AP เอเชี่ยนพร็อพเพอร์ตี้ จับตลาดล่าง

ทางฝั่งของบ มจ.เอเชี่ยนพร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ ของ”เสี่ยตี๋” อนุพงษ์ อัศวโภคิน ก็มีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจเช่นเดียวกับแลนด์แอนด์เฮ้าส์และควอลิตี้เฮ้าส์ของพี่ชาย เพราะลงมาจับตลาดกลางเป็นครั้งแรกเช่นกัน

อนุพงษ์ อัศวโภคิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เอเชี่ยนพร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ เปิดเผยว่า ปีกว่าๆ ที่ดูว่าบริษัทเงียบไป ที่จริงแล้วเรา “ซุ่ม” ปรับโครงสร้างองค์กรรับการเติบโตในเฟสต่อไป เมื่อ 6 ปีก่อนเรามีไซต์งานก่อสร้าง 13 ไซต์ ปีที่แล้วเพิ่มเป็น 39 ไซต์งานถือว่าโตขึ้นมาก

“เอาง่ายๆ ปีนี้เราใช้งบซื้อที่ดิน 7,000 ล้านบาท จากปีที่แล้วแค่ 4,000 ล้านบาท ถึงตอนนี้ใช้ไปแล้ว 4,500 ล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์เพื่อรองรับการเติบโตใน 2-3 ปีข้างหน้า”

โครงสร้างองค์กรใหม่นอกจากปรับทีมการตลาดให้แยกออกมาเป็นหน่วยงานกลาง แล้ว ยังเพิ่ม Business Unit ที่ 4 ขึ้นมาเพื่อพัฒนาสินค้าใหม่ทั้งคอนโดมิเนียมและทาวน์เฮ้าส์ที่จับตลาดต่ำลง มาจากเดิมที่เน้นตลาด “กลาง-บน” มาตลอดแต่จะใช้แบรนด์ที่แยกใหม่เพื่อไม่ให้สับสน ล่าสุดได้ดึงตัวอดีตผู้บริหารพฤกษา เรียลเอสเตทมาดูแลโดยเฉพาะ

“อย่าคิดว่าเราไปเดินตามใครเลย ผมเชื่อว่าถึงที่สุดแล้วผู้ประกอบการทุกรายก็ต้องลงมาจับตลาดล่างกันหมดอยู่ ดี ถ้าคิดจะโตต้องเข้าทุกตลาด”

อนุพงษ์ บอกว่า บริษัทใหม่จะมีการตั้งบริษัทรับเหมาก่อสร้างของตัวเองขึ้นมาแต่คงไม่ทำพรี แฟ็บ (ระบบก่อสร้างสำเร็จรูป) เอง เพราะเคยล้มเหลวมาก่อน เหตุผลที่ต้องใช้ระบบนี้ต้อง “สร้างเร็ว-โอนเร็ว” ให้ผู้กู้จ่ายดาวน์น้อยๆ ถึงจะแข่งขันได้ เบื้องต้นน่าจะดำเนินธุรกิจเต็มตัวได้ในไตรมาสแรกปี 2554 ซึ่งกำลังรับสมัครพนักงานใหม่อีกเกือบ 200 คน

“สินค้าใหม่ที่เราจะพัฒนาจะเป็นคอนโดมิเนียมราคาประมาณล้านกลางๆ จำนวน 2 โครงการในครึ่งปีแรก ส่วนครึ่งปีหลังอีก 2-3 โครงการ และทาวน์เฮ้าส์ 2 โครงการ ไม่แน่อาจจะมีบ้านเดี่ยวราคา 3 ล้านบาทด้วยจากตอนนี้ถูกที่สุดของเราอยู่ที่ 4 ล้านบาท ส่วนชื่อแบรนด์ใหม่ยังไม่ได้ตั้ง”

ภายในสิ้นปีนี้บริษัทจะเปิดโครงการใหม่ 9 โครงการแบ่งเป็นคอนโดมิเนียม 3 โครงการ ทาวน์เฮ้าส์ 3 โครงการ บ้านเดี่ยว 1 โครงการ และคอนโดมิเนียมในส่วนธุรกิจใหม่ 2 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 21,000 ล้านบาท ช่วงต้นครึ่งปีหลังเปิดไปแล้ว 5 โครงการ คาดว่าปีนี้จะมียอดขาย 20,000 ล้านบาท รายได้รวมเติบโต 10% จากปีที่แล้วที่ทำได้ 12,498 ล้านบาท ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจแนวสูงน่าจะอยู่ที่ 35% และแนวราบอยู่ที่ 30%

สำหรับในปี 2554 แผนเบื้องต้นจะเปิดโครงการใหม่อีก 7 โครงการ เป็นคอนโดมิเนียม 2 โครงการ ทาวน์เฮ้าส์ 1 โครงการ บ้านเดี่ยว 4 โครงการ ในส่วนของยอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) ตั้งแต่ปี 2554 เป็นต้นไปอีก 2 ปีแบ่งเป็นบ้านเดี่ยว 7,250 ล้านบาท ทาวน์เฮ้าส์ 5,580 ล้านบาท คอนโดมิเนียม 13,800 ล้านบาท? ธุรกิจใหม่ 2,800 ล้านบาท รวมแล้ว 29,430 ล้านบาท

“เป้าหมายในอนาคตสัดส่วนรายได้จาก 4 ธุรกิจหลักคือบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ คอนโดมิเนียม และธุรกิจใหม่จะต้องอยู่ที่ 25% เท่ากัน แบ่งเป็นแนวราบ 50% และแนวสูง 50%”

แผนการเงินที่จะรองรับการเติบโต อนุพงษ์ บอกว่า มีแผนจะออกหุ้นกู้ทุกปีตอนนี้หุ้นกู้ชุดเก่าที่รอหมดอายุ 7,000 ล้านบาท ถ้าใกล้หมดก็จะออกเพิ่มในวงเงินเท่านี้ ยกเว้นแต่ธุรกิจมีแนวโน้มเติบโตเกินกว่าที่คาด ส่วนการบุกตลาดต่างประเทศ เขาพูดชัดว่า ?ไม่สนใจ? ใครคิดจะไปก็เรื่องของเขาแต่ละคนมีโมเดลธุรกิจไม่เหมือนกันตลาดในประเทศยัง มีอีกเยอะ

แนวทางของเอเชี่ยนพร็อพเพอร์ตี้ อนุพงษ์ ย้ำว่า ยึดหลัก ?คอนเซอร์เวทีฟ? จะลงทุนอะไรต้องรู้จักสิ่งนั้นให้ดี ในแง่ตัวเลขขอโตปีละ 10% ทุกปีไว้ก่อน ที่จริงเรามีเป้าหมายภายในบริษัทว่าภายใน 3-5 ปี อยากจะไปให้ถึง “ตรงไหน” แต่ต้องขอ “อุบ” (ตัวเลข) เอาไว้

ถามถึงทิศทางราคาหุ้น AP อนุพงษ์ ให้มุมมองว่าถ้าพื้นฐานดี ทำยอดขายดี ราคาหุ้นมันก็ไปเอง ส่วนตัวผมก็ไม่เคยซื้อๆ ขายๆ หุ้นตัวเองเลย…ใครว่าหุ้นเราไม่ค่อยมีคนซื้อขายลองไปดูวอลุ่ม 6 เดือนย้อนหลังเริ่มเทรดกันเยอะขึ้นมากแล้วนะ (เฉลี่ยวันละ 200-300 ล้านบาท) ลองไปดูได้

BangkokBizNews

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *