BAFS : บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)

บทความเขียนโดย

toro-author

บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด(มหาชน) ประกอบธุรกิจหลัก คือการให้บริการระบบจัดเก็บและเติมน้ำมันอากาศยานในท่าอากาศยาน 5 แห่ง ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานดอนเมือง ท่าอากาศยานสมุย ท่าอากาศยานสุโขทัย และท่าอากาศยานตราด ซึ่งสถานีบริการนํ้ามันอากาศยานที่ท่าอากาศยานตราดเปิดให้บริการอย่างเป็น

ทางการตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2558 ที่ผ่านมา โดยมีขอบเขตการให้บริการประกอบด้วย 3 ส่วนดังนี้

  1. การจัดเก็บน้ำมันอากาศยานที่สถานีบริการจัดเก็บน้ำมันอากาศยาน (Aviation Fuel Depot)
  2. การส่งน้ำมันอากาศยานผ่านระบบโครงข่ายท่อแรงดันสูง (Hydrant Pipeline Network)
  3. การให้บริการเติมน้ำมันอากาศยาน (Into- Plane Services)

 

นอกจากนี้บริษัทมีการประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการให้บริการพลังงานผ่านบริษัทย่อย 3 บริษัทประกอบด้วย

  1. บริษัท ไทยเชื้อเพลิงการบิน จำกัด (TARCO) ให้บริการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานผ่านท่อใต้ดิน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
  2. บริษัท ขนส่งน้ำมันทางท่อ จำกัด (FPT) ให้บริการเก็บรักษาและขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงแบบ Multi Product ผ่านท่อใต้ดินจากโรงกลั่นน้ำมันและคลังน้ำมันช่องนนทรีไปยังสถานีบริการน้ำมันอากาศยานสุวรรณภูมิ สถานีบริการน้ำมันอากาศยานดอนเมืองและสิ้นสุดที่คลังน้ำมันภาคพื้นดินบางปะอิน
  3. บริษัท บริการน้ำมันอากาศยาน จำกัด (IPS) ให้บริการรับเหมาแรงงานเติมน้ำมันอากาศยานที่ท่าอากาศยานสมุยสุโขทัยและตราด

 

ใครที่ลงทุนในหุ้นแล้วก็คงต้องรู้จักบริษัท BAFS เจ้าแห่งการผูกขาดธุรกิจการเติบน้ำมันเครื่องบินในสนามบินต่างๆ ภายในประเทศ เมื่อผูกขาดได้แล้วราคาขายก็สามารถกำหนดได้ กำไรบริษัทก็ย่อมดีตามมาแน่นอน

 

bafs-compare

ราคาหุ้นย้อนหลังตั้งแต่ปี 2013 เทียบกับตลาดจะพบว่า Performance หรือกำไรจากราคาหุ้นดีกว่ากลุ่มพลังงานมาก (ENERG) หรือแม้แต่กับ SET เองก็ยังกินขาด ถึงแม้ BAFS จะอยู่ในกลุ่มพลังงานแต่เนื่องจากบริษัททำธุรกิจแทบจะเรียกได้ว่าผูกขาดเบ็ดเสร็จ การผันผวนของราคาน้ำมันในตลาดโลกแทบจะไม่มีผล เนื่องจากราคาขายน้ำมันถูก Mark-up กำไรเข้าบริษัทเรียบร้อยแล้ว ผลตอบแทนด้านราคาหุ้นในรอบสามปีนี้คิดเป็นผลตอบแทนกว่า 100% หากสังเกตุราคาหุ้นตัวนี้จะไม่หวือหวาขึ้นลงรุนแรง แต่จะค่อยๆ ขยับขึ้นไปเรื่อยๆ ตามจังหวะ

 

bafs-shareholder

ผู้ถือหุ้นใหญ่คือ การบินไทย THAI, ESSO, PTT, SHELL, AOT, เชฟรอน และมีสถาบันการเงินต่างประเทศโกลแมนแซค ถือหุ้นอีกด้วย มองจากลำดับการถือหุ้นแล้วคงต้องบอกว่าเป็นนักลงทุนระดับบิ๊กที่หวังลงทุนระยะยาวกับบริษัท ไม่ได้มองฉาบฉวย

นักลงทุนที่เหลือหากมองที่ฟลีโฟลทเรท 48% หรือ ปริมาณหุ้นที่สามารถซื้อขายเปลี่ยนมือได้อีกครึ่งหนึ่ง อยู่ในมือนักลงทุนทั้งรายใหญ่และย่อย Free Float ระดับนี้ก็ถือว่าไม่ได้แย่มากนัก

 

bafs-asset อ่านจากงบการเงินแล้วบริษัทมีเงินสดมากระดับพันล้าน ถือว่ามั่นคงและมีสภาพคล่องสูงทีเดียว หนี้สินน้อยส่วนใหญ่เป็นหนี้สินไม่หมุนเวียนจากเจ้าหนี้การค้า

bafs-revenue

รายได้เติบโตต่อเนื่องตลอด 3 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากจำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้น และทราฟฟิกจากการบินขึ้นลงของเครื่องบินสูงขึ้นมากนั่นเอง กำไรสุทธิครึ่งปีทำไปแล้วเกือบ 600 ล้านบาท กำไรแตะพันล้านปีนี้ดูท่าจะไม่ยากเย็นนัก EBITDA อยู่ในระดับสูงกว่าพันล้าน แสดงถึงสุขภาพที่ดีของบริษัท

bafs-ratio

อัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญส่วนใหญ่ดูดีมาก กำไรขั้นต้นสูงกว่า 50% นั่นเป็นเพราะ Business Model แข็งแรง คือ มีการผูกขาดในการทำการค้า ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิสูงติดอันดับต้นๆ ในบรรดาบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์

bafs-dividen

หากมองการจ่ายปันผลในรอบ 3 ปีที่ผ่านมาต้องบอกว่าจ่ายปันผลสม่ำเสมอ

 

กล่าวโดยสรุปคือ ผมคิดว่า BAFS เป็นบริษัทที่น่าสะสมหุ้น และนักลงทุนสามารถเข้าซื้อเมื่อราคาหุ้นอ่อนตัว หรืออาศัยช่วงเวลาที่ตลาดหุ้นซบเซา หรือถูกเทขาย เก็บหุ้น เพื่อลงทุนระยะยาวก็ดูสมเหตุสมผล และความเสี่ยงค่อนข้างน้อยหากพิจารณา Down Side ของราคา ที่ดูเล็กน้อยมาก เมื่อเทียบกับหุ้นตัวอื่นๆ นักลงทุนระยะยาว คงต้องจดชื่อหุ้นตัวนี้เอาไว้ในคลัง เพื่อศึกษาก่อนตัดสินใจลงทุนต่อไปครับ

 

 

 

toro-course-header

+ หลักสูตรเทคนิค แบบกลุ่ม (Group) Click

หลักสูตร Value Investment (VI) แบบกลุ่ม (Group) Click

หลักสูตร Value Investment (VI) และ เทคนิค แบบตัวต่อตัว (Private) Click

หลักสูตรมือใหม่เล่นหุ้น Click

toro-course-footer