เพราะออกมาเป็นกำไรสุทธิถึงมือนักลงทุนแล้วได้ถึง 35% จากที่ผมวิเคราะห์ดูแล้วธุรกิจนี้กำไรค่อนข้างเยอะและได้เป็นกอบเป็นกำและยังไม่ค่อยมีบริษัทในไทยออกไปลุยต่างประเทศเหมือนของคุณวิกรม ที่มี AEC สัญจรน่าจะรู้ดีถึงวัฒนธรรมการทำธุรกิจ และข้อจำกัดด้านกฏหมายต่างๆ รวมทั้งยังมีพันธมิตรทางธุรกิจที่แข็งแกร่ง

หากราคา IPO เคาะออกมาแล้วไม่แพง ก็เป็นอีกบริษัทหนึ่งที่ต้องรีบหาหุ้นจองและซื้อเอาไว้ลงทุนครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *